http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,114,796
เปิดเพจ23,728,898

คำต่อคำ ประพิศ มานะธัญญา ถูกฟ้องซื้อข้าวรัฐติดบ่วงทุจริต G to G

จากประชาชาติธุรกิจ

สัมภาษณ์

ชื่อของ บริษัทเจียเม้ง กลับมาโด่งดังอีกครั้ง หลังจากที่เป็น 1 ใน 6 รายที่อัยการสูงสุดยื่นดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในข้อกล่าวหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G ในรัฐบาลชุดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยล่าสุดบริษัทเจียเม้งได้ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการจากปัญหาหนี้ 4,480 ล้านบาท "ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์ "นางประพิศ มานะธัญญา" กรรมการ บริษัทเจียเม้ง จำกัด ผู้ผลิตส่งออกข้าวและผู้ผลิตข้าวถุงแบรนด์ "คิวไรซ์" ถึงกรณีดังกล่าว

- ความคืบหน้า ป.ป.ช.

ณ ปัจจุบันนี้ที่เรื่องไปถึงอัยการ-ศาลเทียบกับตอนที่ ป.ป.ช.ชี้มูลใหม่ ๆ ก็ต้องบอกว่า กังวลใจมากเพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหลายผิดถูกอย่างไร แต่หลังจากฟังการให้การของพยานโจทก์แล้วก็ทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องราวได้มากขึ้นว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องนโยบายทางการเมืองที่พยายามจะช่วยระบายข้าว แต่ผิดถูกอย่างไรยังไม่บอกไม่ได้ ณ ขณะนั้นจนกว่าศาลจะพิจารณาเพราะดูแล้วพยานโจทก์ก็มีเหตุมีผลว่า ทำไมต้องทำอย่างนี้ ทำไมทำอย่างนั้น

แต่สิ่งที่เรามองเห็นในฐานะคนที่อยู่ข้างนอก เราก็รู้สึกว่าข้าวทั้งหมด (จากโครงการรับจำนำข้าว) รัฐบาลฝากไว้กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) กับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) ซึ่งมีระเบียบที่เคร่งครัดว่า ในการปล่อยข้าวออกจากคลังจะต้องมีวิธีการอย่างไร มีเอกสารใดประกอบ จะต้องได้รับการอนุมัติ-อนุญาตจากใคร แต่จากการที่ได้ฟังการกล่าวถึงการปล่อยข้าวก็ได้รับทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ อคส. อ.ต.ก.รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเอกสารที่ให้ปล่อยข้าวออกจากคลังมันเป็นเอกสารที่ไม่ครบถ้วนอย่างที่เคยได้รับ กระทั่งคนซื้อข้าวเองก็ซื้อแค่นิดหน่อยเพื่อจะดูว่าซื้อแล้วเอาข้าวออกได้หรือเปล่า

- วิธีซื้อปกติทำอย่างไร

ก็ไม่ต่างกันมากคือ คณะกรรมการระบายข้าวจะเปิดระบาย 5 วิธี เช่น ประมูล ซื้อแบบมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ การซื้อแบบ G to G (รัฐบาลต่อรัฐบาล) เป็นต้น ซึ่งกระบวนการปกติก็คือ คนที่มีออร์เดอร์ก็เข้ามาประมูลหรือซื้อขายทั่วไป แต่ทั้งหมดนี้เรามีความเห็นว่า ข้าวเหล่านี้ไม่ควรจะเอาออกมาจากคลังสินค้าเพราะ เอกสารไม่ถูกต้อง ฉะนั้นคนที่ถือกุญแจคลังไม่สมควรจะปล่อยข้าวออกมาเพราะถ้าไม่ปล่อยความเสียหายมากมายก็จะไม่เกิดขึ้นและต้องมีการแย้งกันหาข้อยุติกันว่าการซื้อขายวิธีการนี้สามารถออกข้าวจากคลังได้หรือไม่แต่เมื่อทางผู้ดูแลสินค้าปล่อยสินค้าออกมาก็เลยดูเหมือนว่าทุกอย่างทำได้ จนเกิดการซื้อข้าวกันมากมายแล้วการทำแบบนี้ทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐ

- เจียเม้งเข้าไปซื้อข้าวได้อย่างไร

เมื่อผู้ซื้อไปตกลงกับผู้ขาย เราแจ้งกับศาลไปแล้วขั้นตอนก็คือ เมื่อเราตกลงซื้อขายข้าวกันแล้วต้องนำแคชเชียร์เช็คไปให้กรมการค้าต่างประเทศ เพราะกรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้ระบายข้าว แล้วกรมการค้าต่างประเทศก็จะรวบรวมคำสั่งซื้อทั้งหมด ว่าเป็นข้าวชนิดอะไร คลังไหน จำนวนเท่าไร และแจ้งไปยังหน่วยงานที่เก็บข้าวเพื่อให้ปล่อยสินค้า (ข้าว) ซึ่งจะมีเอกสารคำสั่งซื้อไปให้ ทาง อคส-อ.ต.ก.ก็จะออกใบรับมอบสินค้า ใบเสร็จรับเงินให้ แต่ในรายละเอียดของใบเสร็จนั้นมันไม่ถูกต้อง เพราะมันไม่ได้ระบุราคาและผู้ซื้อเป็นกรมการค้าต่างประเทศ แต่ผู้รับมอบข้าวเป็นผู้รับมอบอำนาจมาอีกที แล้วก็เป็นการมอบอำนาจกันมา 2-3 ทอด ซึ่งมันเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลคลังสินค้าก็ไม่น่าปล่อยข้าวออกมาให้

- แล้วทำไมเจียเม้งยังซื้อ

เราไม่ได้เอะใจเพราะเราไม่รู้ เพราะสัญญาทำกันมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 เราไปซื้อเดือนมกราคม 2556 ผ่านมา 2 ปีแล้ว ฉะนั้นเรื่องตรงนี้เราเห็นคนอื่นเค้าทำกัน แล้วเราก็ขาดข้าว เราจะต้องส่งมอบข้าวลงเรือไปต่างประเทศ มีสัญญาลูกค้ารออยู่จึงเข้าไปซื้อปริมาณ 10,000 ตัน มูลค่า 163 ล้านบาท จากคลังบางม่วง จ.นครสวรรค์ พอเราไปรับมอบข้าวมา เราก็ปรับปรุงส่งออกทั้งหมดเลย ส่งไปแอฟริกา ซึ่งตรงนี้เป็นการผ่านขั้นตอนการออกข้าวมาหมดแล้ว ทุกคนก็มองว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะแต่ละคนก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอย่างไร ว่าข้าวที่ไปซื้อมานั้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไร

- ทำไมถึงรู้ว่าต้องซื้อแบบนี้

พอเราขาดของ (ข้าว) เราก็ถามเจ้าอื่น ๆ ว่า เราขาดของจะต้องทำอย่างไรบ้าง เค้าก็บอกต่อ ๆ กันว่า มีคนนี้ ๆ เป็นนายหน้ามาซื้อขายข้าว เราก็ซื้อผ่านเค้าไป เพราะเค้าเป็นนายหน้ามาขาย แล้วจ่ายเงินเป็นแคชเชียร์เช็คไปให้กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นกระบวนการซื้อขายตามปกติที่ผ่านนายหน้าหรือพ่อค้าคนกลาง

- รู้ไหมว่าเป็นข้าว G to G

ณ ขณะนั้นเราไม่รู้เพราะเป็นการซื้อขายผ่านนายหน้า-พ่อค้าคนกลาง ต้องขอบอกว่าสิ่งที่เรารู้ก็คือ บริษัทสยามอินดิก้ามีข้าวเป็นจำนวนมากแล้วก็เอามาซื้อขายกันแบบปกติ ซึ่งเราไม่รู้ที่มาของข้าวอย่างแท้จริง เราเข้าใจว่าสยามอินดิก้าไปประมูลข้าวมาแล้ว แล้วมันเหลือก็จะมีบายโปรดักต์ เราก็ไปซื้อข้าวเก่าจากสยามอินดิก้าเป็นข้าวปี 2552-2553 ในราคาใกล้ราคาตลาด และเราต้องไปรับข้าวที่คลัง มีค่าขนส่ง ค่าปรับปรุง ข้าวนี้เป็นข้าวเก่า 2 ปีมาแล้วก็สูญเสียพอสมควร เท่าที่เรามาทำรายละเอียดเรามีกำไรประมาณ 2-3 ล้านบาทเท่านั้น ฉะนั้นถ้าจะบอกว่า เราทำให้รัฐเสียหาย เราก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยใช่ เพราะเราซื้อมาปกติวิสัยของการค้า มาปรับปรุงแล้วก็ไปส่งออก มีกำไรนิดหน่อย

