http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,118,970
เปิดเพจ23,733,287

ความพยายามครั้งใหม่ จีน แก้หนี้ปลดล็อก บริษัทผีดิบ

จากประชาชาติธุรกิจ

ความพยายามครั้งล่าสุดเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินปริมาณมหาศาลในจีน มีขึ้นเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อสภาแห่งรัฐ หรือสภารัฐมนตรีของจีน ออก "แนวทาง" ที่ถือเป็น "ยุทธศาสตร์ใหม่" แก้ปัญหาหนี้ที่พอกพูนมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง นั่นคือการเปิดโอกาสให้บริษัทธุรกิจที่มีหนี้สินสามารถนำ "หุ้น" ของบริษัทไปแลกเปลี่ยนมูลหนี้กับธนาคารต่าง ๆ ได้

แผนการดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้บริษัทธุรกิจสามารถ "ปรับโครงสร้างหนี้" ให้กลับมาอยู่ในสภาวะที่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ ในเวลาเดียวกันก็ทำให้จีนสามารถหลีกเลี่ยงการเกิด "ซอมบี้ คอมปะนี" บริษัทผีดิบที่โตก็ไม่โต ตายก็ไม่ตาย เพราะได้รับการพยุงสถานะแบบแกน ๆ จากสถาบันการเงินของรัฐ ได้เช่นเดียวกัน



แนวทางแก้ปัญหาหนี้สินใหม่ดังกล่าวมีคนมองทั้งทางบวกและทางลบ บรรดาผู้มองในแง่ดีชี้ว่า จีนเคยทำลักษณะคล้ายคลึงกันนี้มาแล้ว และเคย "ได้ผล" มาแล้วเมื่อกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ส่วนคนที่มองโลกในแง่ร้ายก็ยังคงยืนกรานว่า คนที่เห็นว่าแนวทางนี้จะประสบผลสำเร็จนั้น ลืมข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ว่า การที่แนวทางเดียวกันนี้เคยได้ผลมา ไม่ใช่เป็นเครื่องการันตีว่าจะประสบผลสำเร็จโดยอัตโนมัติในครั้งนี้

ความสำเร็จของแนวทางแก้ปัญหาหนี้ทำนองนี้เกิดขึ้นในตอนปลายทศวรรษ1990ตอนที่จีนติดโรคระบาดจากวิกฤต "ต้มยำกุ้ง" ไปรุนแรงไม่น้อย ตอนนั้นทางการจีนจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เสี่ยงขึ้นมาเพื่อจัดการปัญหา บริษัทอย่าง "ไชน่า ซินดา แอสเซท แมเนจเมนท์" และ "ไชน่า หัวหรง แอสเซท แมเนจเมนท์" เกิดขึ้นเพื่อการนี้ นำทุนที่ได้จากทางการไประดมซื้อสินทรัพย์เสี่ยงจำนวนหนึ่งมาถือครองไว้ในระยะยาวนานระยะหนึ่งโดยเรียกผลตอบแทนจำกัดช่วยขจัดหนี้เสียออกจากบริษัทและในเวลาเดียวกันก็ช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้อีกครั้ง

แต่แนวทางที่ทางการจีน "แนะ" ให้ทำในครั้งนี้แตกต่างออกไป ตอนนั้นรัฐบาลใช้เงินงบประมาณในการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เสี่ยง โดยให้ "ธนาคารประชาชนแห่งจีน" หรือ "ธนาคารกลาง" ทำหน้าที่อัดฉีดเม็ดเงินให้กับธนาคารที่มีปัญหาใช้ในการเพิ่มทุนเพิ่มสภาพคล่อง แต่ครั้งนี้รัฐบาลไม่จัดตั้งกองทุนบริหารสินทรัพย์เสี่ยงแต่ "คาดหวัง" ว่าสถาบันการเงินที่มีอยู่จะดำเนินการตามคำแนะนำเปิดให้มีการแลกหนี้กับหุ้นดังกล่าว

สถาบันการเงินต่างๆในเวลานี้ ไม่มีแรงจูงใจอื่นใดที่จะทำตามคำแนะนำของทางการ นอกเหนือจากแรงจูงใจทางการเมืองเท่านั้นเอง

ความต่างถัดมา คือ "ปริมาณของหนี้ในเวลานั้นกับหนี้สินในจีนเวลานี้แตกต่างกันอยู่อย่างใหญ่หลวง" ปี 1998-2004 ทางการจีนใช้เงินงบประมาณเคลียร์ปัญหาหนี้สินราว 200,000 ล้านดอลลาร์ แต่ "เอสแอนด์พี" บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกประเมินว่า เวลานี้ธนาคารต่าง ๆ ในจีนอาจต้องใช้เงินทุนสูงถึง 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อจัดการเคลียร์ปัญหาหนี้ที่เป็นดินพอกหางหมูอยู่ในเวลานี้

ความแตกต่างสุดท้ายที่ดูเหมือนจะสำคัญที่สุดเพราะทำให้"ดูเหมือนว่า" มาตรการที่ใช้ครั้งก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จ นั่นคือข้อเท็จจริงที่ว่า ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เรื่อยไปจนถึงต้นทศวรรษ 2000 หนี้สินในจีนถีบตัวสูงขึ้นเร็วมากก็จริง แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงเวลาเดียวกันนั้นขยายตัวเร็วกว่าการขยายตัวของหนี้ ด้วยแรงผลักดันของค่าเงินที่ถูกกดไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงนั่นเอง

ระหว่างปี 1999-2008 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีนขยายตัวเฉลี่ย 15% ต่อปี ขณะที่มวลหนี้รวมทั้งหมดขยายตัวที่เฉลี่ย 14% เท่านั้นเอง

แต่นับตั้งแต่กันยายน 2011 จีดีพีของจีนขยายตัวในอัตราเฉลี่ย 8.6% ต่อปี ขณะที่ปริมาณหนี้รวมเพิ่มอัตรา 14.5% ต่อปี

หมายความว่าในเวลานี้ การขยายตัวของหนี้ในจีนเร็วกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศถึงเกือบ 2 เท่าตัว ขณะที่สภาวะแวดล้อมการค้าระหว่าง ประเทศก็ไม่เอื้ออำนวยให้กับจีน เหมือนกับเมื่อกว่าทศวรรษก่อนหน้านี้อีกด้วย

เหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้หลายคนมองว่า แม้แต่แนวทางใหม่ในครั้งนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ของจีนได้

ปัญหาหนี้ของจีนใหญ่โตเกินกว่าที่จะหาทางออก"ราคาถูก"หรือ "ง่าย ๆ" ได้แล้วในเวลานี้


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ความพยายามครั้งใหม่ จีน แก้หนี้ปลดล็อก บริษัทผีดิบ

view

*

view