หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 20,000,298
Page Views 23,568,946
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ลมปะทะของการลงทุนในปี 2017

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ จับช่องลงทุน โดย ลักษณ์ชนก สงวนรักษ์ศักดิ์ ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ.เอเชีย เวลท์

ตลาดหุ้นทั่วโลกบวกขึ้นอย่างสดใสในสัปดาห์แรกของปีซึ่งเป็นการบวกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงธันวาคม จากความคาดหวังนโยบายการคลังกระตุ้นต่าง ๆ ที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวเพิ่มขึ้น สำนักข่าวบลูมเบิร์กเคยรายงานการเก็บสถิติการปรับตัวขึ้นลงของตลาดหุ้นในสัปดาห์แรกของปีจะเป็นตัวบ่งชี้ผลตอบแทนทั้งปีของตลาดหุ้นแต่สถิติดังกล่าวเป็นเพียงรายงานความบังเอิญที่จำนวนครั้งส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่ได้หาความเกี่ยวเนื่องสอดคล้องมาอธิบายซึ่งเหตุการณ์และปัจจัยที่พอจะเห็นแนวทางน่าจะมีอิทธิพลในการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นมากกว่าโดยในปี 2017 นี้พอจะเรียบเรียงปัจจัยใหญ่ที่น่าจับตาได้ ดังนี้

1.นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีสหรัฐ ตลาดหุ้นหลังเลือกตั้งตอบรับเชิงบวกกับความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นทางการในวันที่20มกราคมนี้ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าจะแถลงนโยบายและรายละเอียดอะไรบ้าง ด้วยคำชวนเชื่อทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งว่าจะลงทุนเม็ดเงินกว่า 1 ล้านล้านเหรียญ

การลดภาษีทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน หรือแม้แต่การกีดกันการค้า ความเป็นไปได้ของหลากหลายนโยบายยังเป็นที่สงสัย โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะให้รายละเอียดหรือให้น้ำหนักว่านโยบายใดทำก่อนหลัง หรือภายในปีนี้จะสามารถผลักดันนโยบายอะไรออกมาได้บ้าง ซึ่งนักลงทุนมีการเปรียบเทียบกับสมัยประธานาธิบดีบุชที่ผลักดันมาตรการลดภาษีเพียง 5 เดือนหลังจากเข้ารับตำแหน่ง เป็นส่วนหนึ่งที่ตลาดหุ้นขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่รอ หากไม่มีการส่งมอบอย่างที่นักลงทุนคาดหวัง ดัชนีที่สูงย่อมมีโอกาสพักฐาน

2.การเมืองยุโรป ในปีนี้หลายประเทศใหญ่ในยุโรปมีการเลือกตั้งผู้นำ ทั้งเนเธอร์แลนด์ (มีนาคม) ฝรั่งเศส (เมษายน-พฤษภาคม) เยอรมนีและนอร์เวย์ (กันยายน) หลังปีใหม่ที่ผ่านมา นางเทเรซา เมย์ นายกฯอังกฤษ ออกมาส่งสัญญาณผลักดันกระบวนการนำสหราชอาณาจักรออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) หนึ่งในใจความหลักคือจะให้ความสำคัญต่อการที่รัฐบาลสามารถมีอำนาจควบคุมการเข้าเมืองของชาวต่างชาติมากกว่าการให้ความสำคัญต่อการที่อังกฤษจะสามารถเข้าสู่ตลาดร่วมยุโรปอาจเป็นการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพ.ค.ก็เป็นได้ 

แต่การเปิดฉากโฉ่งฉ่างแบบนี้อาจทำให้การเจรจากับสหภาพยุโรปราบรื่นเป็นไปได้ยาก เพราะแท้จริงแล้ว อังกฤษลงมติ Brexit ไปตั้งแต่ 23 มิถุนายนปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าการนำเรื่องเข้าสภาเพื่อเริ่มใช้มาตรา 50 ในการขอออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยในไตรมาสแรกนี้คงต้องเห็นการเดินหน้าของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งใกล้กับช่วงเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส อาจทำให้กระแสพรรคต่อต้านยุโรปเพิ่มขึ้นมีโอกาสสร้างความวิตกต่อตลาดหุ้น

3.การแก้ปัญหาสินเชื่อนอกภาคธนาคารของจีนระดับสินเชื่อนอกภาคธนาคาร(Non-bank Financial Institutions, NBFI) ของจีน เพิ่มขึ้นสู่ 9.9 ล้านล้านหยวน เมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2016 เพิ่มจาก 7 แสนล้านหยวน เมื่อกันยายน 2015 ทางการจีนเล็งเห็นตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติที่จะเป็นความเสี่ยงต่อระบบการเงินจึงเข้าดูแลการปล่อยกู้ดังกล่าวแต่ตัวเลขยังเพิ่มขึ้นต่อเป็น10.6 ล้านล้านหยวน ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา (ที่มา : Deutsche Bank)

ทำให้ในช่วงเดือนธันวาคมต่อเนื่องจนถึงปีใหม่นี้ ธนาคารกลางจีนเข้าคุมเข้มการปล่อยกู้นอกภาคธนาคาร เกิดข่าวบริษัทบางแห่งไม่สามารถชำระหนี้ดอกเบี้ยและเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารรวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรภาคเอกชนพุ่งสูงขึ้น สภาพคล่องในระบบตึงตัวอย่างมาก ทำให้ในบางวันธนาคารกลางจีนเองกลับต้องอัดเงินเข้าระบบเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน ยังคงต้องดูว่าธนาคารกลางจีนจะแก้ปัญหามากน้อยอย่างไร และการไม่สามารถชำระหนี้ของบริษัทเอกชนจะลุกลามเป็นโดมิโนหรือไม่ หากลุกลามจะเป็นผลลบกดดันตลาดหุ้นเป็นแน่

ลมปะทะที่จะเกิดขึ้นกับการลงทุนข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเหตุการณ์มีเงื่อนเวลาที่จะเกิดหรือบางส่วนเกิดขึ้นแล้วทำให้นักลงทุนสามารถติดตามปัจจัยและเตรียมรับมือปรับพอร์ตลงทุนให้ทันท่วงทีอย่างไรก็ดี นักลงทุนมีบทเรียนจากปี 2016 ที่เหตุการณ์สำคัญหักปากกานักวิเคราะห์ ทั้งเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นและผลของเหตุการณ์ที่จะตามมา เช่น Brexit และผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ จึงอยากให้นักลงทุนนึกถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ลงทุนในเงินก้อนนั้น ๆ เข้ามาประกอบ เพื่อช่วยพิจารณาว่าจะลงทุนต่อ ทำกำไร หรือแม้แต่ตัดขาดทุนก็ตาม

สุดท้ายนี้ขอสวัสดีปีใหม่และอวยพรให้ผู้อ่านทุกท่านโชคดีมีชัยลงทุนได้กำไรกันนะคะ


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ลมปะทะของการลงทุน ปี 2017

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view