หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,992,618
Page Views 23,553,063
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ผู้นำโสมขาว เจอวิกฤต ! ปม คนสนิท ชักใยอยู่ข้างหลัง

จากประชาชาติธุรกิจ

กระแสการขับไล่ประท้วงประธานาธิบดี "ปาร์ค กึน เฮ" ภายใต้ความไม่พอใจของชาวเกาหลีใต้นับหมื่นคน ที่กดดันให้ผู้นำหญิงคนแรกของประเทศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากมีประเด็นถูกแฉว่าปล่อยให้ "นางสาวชเว ซุน ซิล" (Choi Soon-sil) คนสนิท เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารประเทศ นับตั้งแต่ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเข้ามาแทรกแซงเอกสารลับของทางการเกือบทุกฉบับ และถ้อยแถลงของผู้นำเกาหลีใต้ในหลายโอกาส คล้ายกับเป็นประธานาธิบดีอีกคน หรืออาจเรียกว่า "ประธานาธิบดีเงา" ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง

โดยความสัมพันธ์ใกล้ชิดของทั้งสอง จุดชนวนความไม่พอใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจอย่างมาก เริ่มตั้งแต่แนวความคิดที่บังคับให้บริษัทต่าง ๆ ในเกาหลีใต้ บริจาคเงินให้กับองค์กรไม่แสวงหากำไรที่นางสาวชเวเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นจำนวน 2 องค์กร ซึ่งเป็นมูลค่ามากถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งยังถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการใช้เงินบริจาคไปกับการใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งส่วนหนึ่งของเงินบริจาคก็มาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ "ซัมซุง"

สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า พนักงานอัยการเกาหลีใต้ ได้บุกค้นบ้านและสำนักงานของนางสาวชเว และยึดคอมพิวเตอร์และเอกสารจากบ้านพัก ซึ่งทำให้ทางการมีหลักฐานระบุชัดเจน

"นางสาวชเว"
เป็นลูกสาวของนายชเว แทมิน เจ้าลัทธิทางศาสนาแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยถูกเทียบเคียงกับ "รัสปูติน" ผู้ก่อตั้งสำนัก "Church of eternal life" ซึ่งหลังจากที่แม่ของปาร์ค กึน เฮ เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารเมื่อ 42 ปีก่อน ชเวผู้พ่อได้เข้าหานางสาวปาร์คโดยบอกว่าแม่ของปาร์คมาเข้าฝัน พร้อมบอกให้เข้ามาช่วยเหลืองานปาร์ค โดยปัจจุบันสถานะของนางสาวชเวจึงถูกมองว่าเป็นเสมือนผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง



นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า นายชเวผู้พ่อซึ่งเสียชีวิตในวัย 82 ปี เมื่อปี 1994 เคยเป็นอดีตตำรวจ พระ และเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก โดยเขาเคยเปลี่ยนชื่อมาถึง 7 ครั้ง แต่งงาน 6 ครั้ง และกลายมาเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่นางสาวปาร์ค ในการที่เธอทำงานกลุ่มอาสาสมัครสนับสนุนรัฐบาล "Movement for a New Mind" ซึ่งนางสาวชเวก็ได้เป็นผู้นำเยาวชนของกลุ่มนั้นด้วย

ทั้งนี้ นายชเว แทมิน มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลปาร์คนับตั้งแต่รุ่นพ่อ คือ "ปาร์ค จุง ฮี" อดีตประธานาธิบดีรัฐบาลเผด็จการ โดยนายชเวเคยมีอิทธิพลต่อนายปาร์ค ครั้งเมื่อดำรงตำแหน่ง กระทั่งนายปาร์คถูกสังหารโดย "คิม แจก ยู" ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ในสมัยนั้น โดยนายคิมได้บอกต่อศาลว่า หนึ่งในเหตุผลที่เขาลอบฆ่านายปาร์ค เป็นเพราะนายปาร์คบกพร่องในหน้าที่ต่อการเป็นผู้นำประเทศโดยสิ้นเชิง และเขาต้องการที่จะหยุดพฤติกรรมการคอร์รัปชั่นของนายชเว

