หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,993,571
Page Views 23,554,100
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

สุเมธ ตันติเวชกุล กับศาสตร์พระราชา

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชื่น โดย กฤษณา ไพฑูรย์

"วิชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ใครอย่าได้ไปบอกว่า ทะลุปรุโปร่ง รู้ศาสตร์พระราชาอย่างนั้นอย่างนี้ ขอทีเถอะ เท่าที่เข้าใจกัน แค่กระผีกเดียว ที่ทรงคิดทรงทำ และพระราชทานมาให้เราเท่านั้นเอง"

นั่นเป็นประโยคแรกๆ ที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ เอสซีจี และเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ "ศาสตร์พระราชา" ปรัชญาของ"เศรษฐกิจพอเพียง" ในหัวข้อ "หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการพัฒนาประเทศ" ซึ่งบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจีจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

ทำให้ทราบว่า ความเข้าใจเรื่อง "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ของแต่ละคนที่นำไปปฏิบัติกันในทุกวันนี้ยังไม่แตกฉาน บางครั้งมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนไป

ดร.สุเมธบอกว่า ที่สอนกันทุกวันนี้ ว่าเศรษฐกิจพอเพียงให้อดทน อดออม รู้จักพอ ผมว่าไม่ใช่หลักคำสอนของพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าอยู่หัวรับสั่ง "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"

"เข้าใจ"
 อะไร เข้าใจเหตุ มันเกิดจากอะไร เข้าใจผล ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หนทางแก้ในที่สุด กระบวนการอย่างนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ในทุกอาชีพ

พระเจ้าอยู่หัวใช้คำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่พระราชทานมา ขอให้ใช้กลไกของกระบวนการความคิด พระราชทาน "ธรรมะ" คือ "ดี" และต้อง "ถูกต้อง" ด้วยธรรมะ 3 ประการ

ธรรมะประการที่ 1 ที่พระองค์ท่านสอน "ให้ประมาณตน" คือ ประเมินตน รู้ขนาดธุรกิจตัวเอง รู้ทุน รู้ทุกอย่างว่าเราอยู่ตรงไหน

ธรรมะประการที่ 2
 ทุกอาชีพแต่ละคนต้องพยายามหา เส้นทางสายกลาง เดินไปข้างหน้า ใช้เหตุผลเป็นเครื่องนำทาง อย่าใช้อารมณ์ อย่าใช้กิเลส ตัณหาเป็นเครื่องนำทาง

ธรรมะประการที่ 3 อย่าประมาท สร้างภูมิคุ้มกัน

ยกตัวอย่าง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยในอดีตเคยขาดทุน 58,000 ล้านบาท วันนั้นกรรมการทุกคนสะดุ้งตื่น เริ่มถามตัวเอง แนวความคิดเหมือนพระเจ้าอยู่หัว ต้องประเมินตนแล้ว ถามคำถามง่าย ๆ บริษัทตั้งมาเกือบ 100 ปี เก่งอะไร ควรรู้ตัว ไม่ใช้เทคโนโลยี วัตถุดิบอย่างเดียว ไม่ใช้ตลาดอย่างเดียว มันต้องดูลึกไปถึงทรัพยากรมนุษย์เตรียมไว้หรือไม่ในธุรกิจที่ทำ เราดูว่าเก่งก่อสร้าง ผลิตปูน ต่อไปจะทำแต่ธุรกิจหลัก ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีได้มีการเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว ดังนั้นบริษัทย่อย 200 บริษัทได้ทยอยขายออกไป พอ 18 เดือนถัดมาหนี้ 58,000 ล้านบาทหมดไป 3-4 ปีถัดมาประกาศว่า กำไรสูงสุดในรอบ 35 ปี

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่จน แต่ให้รวยอย่างยั่งยืน ทำอย่างไรให้ธุรกิจของเราเดินหน้าต่อไปได้เรื่อย ๆ อย่างยั่งยืนตลอดไป

