http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,113,466
เปิดเพจ23,727,511

ร.๖ สั่งงานพระบรมศพก่อนสวรรคต ๑๗ ข้อ! ห้ามมีนางร้องไห้ ถ้ารักจริงก็ร้องเถิด และขอเดินทางสุดท้ายนี้แบบทหาร

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

โดย โรม บุนนาค

ร.๖ สั่งงานพระบรมศพก่อนสวรรคต ๑๗ ข้อ! ห้ามมีนางร้องไห้ ถ้ารักจริงก็ร้องเถิด และขอเดินทางสุดท้ายนี้แบบทหาร!! (๓)
พระเมรุมาศรัชกาลที่ ๖ เรียบง่าย สง่างาม
        พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะมีพระมเหสีเพียงองค์เดียวตามแบบอย่างตะวันตก แต่ก็ทรงมีพระราชประสงค์อย่างมุ่งมั่นที่จะมีสมเด็จพระหน่อเจ้าไว้สืบราชสกุลในสายของพระองค์ ทรงมีพระมเหสีด้วยความหวังที่จะมีพระหน่อนาถสักองค์หนึ่ง แต่ก็ทรงอาภัพในเรื่องนี้ ทำให้ต้องทรงลดพระอิสริยยศพระมเหสีที่ทำให้พระองค์หมดหวังในเรื่องนี้ลง จนกระทั่งพระมเหสีองค์ที่ ๓ จึงทรงครรภ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงพระปีติโสมมนัสยิ่ง โปรดสถาปนาพระมเหสีที่ทรงครรภ์ขึ้นเป็น “พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี”
       
       พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงประชวรด้วยพระโรคพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) อักเสบ ต้องผ่าตัดมาแล้วครั้งหนึ่งขณะทรงศึกษาอยู่ที่อังกฤษ ต่อมามีสิ่งปกติเกิดขึ้นตรงบริเวณที่เคยผ่าตัด ผู้ใกล้ชิดกราบบังคมทูลให้ไปตรวจรักษาพระองค์ที่ต่างประเทศ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศยามนั้นตกต่ำเช่นเดียวกับเศรษฐกิจโลก ทำให้พระองค์รั้งพระทัยอยู่ จนกระทั่งพระอาการหนักขึ้นจนแน่พระทัยว่าจะมีพระชนม์ชีพอยู่ได้อีกไม่นาน โปรดให้เชิญพระองค์ไปประทับ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน และโปรดให้พระนางเจ้าสุวัทนาเข้าประทับรอการประสูติพระราชกุมารที่พระปรัศว์ขวาของพระมหามณเฑียร
       
       พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงประชวรพระอาการทรุดหนักตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๘ แพทย์รายงานว่าพระโลหิตในพระอุทรเป็นพิษ ครั้นถึงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๘ เวลา ๑๒.๕๕ น. พระวรราชเทวีก็ประสูติเจ้าฟ้าหญิง ทรงพระราชทานพระนามไว้ล่วงหน้าทั้งชายและหญิงแล้วว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี” ซึ่งทรงเป็นเจ้านายพระองค์เดียวในราชวงศ์จักรีที่ประสูติ ณ พระที่นั่งในหมู่พระมหามณเฑียร
       
       เจ้าพระยารามราฆพ ผู้สำเร็จราชการมหาดเล็ก ได้เชิญพระราชกุมารประสูติใหม่เข้าเฝ้าฯ แล้วทูลว่าเป็นหญิง ทรงอ้ำอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนจะรับสั่งว่า “ก็ดีเหมือนกัน” ทรงพยายามยกพระหัตถ์ขึ้นจะลูบคลำพระราชธิดาด้วยหัวใจของพ่อที่อยากจะได้ลูกเป็นที่สุด แต่ก็ยกพระหัตถ์ไม่ขึ้น แพทย์ประจำพระองค์ต้องช่วยยกพระหัตถ์วางบนพระเศียรและลูบพระอุระพระราชธิดา ทรงสะอื้นพร้อมกับพระเนตรไหลลงสู่พระปราง หลังจากนั้นก็ไม่ตรัสประการใดอีก เสด็จสู่สวรรคาลัยเมื่อเวลา ๐๑.๔๕ น.ของวันที่ ๒๖ พฤศจิกายนนั้น รวมพระชนมายุได้ ๔๕ พรรษา ๙ เดือน ๒๕ วัน สถิตในราชสมบัติ ๑๕ ปี ๑ เดือน ๓ วัน
       
       เรื่องการจัดงานพระบรมศพรัชกาลที่ ๖ นี้ พระองค์เองได้ทรงมีพระราชโองการแสดงพระราชประสงค์ไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๓ ก่อนสวรรคตถึง ๕ ปีเศษ ดังมีข้อความว่า
       
