http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,113,458
เปิดเพจ23,727,503

การศึกษาหันหลัง

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

จริง ๆ แล้วความสำเร็จในโลกการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ จนทำให้บุคลากรทางด้านการศึกษาจากทั่วโลกต่างเดินทางมาศึกษาดูงาน ทั้งยังนำโมเดลต้นแบบต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้กับการศึกษาในประเทศของตน

เพื่อหวังว่าจะนำไปพัฒนาปรับปรุงระบบการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

แต่กระนั้นใครจะรู้บ้างว่ากว่า"ฟินแลนด์"จะประสบความสำเร็จในวันนี้ประเทศของเขาต่างผ่านความเจ็บปวดมาก่อน ยิ่งเฉพาะในช่วงปี 1939-1945 เนื่องเพราะประเทศของเขาต้องเผชิญกับสงคราม โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

คราวนั้นมีผู้เสียชีวิตราว 90,000 คน

60,000 คนต้องกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ และอีกกว่า 25,000 คนเป็นม่าย ขณะที่เด็กกว่า 50,000 คน กลายเป็นเด็กกำพร้า

มากไปกว่านั้นฟินแลนด์ยังต้องยกดินแดน 12% ให้กับสหภาพโซเวียตในอดีต พร้อม ๆ กับต้องอพยพประชากรกว่า 450,000 คนออกจากประเทศ พร้อมกับต้องยอมให้กองทัพสหภาพโซเวียตเช่าคาบสมุทรใกล้กรุงเฮลซิงกิเพื่อตั้งฐานทัพ

จนทำให้ฐานรากของประเทศทางด้านการเมืองวัฒนธรรมและเศรษฐกิจถูกทำลายอย่างย่อยยับ

แต่ประชาชนชาว"ฟินน์" กลับไม่ยอมแพ้

เพราะประชาชนชาวฟินน์เป็นคนยอมรับความเป็นจริง อีกอย่างอาจเป็นเพราะประเทศของเขาถูกขนาบข้างไปด้วยประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหภาพโซเวียตและสวีเดน

เขาเคยชินกับการเป็นประเทศเล็กๆ

และเคยชินกับการเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่กระนั้น สวรรค์ก็ประทานความเป็นนักการทูตให้กับพวกเขา โดยเฉพาะในเรื่องของการเจรจาต่อรอง การรู้จักมองปัญหา และการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ

เพราะหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านพ้นไป "ยุโฮ กุสติ ปาสิกิวิ" อดีตประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ก็ฟื้นฟูประเทศใน 2 เรื่องหลัก ๆ ด้วยกันคือ เศรษฐกิจและการศึกษา

โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เขามองเห็นว่าการจะฟื้นฟูประเทศให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง คงไม่ใช่การกลับไปหาฐานรากทางด้านเกษตรอีกต่อไปแล้ว แต่จะทำอย่างไรให้ประชากรที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะประชากรวัยเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตของชาติจะสร้างประเทศให้รุ่งเรืองอย่างไร ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้ว

เขาไม่ได้คาดหวังเพียง 5-10 ปี

แต่เขาวาดหวังไปในระยะยาว

โดยแบ่งแนวทางการวางรากฐานการศึกษา 3 ช่วงจังหวะด้วยกันคือ

หนึ่ง ระยะของการส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันโดยอาศัยการเปลี่ยนผ่านจากชาติเกษตรกรรมในภูมิภาคยุโรปเหนือ มาเป็นสังคมอุตสาหกรรม ในช่วงระหว่างปี 1945-1970

สอง ยุคของการสร้างระบบโรงเรียนรัฐแบบผสม
 โดยอาศัยการเป็นสังคมรัฐสวัสดิการอันเป็นลักษณะโดดเด่นของประเทศกลุ่มนอร์ดิก พร้อมกับขยายตัวของภาคบริการ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ในช่วงระหว่างปี 1965-1990

สาม ยุคของการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 และการขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ใหม่ของประเทศฟินแลนด์ ในฐานะประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ และมีเทคโนโลยีขั้นสูง ในช่วงระหว่างปี 1985 จนถึงปัจจุบัน

ฉะนั้น จะเห็นว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นประธานาธิบดีก็ตาม ทุกคนล้วนต้องสานต่อความฝันในการสร้างโลกการศึกษาของประเทศให้เกิดความยั่งยืนทั้งสิ้น แต่กระนั้น ก็ต้องชมเชยคณะกรรมาธิการภาครัฐทั้ง 3 ส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น คณะกรรมาธิการการศึกษาของฝ่ายการเมือง, คณะกรรมาธิการระบบการศึกษา และคณะกรรมาธิการหลักสูตรสถานศึกษา

เพราะพวกเขาเป็นผู้กำหนดทิศทางทางด้านการศึกษาภาคบังคับของอนาคตที่เด็กทุกคนจะต้องเรียนเหมือนกันหมดตั้งแต่เกรด1-เกรด4 ขณะที่เกรด 5-เกรด 6 คือชั้นมัธยมต้น พวกเขามีสิทธิ์เลือกเรียนว่าจะเรียนวิชาที่เน้นภาคปฏิบัติ หรือจะเรียนภาษาต่างประเทศ

ส่วนการเรียนในเกรด 7-เกรด 9 จะแบ่งออกเป็น 3 สายคือ สายอาชีพ และรายวิชาที่เน้นภาคปฏิบัติ, สายกลาง ที่กำหนดให้นักเรียนเรียนภาษาต่างประเทศ 1 ภาษา และสายวิชาการขั้นสูงที่กำหนดให้เรียนภาษาต่างประเทศ 2 ภาษา

แต่ทั้งนั้นไม่ว่าเขาจะเลือกเรียนอย่างไร พวกเขาต้องผ่านโรงเรียนแกรมมาร์สกูลมาก่อนทั้งสิ้น และโรงเรียนแกรมมาร์สกู
นี่เองที่จะช่วยเป็นหน่วยคัดกรองอีกครั้งว่านักเรียนแต่ละคนจะไปสายไหน

เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่มหา′ลัยชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

โดยมีภาครัฐเป็นผู้วางหลักสูตรแห่งชาติให้เรียบร้อย

เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรเลยที่การศึกษาของฟินแลนด์จึงมีความแข็งแกร่งดั่งที่ทุกคนทราบและก็ไม่แปลกอะไรเลยที่การศึกษาของฟินแลนด์จึงกลายเป็นเบอร์หนึ่งของโลก

เพราะนอกจากประชาชนของเขามองเป้าหมายเดียวกันว่าการศึกษาสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ภาครัฐเองก็เห็นตามด้วยว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากความยากจน

แต่การศึกษาในประเทศไทยล่ะ?

ผมไม่อยากตอบ

แต่วานทุกคนช่วยตอบทีเถอะครับ?


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : การศึกษาหันหลัง

view

*

view