นอกจากนี้ต้องมีการบริหารความเสี่ยง เพราะวันพรุ่งนี้อะไรเกิดขึ้นไม่รู้ จะต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญเหตุอันนี้ให้ได้ เมื่อเกิดผลกระทบขึ้นอีกจะได้มีกันชนอยู่ ลดความเสี่ยง ผลกระทบจะได้น้อย แม้แต่การขายก๋วยเตี๋ยวริมถนน ต้องประเมินตลาด หากไปขายริมถนนวิภาวดี รถจะไปจอดกินลำบาก ตำรวจอาจจับเอา ต้องไปขายในที่ชุมชน เพราะฉะนั้นการบริหารหลักความคิดเหมือนกัน

แม้แต่คนเกษียณอย่างผม จะกินจะอยู่ต้องดูหมด จะกินแค่ไหน กินอะไรดีต่อสุขภาพ ถ้ากิเลสดึงเราไปใช้รูป รส กลิ่น เสียงเป็นเครื่องนำทาง ต้องไปหาหมอ หมอจ่ายยาให้เรา ไม่ใช่ยารักษา หมอจ่ายยาลดน้ำตาล ยาลดไขมัน แต่หากเราคุมการรับประทานก็ไม่ต้องกินยาทุกวัน เป็นหลักเหตุและผล

หลัก 3 ประการ ถ้าสอบผ่านแล้ว ปฏิบัติเป็นกิจวัตร ประเมินสถานการณ์ ประมาณตน จะย่างก้าวไปอย่างไร พอผมอายุ 80 ปี ผมต้องประเมินอีกแบบหนึ่ง หรือ SCG จะเป็นอย่างไรในอนาคตต้องวิเคราะห์และต้องรอบคอบ ระมัดระวังด้วย

เพราะวันนี้โลกเปลี่ยน เพราะฉะนั้นการต้องรอบรู้ รอบคอบ ให้ระมัดระวัง ให้ทันโลก ต้องอยู่กับคนทั้งโลก รักษาตัวเองได้อย่างยั่งยืน และสามารถอยู่กับเขาได้อย่างกลมกลืน โดยไม่เสียเปรียบ

การทำสินค้าขายต้องนำนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่า เวลานี้ โลกใครจะชนะหรือไม่ชนะอยู่ตรงนี้ เอาของภูมิปัญญา เอาสติปัญญามาเพิ่มมูลค่า

เราหมดยุคการโกยแล้ว ทำยังไงให้อยู่กันได้ ในสภาพที่สมดุล มั่นคง และยั่งยืนต่อไป ถ้าไม่ใช้ 3 คำนี้เป็นตัวนำทางแล้ว ผมคิดว่า โลกจะประสบความหายนะอย่างรวดเร็วที่สุด

ธรรมะข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด "อย่าโกง" ประเทศชาติจะเจริญ ขอให้มีธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์สุจริต เวลานี้ประเทศชาติของเรากำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น ขอให้ดำเนินการต่อไป เพราะว่าโรคนี้มันเป็นโรคเรื้อรัง มันรักษาชอตเดียวไม่จบ ต้องเข้ม เอาชนะให้ได้ ถ้ามีอยู่ต้องให้อยู่ในสภาพที่ทำร้ายเราไม่ได้ แม้กระทั่งพระเจ้าอยู่หัวทรงทนไม่ไหว รับสั่ง "ใครทุจริตแม้นิดเดียวขอให้มีอันเป็นไป"

โรคร้ายบางทีเราไม่รู้ตัว เราไปเลี้ยงมันด้วยโดยไม่รู้ตัว เราไปให้อาหารมันด้วย ขอให้เราใจแข็งไว้ เพราะถ้าทำสำเร็จ บ้านเมืองจะสงบ มีความสุข ไม่ต้องคิดถึงความร่ำรวย รวยมากแล้วทุกข์ จะทุกข์ว่าจะใช้เงินอย่างไร


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : สุเมธ ตันติเวชกุล ศาสตร์พระราชา

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view