       “เวลานี้ข้าพเจ้ากำลังมีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ จึงขอสั่งข้อความไว้ดังต่อไปนี้
       
       ๑.ถ้าข้าพเจ้าสวรรคตลง ณ แห่งหนึ่งแห่งใด นอกจากในพระบรมมหาราชวัง ให้เชิญพระบรมศพโดยเงียบๆ เข้าไปยังพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ให้จัดการสรงน้ำพระบรมศพในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน แล้วจึงให้เชิญไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
       
       ๒.ในเวลาที่ตั้งพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และในเวลาอื่นๆต่อนี้ไปตลอด ห้ามมิให้มีนางร้องไห้ ถ้าผู้ใดรักข้าพเจ้าจริง ปรารถนาจะร้องไห้ก็ให้ร้องจริงๆเถิด อย่าร้องเล่นละครเลย
       
       ๓.ในงานทำบุญ ๗ วันทุกๆ ๗ วัน ไปจนถึงงานพระเมรุ ขอให้นิมนต์พระซึ่งข้าพเจ้าเคยชอบพอมาเทศน์ อย่าให้นิมนต์ตามยศ และนอกนั้นก็ให้นิมนต์พระเปรียญที่มีท่าทางจะเป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาสืบไป
       
       ๔.งานพระเมรุ ขอให้กำหนดภายหลังวันสวรรคตเร็ววันที่สุดที่จะทำได้ ถ้าจะทำได้ภายในฤดูแล้งแห่งปีสวรรคตแล้วก็ยิ่งดี เพราะการไว้พระบรมศพนานๆ เป็นการเปลืองเปล่าๆ
       
       ๕.ในการทำบุญ ๗ วัน เมื่อไว้พระศพก็ดี และในงานพระเมรุก็ดี ขอให้จัดทำพิธีกงเต๊ก ถ้าไม่มีใครศรัทธาทำให้ข้าพเจ้า ขอให้ทายาทของข้าพเจ้าหาพรตอานัมนิกาย จีนนิกาย มาทำให้ข้าพเจ้า
       
       ๖.ส่วนงานพระเมรุขอให้รวบรัดตัดกำหนดการลงให้น้อย คือ ตัวพระเมรุให้ปลูกตรงถาวรวัตถุ ใช้ถาวรวัตถุนั้นเองเป็นพลับพลาทรงธรรม
       
       ๗.ก่อนที่จะยกพระศพไปสู่พระเมรุ ให้มีงานศราทพรตที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทวันเดียว
       
       ๘.ญาติวงศ์ของข้าพเจ้า และข้าราชการกระทรวงต่างๆ ถ้ามีความปรารถนาจะทำบุญให้ข้าพเจ้า ก็ให้ทำเสียให้เสร็จในขณะที่ตั้งพระบรมศพอยู่ก่อนงานพระเมรุ ส่วนงานพระเมรุขอให้เป็นงานหลวงอย่างเดียว
       
       ๙.สังเคดขอให้จัดของที่เป็นประโยชน์สำหรับพระสงฆ์ที่จะได้รับไป และให้เลือกพระสงฆ์ที่จะได้สังเคดนั้น ให้เลือกพระสงฆที่จะใช้สังเคดจริง จะไม่เอาไปขาย
       
       ๑๐.ส่วนของแจก ขอให้เลือกเป็นหนังสือ ๒ อย่าง อย่างหนึ่งด้วยกิจการที่ข้าพเจ้าได้ทำเป็นประโยชน์มาแล้วแก่แผ่นดิน อีกอย่างหนึ่งขอให้เป็นหนังสือที่จะเป็นประโยชน์แก่พระศาสนา
       
       ๑๑.ในการแห่พระบรมศพ ตั้งแต่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปถึงวัดพระเชตุพน ให้ใช้พระยานมาศตามประเพณี จากวัดพระเชตุพนไปพระเมรุ ขอให้จัดแต่งรถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพ เพราะข้าพเจ้า เป็นทหาร อยากจะใคร่เดินทางระยะสุดท้ายนี้อย่างทหาร
       
       ๑๒.ในกระบวนแห่นี้ นอกจากทหาร ขอให้จัดมีเสือป่าและลูกเสือเข้าสมทบร่วมกระบวนด้วย และ ขอให้นักเรียนโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ได้เข้ากระบวนด้วย
       
       ๑๓.การโยงโปรย ขอให้งด ไม่ต้องมีทุกระยะ และประคองพระโกศ ขอให้ใช้เจ้าหน้าที่กรมภูษามาลา
       
