หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,993,536
Page Views 23,554,065
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

แสดงความไว้อาลัย อาดูร

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์คนเดินตรอก โดย วีรพงษ์ รามางกูร

แม้ว่าข่าวเสด็จสวรรคตจะผ่านพ้นไปหลายวันแล้วก็ตาม แต่การแสดงความไว้อาลัยแด่พระองค์ท่านก็หาได้ลดน้อยถอยลงไม่ กลับมีแต่จะเพิ่มขึ้น ประชาชนเกือบทุกคนทุกครอบครัวจะไปยืนเข้าแถวจากท้องสนามหลวง เพื่อเข้าไปในพระบรมมหาราชวังเป็นแถวยาวสุดลูกตา ส่วนที่ไม่ได้ไปแสดงความไว้อาลัยอาดูรก็มานั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ ชมการถ่ายทอดสด ต่อเนื่องมาตั้งแต่การเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชมาที่พระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายน้ำสรงพระบรมศพจากพระบรมวงศานุวงศ์ที่ใกล้ชิดหลังจากนั้นก็เป็นประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพที่หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์

ตลอดเวลาที่ชมโทรทัศน์เห็นบรรยากาศความโศกเศร้าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ประชาชนทุกหมู่เหล่าแต่งกายดำขาว แสดงการไว้ทุกข์อย่างพร้อมเพรียงกัน เมื่อโทรทัศน์ถ่ายภาพเข้ามาใกล้ ๆ ก็จะเห็นสีหน้าอันเศร้าหมองของประชาชน มีแต่ความเงียบกริบ ใจจดจ่ออยู่ที่ขบวนรถยนต์ที่เชิญพระบรมศพ

ยิ่งเวลาใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ก็เห็นประชาชนที่เฝ้าอยู่ 2 ข้างทางที่ขบวนรถยนต์ที่เชิญพระบรมศพจะผ่านมีหนาแน่นมากยิ่งขึ้น ทุกใบหน้าหม่นหมอง จนขบวนรถยนต์มาถึง ประชาชนที่มารอเฝ้าอยู่นั้นก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่รู้สึกอับอาย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เด็กหรือคนแก่ พากันปล่อยโฮเสียงดังเข้าเครื่องส่งโทรทัศน์ได้ยินกันทั่วประเทศ ได้เห็นกันไปทั่วโลกทั้งภาพและเสียง เป็นภาพที่สะเทือนใจยิ่งนัก เมื่อพระบรมศพมาถึงแล้ว โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจจึงเปลี่ยนภาพมาที่ภาพยนตร์พระราชประวัติ รวมถึงภาพยนตร์ส่วนพระองค์เก่า ๆ เป็นภาพที่คนรุ่นอายุเกิน 70 ปี เคยเห็น และยังจำได้สมัยเมื่อยังเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม หรือมัธยมต้น เป็นการระลึกถึงอดีตที่อบอุ่นปลอดภัยภายใต้ร่มพระบารมี

ประชาชนที่มาเฝ้าฯส่งเสด็จข้างทางในวันที่ขบวนรถพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชนั้นถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าผู้ที่มาเฝ้าฯอยู่สองข้างทางส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวมากกว่าคนสูงอายุดังนั้นที่คิดว่าคนรุ่นใหม่ไม่สนใจจึงไม่จริง ประชาชนที่มาเป็นหมื่นเป็นแสนตลอดสองข้างทางตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราชจนมาถึงประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง นั้นอยู่ในวัยกลางคน คนหนุ่มคนสาวและเยาวชนเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งชาวต่างประเทศ ต่างศาสนาเป็นจำนวนมาก

ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ คนต่างจังหวัดในเมืองหรือชนบท ทุกคนได้เคยสัมผัสและเคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านมาด้วยกันไม่มีข้อยกเว้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เคยเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านมาทรงดนตรีพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทุกพระองค์ ทรงมีอารมณ์ขันรับสั่งกับนิสิตที่มาเฝ้าฯที่หอประชุมอย่างกันเอง เมื่อมาทรงปลูกต้นจามจุรีต้นไม้ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาว่า นิสิตน้องใหม่ทั้งหมดก็แต่งเครื่องแบบนิสิต ชุดขาวติดแผงคอ ซึ่งเคยเป็นเครื่องแบบมหาดเล็กหลวง และมีประเพณีเข็นรถพระที่นั่งเมื่อเสด็จฯกลับจนพ้นรั้วมหาวิทยาลัย

ทุกครั้งเมื่อจะมีพิธีการในห้องประชุมที่หอประชุมใหญ่หรือในงานแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็จะยืนขึ้นร้องเพลงพระราชนิพนธ์ "มหาจุฬาลงกรณ์" ซึ่งพระราชทานให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย

เมื่อเรียนจบก็มีโอกาสเข้าเฝ้าฯรับปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่หัวทุกคนมีรูปรับพระราชทานปริญญาบัตรไว้ติดข้างฝาที่บ้านของบัณฑิตทุกคนสำหรับ

ผู้ที่เรียนดีได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งและเป็นที่ 1 ของชั้นในสมัยนั้น ก็จะได้รับพระราชทานเหรียญทองคำและรางวัล "ภูมิพล" เพื่อเป็นเกียรติยศ รางวัลเหรียญเงินและเหรียญทองแดง สำหรับผู้ที่เรียนดีเป็นที่หนึ่งของชั้นและมีคะแนนเฉลี่ยเกิน 86 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป การได้เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่านในวันพระราชทานปริญญา ทำให้ความผูกพันของนิสิตมหาวิทยาลัยกับสถาบันพระมหากษัตริย์จึงมีความแน่นแฟ้น เพราะเป็นโอกาสที่บัณฑิตทุกคนจะได้มีโอกาสสัมผัสกับพระองค์ท่าน ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกที่นิสิตนักศึกษาจะได้ใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ชั้นมหาวิทยาลัย

