หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,997,361
Page Views 23,558,175
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ฝนหลวง-ชลประทาน โครงการพระราชดำริกู้ภัยแล้ง-แก้น้ำท่วม

จากประชาชาติธุรกิจ

โครงการพระราชดำริฝนหลวง เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ในเดือนพ.ย. 2498 และพระราชทานแนวคิดนี้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น


มีการพัฒนากรรมวิธีต่อเนื่อง โดยที่พระองค์ทรงติดตามผลการทดลองควบคู่การปฏิบัติการ ทรงวิจัยจากรายงานผลการปฏิบัติการประจำวันและรายงานคณะปฏิบัติการที่ทรงบัญชาการด้วยตัวเอง และสนพระทัยศึกษาจากเอกสารวิชาการ มีการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าจำลองครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2512 และขยายผลปฏิบัติการไปช่วยเหลือเกษตรกร


กระทั่งปี 2518 รัฐบาลได้ตราพ.ร.ฎ.ก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง ขึ้นในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ด้วยภารกิจที่มากขึ้นในปี 2535 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้รวมสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง กับกองบินเกษตรเข้าเป็นหน่วยงานเดียว ชื่อว่า สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร

หลักการของโครงการพระราชดำริส่วนหนึ่งคือ การพัฒนาต้องเป็นไปตามลำดับความจำเป็น ประหยัด และการพึ่งตนเอง ประกอบกับในปี 2539 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี นำมาสู่การจัดตั้งศูนย์วิจัยปฏิบัติการฝนหลวงเฉลิมพระเกียรติ

นอกจากเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสอันเป็นมงคลดังกล่าว ศูนย์นี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนากรรมวิธีการทำฝนหลวงเพื่อช่วยราษฎรและเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง และเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสริมสร้างความร่วมมือและเป็นศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสาธิตด้านการทำฝนหลวงในเขตร้อน


และครั้งที่เกิดไฟไหม้พื้นที่ พรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส ในปี 2541 มาตรการของภาครัฐไม่สามารถดับไฟป่าได้อย่างสิ้นเชิง ความรุนแรงของเปลวเพลิงขยายอาณาเขตกว้างขึ้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแนะนำให้ทำฝนหลวงภารกิจพิเศษ ควบคู่กับมาตรการอื่นๆ ที่ดำเนินการอยู่ จนสามารถควบคุมไฟให้ดับสนิทในที่สุด

อีกทั้งในปี พ.ศ.2540-2541 ซึ่งเกิดวิกฤตภัยแล้งอย่างกว้างขวางจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ่ กระทบต่อฤดูแล้งปี 2542 เกิดปัญหาขาดแคลน น้ำเป็นวงกว้าง ก็ทรงแนะนำให้ตั้งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษขึ้นที่ จ.นครสวรรค์และพิษณุโลก เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงกู้ภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำภาคกลางตอนบน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำภาคเหนือตอนล่าง

ทรงออกแบบวิธีการโจมตีเมฆที่มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น พระราชทานชื่อ "ซูเปอร์แซนด์วิช" รวมทั้งทรงประดิษฐ์ภาพการ์ตูนแจงรายละเอียดขั้นตอนและวิธีการทำฝนหลวงทุกขั้นตอนไว้อย่างสมบูรณ์ เพียง 1 หน้ากระดาษ ซึ่งต่อมาเรียกว่า "ตำราฝนหลวง" จนสามารถแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้งให้กลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

โครงการพระราชดำริอีกโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างมากคือ โครงการชลประทาน ทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ แก้ปัญหาทั้งในยามภัยแล้งและน้ำท่วม

การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในชนบททุกครั้ง ในหลวงได้พระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระราชดำริในพระองค์ และอีกส่วนเป็นพระราชดำริอันเนื่องมาจากการกราบบังคมทูลพระกรุณาธิคุณขอพระราชทานความช่วยเหลือของราษฎร ให้ช่วยจัดหาแหล่งน้ำในท้องถิ่นต่างๆ

ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรหมู่บ้านใด พระองค์จะทรงศึกษาสภาพภูมิอากาศ แหล่งน้ำ สภาพเศรษฐกิจ และสังคมในหมู่บ้านใกล้เคียง แล้วจึงทรงพิจารณาวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในเบื้องต้น โดยอาศัยแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศประกอบ เพื่อเตรียมจัดหาแหล่งน้ำ

และระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรพระองค์ทรงถือแผนที่ไปด้วยทุกครั้ง ทรงสอบถามข้อมูลจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ รวมถึงผู้เฒ่าผู้แก่ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมมาตลอด เป็นต้นว่าการประกอบอาชีพ สภาพการทำนา และการเพาะปลูกอย่างอื่น สภาพฝน และแหล่งน้ำธรรมชาติ

งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำที่พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการมีหลายประเภท ได้แก่ อ่างเก็บน้ำที่เกิดจากการสร้างเขื่อนปิดกั้นระหว่างหุบเขาหรือ เนินสูง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค ทำการเกษตร ใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและกุ้งน้ำจืด และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วทุกภาค,

ฝายทดน้ำ เมื่อสภาพภูมิประเทศไม่เหมาะสมกับการสร้างอ่างเก็บน้ำ มีการก่อสร้างมากในภาคใต้, การขุดหนองและบึง และสระเก็บน้ำ

นอกจากปัญหาภัยแล้ง ในหลวงยังได้พระราชทานแนวพระราชดำริแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไว้หลายแนวทางเช่นกัน โครงการแก้มลิงในพระราชดำริ เป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยใช้หลักการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลตามคลองในแนวเหนือใต้ลงคลองพักน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณชายทะเล

รวมถึงการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ อาทิ เขื่อนกักเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนป่าสัก จ.ลพบุรี เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เขื่อนพระรามหก จ.พระนครศรีอยุธยา, การสร้างคันกันน้ำ, การก่อสร้างทางผันน้ำหรือขุดคลองสายใหม่, การระบายน้ำออกจากพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาลุ่มน้ำ เพื่อไม่ให้พื้นที่เกษตรกรรมในเขตลุ่มน้ำเสียหายเนื่องจากปัญหาน้ำกร่อย หรือภาวะน้ำท่วม อาทิ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง โครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางนรา

เรื่องปัญหาน้ำเสีย ได้พระราชทานพระราชดำริแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ศึกษา ทดลอง และแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยการบำบัดน้ำเสียตามแนวพระราชดำริแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ ใช้เครื่องเติมอากาศ หรือกังหันน้ำชัยพัฒนา และการบำบัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ

ข้อมูลและภาพจากหนังสือ 5 ธันวามหาราช มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 75 พรรษา


ที่มา ข่าวสดออนไลน์, ข้อมูลและภาพจากหนังสือ 5 ธันวามหาราช มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 75 พรรษา


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ฝนหลวง ชลประทาน โครงการพระราชดำริ กู้ภัยแล้ง แก้น้ำท่วม

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view