       ๑๔.การอ่านพระอภิธรรมนำพระบรมศพ ถ้าสิ้นสมเด็จพระมหาสมณ กรมยาวชิรญาณวโรรส และพระวรวงศ์เธอกรมหมื่นชินวรสิริวิวัฒน์ไปแล้ว ขอให้นิมนต์พระญาณวราภรณ์ (ม.ร.ว.พระชื่น) วัดบวรนิเวศ หรือพระราชสุธี (อุปโม) วัดราชาธิวาส แต่ถ้าแม้ท่านทั้ง ๒ นี้จะนำไม่ได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งแล้ว จึงให้นิมนต์พระราชาคณะผู้ทรงสมณศักดิ์สูงกว่ารูปใดๆในคณะธรรมยุติกนิกาย
       
       ๑๕.ในการถวายพระเพลิง เมื่อแตรทหารบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีจบแล้ว ขอให้รวมแตรสั้นเป่า เพลงสัญญาณนอน
       
       ๑๖.ส่วนงานพระบรมอัฐิ ขอให้ทำตามระเบียบที่เคยทำมาแล้วเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง
       
       ๑๗.พระอังคาร ขอให้บรรจุใต้ฐานพระพุทธชินสีห์ในวัดบวรนิเวศวิหารส่วน ๑ อีกส่วน ๑ ขอให้กันเอาไว้ไปบรรจุใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ที่พระปฐมเจดีย์ ในโอกาสอันเหมาะ ซึ่งไม่ติดต่อกับงานพระเมรุ
       

       พระบรมราชโองการนี้ ได้กระทำไว้เป็น ๓ ฉบับความต้องกัน พระราชทานให้เสนาบดีกระทรวงวังไปรักษาไว้ฉบับ ๑ ผู้สำเร็จราชการมหาดเล็กรักษาไว้ฉบับ ๑ ราชเลขาธิการรักษาไว้ฉบับ ๑ และทรงกำชับเจ้าหน้าที่ทั้ง ๓ นี้ ให้นำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินที่จะได้เสด็จขึ้นเสวยราชย์สืบสันตติวงศ์ เพื่อให้ทรงทราบพระราชประสงค์นี้โดยตลอดถ้วนถี่
       
       (พระบรมนามาภิไธย) ราม.วชิราวุธ ป.ร.
       
       พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดการพระบรมศพตามพระบรมราชโองการนี้ตามพระราชประสงค์เกือบครบถ้วน เว้นแต่เฉพาะที่ขัดกับโบราณราชประเพณี เช่นการแห่พระบรมศพจากวัดพระเชตุพนไปสู่พระเมรุ ซึ่งตามพระราชประสงค์ของพระบรมเชษฐาธิราช อยากจะเดินทางระยะที่สุดนี้อย่างทหาร ก็โปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนเป็นเชิญพระโกศพระบรมศพขึ้นพระมหาพิชัยราชรถ ครั้นถึงพระเมรุจึงให้เชิญพระโกศพระบรมศพเลื่อนลงสู่ราชรถปืนใหญ่รางเกวียน ทหารรักษาวังฉุดเชือกชักราชรถเวียนพระเมรุ ทรงได้เดินทางระยะสุดท้ายอย่างทหารเหมือนกัน
       
       พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดขึ้นที่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง เมื่อวันที ๒๔ มีนาคม ๒๔๖๘
       
       การบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
       
       พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๗ หลังครองราชย์อยู่ ๙ ปี ๓ เดือน ๕ วัน และเสด็จไปประทับที่ตำบลเวอร์ยิเนีย วอเตอร์ อันป็นชนบทใกล้กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เสด็จสวรรคตด้วยพระหทัยวายโดยปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๔ มีการถวายพระเพลิงพระบรมศพที่สุสานโกลเดอรส์กรีน ประเทศอังกฤษในวันที่ ๓ มิถุนายนต่อมา
       
       สมเด็จพระนางรำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ ได้ทรงเชิญพระบรมอัฐิกลับประเทศไทย รัฐบาลโดย จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งบังคับบัญชาสำนักพระราชวัง รับพระบัญชาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ส่งเรือรบหลวงแม่กลองไปรับพระบรมอัฐิต่อจากเรือภาณุรังษีที่หน้าป้อมพระจุลจอมเกล้าเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๒ กระบวนเรือเชิญพระบรมอัฐิเข้าเทียบท่าราชวรดิฐในเวลา ๑๕.๓๐ น.
       
       ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เสด็จขึ้นไป ร.ล.แม่กลอง ถวายสักการะพระบรมอัฐิ แล้วโปรดให้พนักงานพระราชพิธีเชิญพระโกศพระบรมอัฐิลงจาก ร.ล.แม่กลอง ทหารเรือยิงปืนใหญ่ถวายเคารพ ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตร และกลองชนะ พนักงานพระราชพิธีเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานเหนือบุษบกราเชนทรรถ ตั้งกระบวนพยุหยาตราใหญ่ ๔ สาย มีกระบวนทหาร กระบวนพระราชอิสริยยศ แห่นำและตามพระบรมอัฐิ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ตามพระบรมอัฐิมาทางถนนมหาราช ถนนท้ายวัง ถนนสนามไชย และถนนหน้าพระลาน เข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี กระบวนพระราชอิสริยยศเข้าทางประตูพิมานไชยศรี หยุดพระราเชนทรรถเทียบเกยหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พนักงานพระราชพิธีเชิญพระโกศพระบรมอัฐิลงจากบุษบกราเชนทรรถ ขึ้นประดิษฐานเหนือพระที่นั่งพุดตานถมบรมราชอาสน์ บนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะถวายบังคมพระบรมอัฐิ แล้วเสด็จกลับ
       
       วันที่ ๒๕ พฤษภาคม เวลา ๑๖.๐๐ น.ทหารบกยิงปืนนาที ถวายความเคารพ ๔๘ นัดที่ท้องสนามหลวง
       
       ในเวลาเดียวกัน ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เสด็จมายังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงวางพวงดอกไม้ของหลวงหน้าพระพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ดุษณีภาพ ๑ นาที แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะถวายบังคมพระบรมอัฐิ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตร กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จบแล้วพระบรมวงศานุวงศ์ คณะทูต คณะรัฐมนตรี และข้าราชการถวายสักการะ
       
       สังการีนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นนั่งยังอาสนะบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระศรีรัตนตรัย เครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิและเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ ๑ แล้วพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๕๐ รูป สาดศราทพรตคาถา จบแล้วผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงทอดผ้า พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ถวายอนุโมทนา แล้วผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เสด็จกลับ
       
       วันที่ ๒๖ พฤษภาคม เวลาเช้า พนักงานพระราชพิธีเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมอัฐิสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ออกประดิษฐานเหนือพระที่นั่งพุดตานถมบรมราชาอาสน์ บนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร
       
       ๑๐.๐๐ น. ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระศรีรัตนตรัย เครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ แล้วทรงทอดผ้าไตร ๓ หาบ พระสงฆ์ ๙ รูปสดับปกรณ์พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วทรงประเคนภัตตาหาร ๓ หาบ พระสงฆ์ ๙ รูปรับพระราชทานฉัน เสร็จแล้วถวายอนุโมทนา
       
       ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงทอดผ้า พระสงฆ์ ๑๓ รูปสดับปกรณ์พระบรมอัฐิพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมอัฐิสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ถวายอนุโมทนา แล้วผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงทอดผ้า พระสงฆ์อีก ๓๐ รูปสดับปกรณ์พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้วถวายอนุโมทนา
       
       โปรดให้พนักงานภูษามาลา เชิญพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์และพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระบูรพราชินีนาถที่กล่าวมาแล้ว ขึ้นประดิษฐาน ณ หอพระบรมอัฐิชั้นบนแห่งพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตร กลองชนะ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จไปส่งพระบรมอัฐิถึงที่
       
       ต่อมาผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์โปรดให้เชิญพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเปิดให้ประชาชนถวายสักการะตั้งแต่วันที่ ๑๓ ถึง ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๒ ระหว่างเวลา ๑๐.๐๐ น.ถึง ๑๖.๐๐ น.
       
       ในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๒ จึงได้เชิญพระราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปบรรจุ ณ พุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ณ วัดราชบพิธ 

ร.๖ สั่งงานพระบรมศพก่อนสวรรคต ๑๗ ข้อ! ห้ามมีนางร้องไห้ ถ้ารักจริงก็ร้องเถิด และขอเดินทางสุดท้ายนี้แบบทหาร!! (๓)
พระร่วงโรจนฤทธิ์ หน้าองค์พระปฐมเจดีย์
        

ร.๖ สั่งงานพระบรมศพก่อนสวรรคต ๑๗ ข้อ! ห้ามมีนางร้องไห้ ถ้ารักจริงก็ร้องเถิด และขอเดินทางสุดท้ายนี้แบบทหาร!! (๓)
สมเด็จพระนางรำไพพรรณี ทรงเชิญพระบรมอัฐิ ร.๗ กลับประเทศไทย

สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ร.๖ สั่ง งานพระบรมศพก่อนสวรรคต ๑๗ ข้อ ห้ามมีนางร้องไห้ ขอเดินทางสุดท้าย แบบทหาร

view

*

view