เมื่อสำเร็จการศึกษามาทำงานทำการไม่ว่าจะอยู่ในกระทรวงของกรมไหนก็จะต้องได้สัมผัสกับพระองค์ท่านในหน้าที่การงานทั้งนั้นเมื่อคราวมีน้ำท่วมใหญ่ที่กรุงเทพฯและปริมณฑล พระองค์ท่านทรงลงสนามตรวจน้ำท่วมเอง แล้วพระราชทานคำแนะนำว่า กรุงเทพฯต้องลงทุนสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นระบบและถาวร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนขุนด่านปราการชลเป็นของขวัญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ มิฉะนั้นก็คงจะสร้างไม่ได้ เพราะมีผู้คัดค้านจนรัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ

เมื่อเข้าเฝ้าฯถวายรายงาน เรื่องการปรับปรุงข้างทางของถนนพระราม 9 หลังภาวะน้ำท่วม ทรงรับสั่งว่า "ชื่อถนนก็บอกแล้วว่าเป็นของใคร ขอฝากให้ดูแลให้ดีด้วย" ก่อนจะกราบบังคมลากลับ รับสั่งถามว่า "สบายดีหรือ" "จะทำงานราชการหรืองานเอกชน ก็สามารถทำงานให้ประเทศชาติเท่าเทียมกัน เพราะจะขาดซึ่งกันและกันไม่ได้" ยังความปลาบปลื้มให้กับผู้ที่รับสั่งด้วยเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเกิดภาวะน้ำท่วมครั้งสุดท้ายปลายปี 2554 ก็โปรดฯให้นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและการสร้างอนาคตแห่งชาติเข้าเฝ้าฯและพระราชทานคำแนะนำอย่างละเอียดทั้งๆ ที่ขณะนั้นเริ่มทรงประชวรแล้ว

พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก ทุกครั้งที่ทุกคนสัมผัสพระองค์ทางโทรทัศน์ก็ดี ทางหนังสือพิมพ์ก็ดี ทางวิทยุก็ดี ในงานพิธีการต่าง ๆ ก็ดี ก็จะได้ยินได้ฟังพระสุรเสียงได้อ่านพระบรมราโชวาทที่ทรงสั่งสอน พระราชทานความคิด พระราชทานธรรมะ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเตือนใจให้ตั้งอยู่ในความดีงาม ขยันหมั่นเพียร รับผิดชอบต่อตัวเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศชาติอยู่มิได้ขาด

ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พวกเราก็จะคอยชมพระราชพิธีสวนสนามของทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อด้วยการออกมหาสมาคมในวันที่ 4 ธันวาคม ที่พระตำหนักสวนจิตรลดา แล้วจึงต่อด้วยพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง จบลงด้วยการชุมนุมของประชาชนเพื่อจุดเทียนถวายพระพรและการจุดพลุสีต่าง ๆ เพื่อการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ทุกอย่างยังอยู่ในความทรงจำของพวกเราทุกคน

เมื่อประเทศชาติเกิดวิกฤตการณ์จากการเห็นต่างกันในเรื่องอุดมการณ์ก็ดีหรือแตกแยกกันในเรื่องการทำปฏิวัติรัฐประหารก็ดีการปะทะกันบนท้องถนน จะเกิดรบราฆ่าฟันกัน แต่เมื่อทรงห้ามปรามทุกฝ่ายก็หยุด เหมือนกับลูก ๆ จะตีกัน เมื่อบิดาออกมาห้าม ทุกคนก็เชื่อฟังตั้งสติได้ หรือเมื่อครั้งมีการยั่วยุให้ต่อต้านประเทศเพื่อนบ้านถึงขั้นไปล้อมสถานเอกอัครราชทูตของเขา เพราะเจ็บแค้นที่สถานเอกอัครราชทูตไทยถูกเผา ก็ให้เชิญกระแสพระราชดำรัสให้ยุติการกระทำ เพราะเราไม่จำเป็นต้องทำอย่างเขา ฝูงชนที่เจ็บแค้น อารมณ์ก็เย็นลงจนยุติลงได้ด้วยดี

ได้ยินหลายคนพร่ำรำพันว่า เราจะอยู่โดยปราศจากพระองค์ท่านได้อย่างไร เพราะตั้งแต่จำความได้ เราอุ่นใจว่าเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ก็จะอาศัยพระบารมีของพระองค์ท่านปัดเป่าให้ ความจริงแล้วสถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงดำรงอยู่ เรามีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่เป็นที่พึ่งอันร่มเย็นของเราต่อไป อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายเป็นของขวัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศได้พระราชทานองค์รัชทายาทไว้ให้พวกเราเหล่าพสกนิกรชาวไทยตั้งแต่ปี2515แล้ว ความอบอุ่นใจของพวกเราก็จะยังมีอยู่เหมือนเดิม เมื่อเวลาผ่านไปความเศร้าโศกก็จะบรรเทาลง

ขอพระเจ้าอยู่หัวจงทรงพระเจริญ


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : แสดงความไว้อาลัย อาดูร

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view