http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« July 2018»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท05/07/2018
ผู้เข้าชม20,355,248
เปิดเพจ24,160,913

เงินออก หยวนอ่อน ทุนสำรองลด ปลดรัฐมนตรีคลังจีน

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ นอกรอบ โดย อรกันยา เตชะไพบูลย์ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ภายใต้ภาพใหญ่ที่ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจจีนกำลังอยู่ในช่วง Soft Landing คือ ชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เป็น Hard Landing อย่างที่เคยกลัวกันเมื่อ 2-3 ปีก่อน โดยเศรษฐกิจจีนในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2559 ขยายตัวเท่ากันที่ร้อยละ 6.7 เป๊ะ ในทุกไตรมาส ทำให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 เศรษฐกิจจีนเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.7 ตามเป้าหมาย ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6.5 ที่ทางการจีนได้ประกาศไว้

แม้จะทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ตัวเลขออกมาดีเกินจริงหรือไม่ และภายใต้ภาพการแผ่วลงของเศรษฐกิจจีน มีประเด็นอะไรที่น่ากังวลอีกหรือไม่ ?

ผู้เขียนเห็นว่า มี 4 ประเด็นที่ต้องจับตามอง

ประเด็นที่ 1 คือ เงินทุนไหลออกจากจีน 
อย่างที่ทราบกับว่า ทางการจีนเข้มงวดในการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ ดังนั้น เมื่อนักลงทุนต้องการจะนำเงินทุนออกจากจีน ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หา "ช่องทางใหม่" เพื่อหลบหลีก ทำให้ทางการจีนต้องคอยปราบปราม หรือออกกฎระเบียบใหม่ เพื่อมาควบคุมอยู่เสมอ

โดยในช่วงที่ผ่านมา มีการหลีกเลี่ยงโดยการ ใช้บัตรรูดซื้อกรมธรรม์ประกันในฮ่องกง ในลักษณะของการลงทุน จนทำให้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ทางการจีนต้องออกกฎห้ามชาวจีนโอนเงินซื้อหรือใช้บัตรรูดซื้อกรมธรรม์ประกันในฮ่องกง ที่มีมูลค่ามากกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง นอกจากนี้ยังมีการ ปลอมใบเสร็จการนำเข้าจากฮ่องกง เพื่อลักลอบเอาเงินออก จนทำให้มูลค่าการนำเข้าฮ่องกง ขยายตัวสูงต่อเนื่องหลายเดือน และสร้างประวัติศาสตร์ขยายตัวถึงร้อยละ 242.6 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559

ล่าสุด ความพยายามในการนำเงินออกจากจีนได้ก้าวไกลไปถึง การซื้อ Bitcoin ในโลกออนไลน์ ด้วยเงินหยวน เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลอื่น นอกเหนือจากช่องทางธรรมดาอื่น ๆ เช่น การเข้าซื้อสินทรัพย์ในฮ่องกง การขยายไปซื้อหรือควบรวมกิจการในต่างประเทศ เป็นต้น

ประเด็นที่ 2 คือ การอ่อนค่าลงของเงินหยวน เริ่มเห็นรูปแบบชัดเจนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 ที่ธนาคารกลางจีนประกาศปรับวิธีการคำนวณให้เป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2559 ค่าเงินหยวนของจีนมีทิศทางอ่อนค่าอย่างชัดเจน โดยทำสถิติแตะระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบ 6 ปีอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 ค่ากลางเงินหยวนรายวันซึ่งประกาศโดยธนาคารกลางจีน อยู่ที่ 6.7858 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงร้อยละ 4.4 จากต้นปี 2559 และอ่อนค่าลงกว่าร้อยละ 6.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน

ทำให้ในวันเดียวกัน ผู้ช่วยประธานธนาคารกลางจีน ต้องออกมาให้ความมั่นใจโดยแถลงว่า การอ่อนค่าของเงินหยวนในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้น่ากังวล เนื่องจากเกิดจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ตามการคาดการณ์เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธันวาคม 2559 ธนาคารกลางจีนจะรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวน

การอ่อนค่าลงของเงินหยวนนี้ สอดคล้องกับ ประเด็นที่ 3 คือ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนที่ปรับลดลงอย่างมาก ติดต่อกัน 4 เดือน โดยอยู่ที่ 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนตุลาคม 2559 ในเดือนนี้ปรับลดลงกว่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการลดลงในเดือนเดียวเยอะที่สุดในรอบ 9 เดือน ทำให้เงินทุนสำรองของจีนลดลงอยู่ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

อย่างไรก็ตาม แม้การลดลงของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ จะสะท้อนการเข้าแทรกแซงการอ่อนค่าลงของเงินหยวนโดยทางการจีน แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้เงินทุนสำรองในรูปสกุลอื่น เช่น ยูโร หรือเยน มีมูลค่าลดลงด้วย

ประเด็นที่ 4 คือการปรับเปลี่ยนหัวเรือใหญ่ด้านเศรษฐกิจ
 ปรับออกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของจีนก่อนครบวาระ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 จาก นาย Lou Jiwei ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2556 มาเป็น นาย Xiao Jie เป็นการสร้างความแปลกใจเล็กน้อย เนื่องจากก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายคาดว่า Lou Jiwei จะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 5 ปีตามปกติ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยที่จะต้องกังวลมากนัก ในแง่ของความต่อเนื่องของนโยบาย เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมเท่านั้น

สำหรับนาย Lou Jiwei อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถือเป็นรัฐมนตรีที่มีผลงานมากพอสมควร เช่น เป็นผู้ริเริ่มการปฏิรูประบบการคลังท้องถิ่นในจีน ซึ่งประสบปัญหาหนี้ในระดับสูง ตั้งแต่ในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลกเป็นต้นมา และตลอดช่วงดำรงตำแหน่งก็พบว่า การปรับโครงสร้างหนี้รัฐบาลท้องถิ่นโดยการออกพันธบัตรมีความคืบหน้า อีกทั้งก่อนการปรับออกจากตำแหน่งไม่กี่วัน ก็ยังเพิ่งจะมีการออกประกาศนโยบายการคลังท้องถิ่นเพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้ การปรับออกจากตำแหน่งในครั้งนี้ไม่ได้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริตแต่อย่างใด ไม่เหมือนกับรัฐมนตรีคนอื่นที่ถูกปรับออกในคราวเดียวกัน

ในส่วนของ นาย Xiao Jie รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ถือได้ว่าเป็นผู้คร่ำหวอดในแวดวงราชการระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ ผ่านการร่วมงานในทีมบริหารเศรษฐกิจของจีนอยู่แล้ว มีประสบการณ์ด้านภาษี สนใจการปฏิรูปการคลัง และได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิบัติมากกว่านักวางแผน จึงคาดว่าได้รับการปรับเข้ามาเพื่อเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันการปฏิรูปการคลังและดำเนินนโยบายการคลังเพื่อสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจของจีนในปี2560ซึ่งนโยบายการคลังจะต้องมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น จากข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป

ทั้ง 4 ประเด็นที่กล่าวมาสะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจจีนในภาพใหญ่จะยังคงสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ทางการจีนตั้งไว้ แต่การบริหารจัดการเศรษฐกิจในแต่ละภาคส่วน ทั้งในภาคการเงินและภาคการคลัง ยังคงมีความท้าทายและความเสี่ยงรุมเร้าเศรษฐกิจจีนอยู่อีกไม่น้อย


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เงินออก หยวนอ่อน ทุนสำรองลด ปลดรัฐมนตรีคลังจีน

view

*

view