สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

สุดซาบซึ้ง พ่อหลวงถั่วแดง อดีต ขรก.ผู้รับใช้ใกล้ชิด เผย ในหลวง เสด็จแก้ปัญหาชาวเขาปลูกฝิ่น เมื่อ 41 ปีก่อน

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

ชัยภูมิ - สุดซาบซึ้ง “พ่อหลวงถั่วแดง” ข้าราชการเกษียณวัย 67 ปี อดีตผู้เคยรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท เผยพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ “พ่อหลวง ร.๙” เสด็จแก้ปัญหาชาวเขาปลูกฝิ่น ทรงมุ่งหวังช่วยเหลือราษฎรชาวเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ทำผิดกฎหมาย ด้วยการส่งเสริมปลูกพืชทดแทนการปลูกฝิ่นในทุกพื้นที่ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำเรียกพระองค์ท่านว่า “พ่อหลวงถั่วแดง” เมื่อ 41 ปีก่อน
       
       วันนี้ (26 ต.ค.) นายยงยุทธ์ ลอยใหม่ อายุ 67 ปี ข้าราชการเกษียณ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชัยภูมิ ได้เล่าถึงเรื่องราวในอดีตว่า เมื่อครั้งตั้งแต่ปี 2518 ที่ผ่านมา ตนมีตำแหน่งเป็นเจ้าเกษตรจัตวา กรมประชาสงเคราะห์ ครั้งนั้นอายุประมาณ 22 ปี ได้มีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จ และถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างใกล้ชิดหลายต่อหลายครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 5-6 ปี ในการเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ท่าน เพื่อออกเยี่ยมราษฎรชาวเขาในพื้นที่ บ้านโส ต.บ่อศรี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
       
       ช่วงนั้นเกิดปัญหาการลักลอบปลูกฝิ่นในพื้นที่ภาคเหนือเป็นจำนวนมาก และพระองค์มุ่งหวังจะช่วยเหลือเยียวยาราษฎรชาวเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ทำผิดกฎหมาย ด้วยการหันมาส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนการปลูกฝิ่นในทุกพื้นที่ให้ได้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำเรียกพระองค์ท่าน ว่า “พ่อหลวงถั่วแดง”
       
       ตลอดช่วงเวลาในสมัยนั้นเมื่อปี 2518 ที่ผ่านมา พระองค์ท่านได้เสด็จลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือดูแลราษฎรชาวเขาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำต่อข้าราชการที่ร่วมเฝ้ารับเสด็จลงพื้นที่ตลอดว่า ขอให้ช่วยกันลงไปสร้างความเข้มแข็งในจุดนี้ ทั้งการออกตรวจแปลงถั่วแดง การช่วยให้ได้ผลผลิตออกมา ทางภาครัฐ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งลงไปส่งเสริมให้จริงจัง และต่อเนื่อง เพื่อให้ชาวบ้านเห็นผลตามวิถีแนวทางเศรษฐกิจที่พอเพียง ซึ่งมีหลักสำคัญซึ่งตนจำได้เสมอว่า อย่างน้อยต้องมีหลัก 3 แนวทาง คือ ต้องขยันอดทน ซื่อสัตย์ และประหยัด ทุกคนจะอยู่อย่างพอเพียงได้ตามคำที่พระองค์สอนเน้นย้ำมาตลอด
       
       ขณะนั้นตนพยายามตั้งใจทุ่มเทช่วยงานพระองค์ท่าน และต้องเดินทางด้วยเท้าออกตรวจแปลงถั่วแดงไปตามเชิงเขาในแต่ละวันอย่างน้อยวันละไม่น้อยกว่า 6-7 ชั่วโมง ตลอดช่วงกว่า 20 วัน ในแต่ละครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาในแต่ละจุด
       
       อีกทั้งในช่วงที่ได้เฝ้าเสด็จรับใช้เบื้องยุคลบาทอย่างใกล้ชิดในการแก้ปัญหาชาวเขาปลูกฝิ่นมาตลอดนั้น บางครั้งพระองค์ได้ตรัสถามว่า มีเงินใช้เพียงพอไหม บ้างตอบว่า ยืมเขามาเหลือติดกระเป๋าอยู่ 20 บาท ซึ่งสมัยนั้นตนได้รับเงินเดือนไม่เกิน 900 บาท พระองค์ท่านจึงพระราชทานยื่นเงินให้ ตอนรับไม่ทราบว่ามากน้อยเท่าใดแต่เป็นม้วนๆ ภายหลังมานับดูที่จำได้เป็นเงินจำนวนสูงกว่า 3,000-4 ,000 บาท รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นมากในชีวิตนี้ ทั้งที่พระองค์ทรงเหนื่อยมามาก และยังคำนึงถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าใครที่เคยได้เฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่านลงพื้นที่ พระองค์ไม่เคยทอดทิ้ง และทรงเป็นห่วงถามถึงความเป็นอยู่ อยากให้มีความเป็นอยู่ที่ดีไม่ทุกข์ยากเสมอ
       
       นายยงยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในบั้นปลายชีวิตหลังใกล้เกษียณอายุราชการ ตนได้ย้ายมาประจำสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชัยภูมิ พร้อมพาครอบครัว และลูกอีก 2 คน มาอยู่ที่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 6 ต.บ้านขาม อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ โดยสิ่งที่ได้รับ และภาคภูมิใจสูงสุดคือ ได้รับพระราชทานเครื่องราชรัตนาพร ชั้นที่ 5 รู้สึกปลาบปลื้มที่สุดในชีวิตที่ได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตรง รวมทั้งยังได้รับพระราชทานเหรียญหลวงปู่แหวน ปี 2519 และสมเด็จจิตรลดา ที่สร้างจากฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง
       
       ปัจจุบัน ตนยังจดจำคำสอนของพระองค์ท่านไว้ในใจมาเสมอ และเหตุที่มาเลือกยึดอาชีพทำการเกษตร ทั้งปลูกต้นจันทน์ผา ที่ในอดีตพระองค์ทรงเป็นห่วงว่า เป็นไม้ป่าหวงห้ามหายาก อาจถูกสูญหายไปได้ ซึ่งเมื่อมาอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ ก่อนเกษียณอายุราชการ เคยเห็นมีจำนวนมากแต่ปัจจุบันแทบหาชมไม่ได้แล้ว จึงหันมาขออนุญาตจากกรมป่าไม้ ขอปลูก และเพาะพันธุ์จากเมล็ดไว้ตามหัวไร่ปลายนา แต่ละต้นต้องใช้เวลาเพาะปลูกนานมากกว่า 10 ปี ถึงจะโตสมบูรณ์
       
       รวมทั้งใช้ที่ดินของตัวเองที่มีเพียงกว่า 2 ไร่ ทำการเกษตรผสมผสาน ปลูกทั้งผัก ถั่วลิสง ฟัก แตง และพืชสวนครัวต่างๆ ตามช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม เพื่อใช้บริโภคในครอบครัว และขายสร้างรายได้ ที่เหลือจากขายบางส่วนแจกให้ชาวบ้านไปรับประทาน ใครมาขอก็แบ่งปั่นให้ช่วยเหลือกัน เพราะชีวิตนี้เราอยู่พอเพียงแล้ว และลำพังเงินเดือนบำนาญสามารถเลี้ยงชีวิตได้เพียงพออยู่แล้ว
       
       ทั้งนี้ คำว่า การพอเพียงตามคำที่พระองค์สอน คือ การลงมือทำในสิ่งที่ไม่หนักเกินไป ทำงานหลายๆ อย่างได้ในคราวเดียวกัน การจัดระเบียบให้รู้ตัวเอง และถูกต้องตามหลักที่เหมาะสมให้ได้ก่อน หรือการประมาณกำลังตนเองว่ามีความรู้ มีกำลังที่จะทำที่เพียงพอก่อน ดีกว่าจะมุ่งไปแข่งกับคนอื่น ตนเองมีกำลังทำได้ไม่กี่ไร่ จะไปทุ่มทำ 30 ไร่ เกินกำลังก็ไม่ได้ ไม่รู้ตัวเองก็ไปไม่รอด
       
       “การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นรู้สึกเสียใจมาก และโดยเฉพาะราษฎรชาวเขาเอง น่าจะรู้สึกดีที่สุดว่า หากไม่มีพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ชีวิตเขาจะอยู่อย่างไรมาได้จวบจนทุกวันนี้” นายยงยุทธ์ กล่าวในตอนท้าย


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : สุดซาบซึ้ง พ่อหลวงถั่วแดง ขรก.ผู้รับใช้ใกล้ชิด ในหลวง เสด็จแก้ปัญหา ชาวเขาปลูกฝิ่น 41 ปีก่อน

view