หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 20,000,591
Page Views 23,569,874
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

โดนัลด์ ทรัมป์ VS ราคาทองคำ

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ สถานีลงทุน โดย ธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดาร บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส์ จำกัด

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐผิดจากการคาดหมายและสร้างความประหลาดใจให้กับคนทั่วโลกว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนอเมริกันไม่แตกต่างจากกรณีBrexitเท่าไรนัก ที่นอกจากสร้างความประหลาดใจเหมือนกันแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นความต้องการการเปลี่ยนแปลง การนึกถึงผลประโยชน์ของตัวเองและของประเทศเป็นหลัก ทำให้การหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยสโลแกน "Make American Great Again" ประสบความสำเร็จเกินคาด

นอกจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐแล้ว พรรครีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หลังจากที่ทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นสัปดาห์ที่ราคาทองคำผันผวนมากที่สุด



โดยปรับขึ้นแรงทำจุดสูงสุดในรอบ6 สัปดาห์ที่ 1,337 ดอลลาร์/ออนซ์ จากความไม่มั่นใจในนโยบายสุดโต่งของทรัมป์ แต่กลับมีแรงเทขายอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น ด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการคาดการณ์ว่านโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้ราคาทองคำปรับลดลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือนครึ่ง เข้าใกล้ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์

กว่าที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐ ในวันที่ 20 มกราคม 2560 ช่วงเวลาที่เป็นรอยต่อจะไม่ทราบถึงแนวนโยบายและรายละเอียดชัดเจน จนกว่าที่ทรัมป์จะมีการแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส แต่คาดการณ์ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการใช้นโยบายลดภาษีและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วยงบประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วง 10 ปีข้างหน้า

สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือเกิดการสร้างงานมากขึ้น อัตราว่างงานน้อยลง เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตขึ้น แต่ตามมาด้วยอัตราเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มขึ้น การคาดหวังเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวสะท้อนให้เห็นจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าอย่างรวดเร็ว ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าสุดอย่างรวดเร็วสุดในรอบ 13 ปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี ปรับตัวขึ้นทะลุ 2% จากแนวโน้มเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำปรับลงอย่างรุนแรงหลังทราบผลการเลือกตั้งสหรัฐ

แรงสั่นสะเทือนต่อเฟด

การดำเนินนโยบายของนายโดนัลด์ทรัมป์ จะทำให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มขึ้นในอนาคต ทำให้คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้คาดไม่กระทบรุนแรงต่อราคาทองคำ เพราะตลาดได้ซึมซับประเด็นดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดว่าเฟดจะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรืออาจจำเป็นจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจจะไม่อยากเห็นผลกระทบในเชิงลบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ดังนั้นแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐคาดจะมีอย่างต่อเนื่องลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และอาจเป็นไปตามแผนคือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง และปีหน้า 2 ครั้ง

ในช่วงหาเสียง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวหานางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ว่าได้ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเกินไปเพื่อเหตุผลทางการเมือง และส่งสัญญาณว่าอาจจะไม่ต่อวาระการดำรงตำแหน่งของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด หากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ อย่างไรก็ดี นางเจเน็ต เยลเลน ยืนยันว่าจะไม่ลาออกก่อนครบวาระปี 2561 ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่า ทรัมป์อาจแทรกแซงการกำกับนโยบายของเฟด ด้วยการแต่งตั้งกรรมการเฟดคนใหม่อีก 2 คน สำหรับตำแหน่งที่ว่างอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ หลังจากที่นางเยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน ครบวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2561

แนวโน้มราคาทองคำทางด้านเทคนิค

คาดเริ่มมีแรงซื้อกลับเมื่อราคาทองคำปรับลงเข้าใกล้แนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่1,200ดอลลาร์/ออนซ์แต่ถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวคาดจะมีแรงเทขายอย่างหนักอีกรอบ และจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,190 และ 1,180 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,230 และ 1,250 ดอลลาร์/ออนซ์ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำแบ่งพอร์ตทยอยซื้อสะสมที่ 1,200/1,180 ดอลลาร์/ออนซ์ และขายทำกำไรที่ 1,230 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนควรนำโกลด์ฟิวเจอร์สมาใช้บริหารความเสี่ยงในช่วงที่ราคาทองคำเป็นขาลงด้วย โดยแนะนำเปิดสถานะขายที่ 1,230 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือหลุด 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : โดนัลด์ ทรัมป์ ราคาทองคำ

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view