บิสซิเนส อินไซเดอร์ ระบุเพิ่มเติมว่า ปาร์ค กึน เฮ มีเอี่ยวในการใช้อำนาจหน้าที่การเป็นประธานาธิบดี ฉ้อราษฎร์บังหลวงหลายพันล้าน แถมใช้อำนาจกดดันสถาบันการศึกษาให้ยอมรับลูกหลานเข้าเรียน จนทำให้กลุ่มนักศึกษาจำนวนมากไม่พอใจ

ทั้งนี้หลังจากที่มีกระแสความไม่พอใจดังกล่าว ประธานาธิบดีปาร์ค ออกมากล่าวขอโทษประชาชนผ่านสถานีโทรทัศน์ โดยยอมรับว่า "ได้มีการรับคำปรึกษาจากนางสาวชเว ที่ได้ให้ความเห็นต่อเอกสารบางอย่าง หลังจากที่ตนขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี แต่เป็นเพียงช่วงแรก ๆ เท่านั้น และเป็นการทำไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์"

พร้อมกันนี้ประธานาธิบดีปาร์คได้สั่งปลดที่ปรึกษาอาวุโสจำนวน 10 คน โดยอ้างว่าเป็นการปรับโครงสร้างการทำงานครั้งใหญ่ แต่กลับยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ประชาชนจนมีการรวมตัวประท้วงขับไล่ครั้งประวัติศาสตร์ โดยนางลีแจฮู แม่บ้านวัย 33 ปี จากจังหวัดกิมโป ที่ร่วมเดินขบวนประท้วงกับสามีและลูกเล็กอีก 2 คน ระบายความโกรธเกรี้ยวต่อประธานาธิบดีว่า "นางสาวปาร์คกล้าดีอย่างไรในการใช้หมอดูหรือความเชื่อทางศาสนามาเป็นที่ปรึกษาอย่างลับ ๆ อีกทั้งยังให้มีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ รวมถึงเข้ามาถลุงภาษีประเทศ ฉันไม่สามารถปล่อยให้ลูก ๆ ของฉันเติบโตท่ามกลางการทุจริตเช่นนี้ได้"

นอกจากนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำเนียบประธานาธิบดีได้แถลงการณ์เรื่องการลาออกของเจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คนในสำนักเลขาธิการประธานาธิบดี คือ นายอี แจ-มัน เลขาธิการด้านกิจการธุรการ นายจอง โฮ-ซอง เลขาธิการด้านกิจการประธานาธิบดี และ นายอัน บอง-กึน เลขาธิการด้านกิจการสาธารณะ

ขณะที่สถานีวิทยุแห่งชาติของสหรัฐรายงานว่า ขณะนี้ผลสำรวจคะแนนความนิยมของ ปาร์ค กึน เฮ เหลืออยู่เพียง 17.5% เท่านั้น ถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปาร์คเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2556

ทั้งนี้นักวิเคราะห์แวดวงอุตสาหกรรมในเกาหลีใต้ ระบุถึงความน่ากังวลต่ออนาคตของประเทศว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจเกาหลีใต้กำลังเข้าสู่ความมืด

โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาส4ของปีที่ผ่านมาโดยลงมาอยู่ที่ 2.6% ยอดส่งออกประจำปีลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก เพราะการส่งออกของเกาหลีใต้มีคู่ค้าสำคัญก็คือ จีน ญี่ปุ่น และกลุ่มสหภาพยุโรป โดยเมื่อยุโรปเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ รวมทั้งปัญหาของซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 7 ช่วงที่ผ่านมาก็ทำลายเศรษฐกิจเกาหลีใต้ไปไม่น้อย และเวลานี้เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเมือง จากกระแสต่อต้านผู้นำครั้งนี้ ที่กำลังเข้ามาทุบซ้ำเศรษฐกิจประเทศให้เผชิญปัญหาหนักขึ้น


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ผู้นำโสมขาว เจอวิกฤต คนสนิท ชักใยอยู่ข้างหลัง

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view