- การเรียกร้องค่าเสียหาย

การเรียกค่าเสียหายเป็นอะไรที่ดูแล้วตลกมากอ่ะ เพราะการเรียกค่าเสียหายไปเรียกกันย้อนหลังตั้งแต่ทำสัญญา โดยที่ไม่ได้แยกแยะว่า ใครเป็นคนไปทำสัญญา แล้วทำให้เกิดความเสียหายเมื่อไร อย่างไร มันก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ เราโดนเรียกเท่ากับมูลค่าที่เราซื้อข้าวไปคือ 163 ล้านบาท และคิดดอกเบี้ยตั้งแต่ทำสัญญาตอนเราไปซื้อข้าว เริ่มทำสัญญาตุลาคม 2554 แต่เราซื้อข้าวในเดือนมกราคม 2556 เราก็มองว่า เรื่องพวกนี้มีอะไรที่ต้องชี้แจงแก้ไขอยู่เยอะว่า อะไรคือถูก คือผิด ตอนเรารับทราบข้อกล่าวหาและชี้มูลขณะนั้นเราก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเพราะเราคิดว่าเราซื้อขายข้าวตามปกติ จนเราไปนั่งฟังคำให้การของพยานโจทก์เราถึงรู้ว่ามีอะไรหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่รู้และเพิ่งมารู้ตอนนี้ เท่าที่ถามจากทนายได้รับคำอธิบายเรื่องค่าเสียหาย เช่น มูลค่าข้าว 150 ล้าน ซึ่งเป็นค่าเสียหายจากราคาตลาดที่รัฐควรได้ แล้วเราซื้อไป 136 ล้านบาท ความเสียหายที่เราต้องจ่ายคือ 14 ล้านบาท แต่เผอิญว่าเรียกค่าเสียหายเท่ามูลค่าซื้อ แปลว่าเราไม่ต้องจ่ายเพราะเราซื้อไปแล้ว



เจียเม้งหาผู้ร่วมทุนรายใหม่

การร่วมโครงการกับภาครัฐหลายโครงการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการรับจำนำข้าว จนกระทั่งถึงโครงการข้าวถุง ที่ถูกสั่งให้ยุติการดำเนินการกลางคัน ล้วนแล้วแต่มีผลต่อสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท โดยนางประพิศ มานะธัญญา กล่าวยอมรับว่า ที่ผ่านมาบริษัทเจียเม้งขาดเงินหมุนเวียนและมีปัญหากับธนาคารหลังจากที่บริษัทตกเป็นคดีกับรัฐบาล ส่งผลให้บริษัทต้องยื่นศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอฟื้นฟูกิจการและศาลไต่สวนนัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา มีเจ้าหนี้ 12 ราย จาก 30-40 รายที่ยื่นขอคัดค้านแผนฟื้นฟู คิดเป็นสัดส่วน 20% ของมูลค่าหนี้ โดยในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่จากธนาคารอิสลาม กับ CIMB มายื่นคัดค้าน ขณะที่เจ้าหนี้รายใหญ่ 5 ธนาคารไม่มายื่นค้าน ซึ่งหมายถึง "ยอมรับแผนฟื้นฟูได้"

สำหรับสถานะบริษัทเจียเม้งขณะนี้ "ยังดำเนินการต่อไปได้ มีการผลิตสัก 20-30%" บริษัทคาดว่ายอดขายทั้งปีจะมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท ในลักษณะของการทำธุรกิจโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยธนาคาร ยังไม่ต้องคืนต้นให้เจ้าหนี้ โดยที่ปรึกษาทางการเงิน (บริษัท ซีเจ มอร์แกน) แนะนำว่า บริษัทสามารถทำธุรกิจด้วยการเอายอดหนี้ตั้งแล้วทำธุรกิจหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ ซึ่งเจ้าหนี้ 4-5 รายยอมให้เอาหนี้มาหมุนเวียนทำธุรกิจ "ชำระหนี้ใหม่ตัดหนี้เก่าโดยกลายเป็นหนี้ปัจจุบัน"

โดยศาลนัดไต่สวนวันที่ 24-26 มกราคม 2560 และ "เราอาจจะมีข่าวดี" เนื่องจากมีแหล่งทุนจากธุรกิจอื่นสนใจจะร่วมทุนกับบริษัท ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด คาดว่าจะสรุปได้หลังจากจบเรื่องการฟื้นฟู ด้านนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมได้ยื่นคัดค้านแผนฟื้นฟูกิจการบริษัทเจียเม้งเพราะได้พิจารณาปัจจัยและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวข้องแล้ว "ไม่มีความมั่นใจและเชื่อมั่นว่าเจียเม้งจะสามารถฟื้นฟูกิจการขึ้นมาได้ภายในเวลาที่กำหนด" และบริษัทไม่มีความสามารถที่จะคืนเงินที่ติดค้างกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : คำต่อคำ ประพิศ มานะธัญญา ถูกฟ้อง ซื้อข้าวรัฐ ติดบ่วงทุจริต G to G

view

*

view