หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,031
Page Views 23,554,604
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เศรษฐกิจดิจิทัล กับการจ้างงาน โดย วีรพงษ์ รามางกูร

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ คนเดินตรอก โดย วีรพงษ์ รามางกูร

ความก้าวหน้าของโลกดิจิทัลได้สร้างปัญหาการจ้างงานกับประเทศที่มีความก้าวหน้าหลายประเทศ เพราะการจ้างงานลดลง การว่างงานเพิ่มขึ้นทั้ง ๆ ที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติขยายตัว กล่าวง่าย ๆ ก็คือระบบเศรษฐกิจผลิตเพิ่มขึ้นแต่การจ้างงานลดลง ทำให้การว่างงานเพิ่มขึ้น ทุกภาคเศรษฐกิจขณะนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านผู้บริโภคหรือผู้ใช้ อันเป็นเหตุทำให้ผู้ผลิตต่างปรับตัวไปตามสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

ในภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับการสื่อสาร การเข้ามาแทนที่หนังสือที่เป็นกระดาษ หรือที่เป็นเล่ม กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก สมาร์ทโฟน แท็บเลต การเก็บข้อมูลเอกสารที่เป็นกระดาษ สถานที่จัดเก็บและการใช้แรงงาน ก็เปลี่ยนไปเก็บในแผ่นโลหะเล็ก ๆ แต่สามารถบรรจุข้อมูลได้มาก ๆ 

ระบบธนาคารหรือบริษัทการเงิน บริษัทนายหน้าซื้อขายหุ้นและตราสารอื่น ๆ มีความต้องการใช้คน ใช้พนักงานน้อยลง เพราะลูกค้าสามารถทำรายการทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เอง ธนาคารพาณิชย์ต้องทยอยปิดสาขาลง ต่อไปอาจจะเหลือแต่สำนักงานใหญ่และสำนักงานภาคก็เป็นได้

ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกก็เปลี่ยนไป เพราะลูกค้าอาจจะซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บออนไลน์ จนทำให้เกิดบริษัทที่จัดการเป็นตัวกลางซื้อขายสินค้าได้ทุกอย่าง อย่างบริษัทอะลีบาบาที่กำลังเป็นเรื่องโด่งดังอยู่ในขณะนี้

เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้าไปมีบทบาทในเกือบทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การบันเทิง การเงินการธนาคาร การคมนาคม การขนส่ง การเดินทาง โรงแรม สุขภาพและอื่น ๆ

การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจใหญ่ ๆ 2 เรื่อง

เรื่องแรก เทคโนโลยีดังกล่าวทำให้การใช้แรงงานและการจ้างงานลดลงอย่างมาก เพราะการทำงานสามารถทำจากที่ใดก็ได้ หลายคนไม่ต้องเดินทางมาทำงานที่สำนักงานอีกต่อไป แต่อาจจะทำงานจากที่บ้าน ที่โรงแรม หรือในรถยนต์ บนเครื่องบิน และที่อื่น ๆ ก็ได้

ความก้าวหน้าในวิทยาการดิจิทัล ทำให้ความสำคัญของแรงงานลดลงเกือบทุกระดับ ทั้งในระดับล่าง กลางและระดับบน การที่แรงงานมีความสำคัญลดลง เมื่อเทียบกับทุน เครื่องจักร เทคโนโลยี ทำให้ความสำคัญของสหภาพแรงงานลดลงอย่างมหาศาล

ทุกวันนี้เราจึงไม่ค่อยได้ยินข่าวเรื่องการนัดหยุดงานของสหภาพแรงงาน การขู่ว่าจะหยุดงานอาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ เพราะขืนหยุดงานอาจจะถูกปลดออกจากงานเพราะนายจ้างอยากเปลี่ยนเครื่องจักรเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลอยู่แล้ว พรรคแรงงานหรือพรรคฝ่ายซ้ายทั่วโลกมักจะแพ้เลือกตั้ง ไม่ได้เข้ามาเป็นแกนกลางในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคแรงงานในยุโรปต้องปรับตัวให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพราะการแข่งขันทำให้ฝ่ายผลิตต้องลงทุนใช้เครื่องจักรอัตโนมัติควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ดิจิทัล

เรื่องที่ 2 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานอย่างมาก เพราะความก้าวหน้าในเทคโนโลยีดิจิทัลจะทำให้มีการใช้ทุนมากขึ้น ใช้แรงงานน้อยลง แล้วยังสามารถทำให้ใช้พลังงานน้อยลงด้วย พลังงานฟอสซิล อันได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ได้รับการต่อต้าน ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุของปัญหาโลกร้อน การทดแทนพลังงานจากใต้ดินเหล่านี้ด้วยพลังงานทดแทนอื่น ๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม คลื่น เริ่มมีปริมาณมากขึ้น การพัฒนาพลังงานทดแทนเหล่านี้มาพร้อม ๆ กับพัฒนาการของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่กำลังมีความก้าวหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ตามที่เป็นข่าวอยู่เป็นระยะ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้มีการประหยัดแรงงานมากขึ้น (Labor Saving) อันเป็นเหตุให้มีการใช้แรงงานน้อยลงทั้งนั้น

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผู้ให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอายุของประชากรที่สัดส่วนของผู้สูงวัยจะมีมากขึ้น การเปลี่ยนมาสู่ยุคดิจิทัลก็จะทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไม่ลดลงตามสัดส่วนของผู้ที่มีอายุในวัยทำงานที่ลดลง แต่การลงทุนกับการอยู่ดีกินดีจะมีมากขึ้น สมควรจะสนับสนุน ไม่ควรจะขัดขวางการที่มนุษย์มีความรู้สึกรับผิดชอบต่อภาวะโลกร้อน เรียกร้องให้มีการใช้พลังงานที่สะอาด เป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้การสนับสนุน แต่ผู้นำอย่างสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ใหญ่และเป็นมหาอำนาจ กลับเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมขบวนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่จะหันกลับไปใช้พลังงานดั้งเดิมคือ ถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติมากขึ้น เป็นการสวนกระแสความรู้สึกของชาวโลก 

ขณะเดียวกันก็จะถอยออกจากนโยบายการค้าเสรีตามปรัชญาขององค์การค้าโลก หรือ WTO ที่สหรัฐเองเป็นตัวตั้งตัวตีผลักดันจนเป็นผลจริงจัง

การเกิดขึ้นของโลกไซเบอร์เป็นเหตุให้ ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คลังสินค้า ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และอุตสาหกรรมหลายอย่างในสหรัฐ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าปิดร้าง มีผลอย่างมากต่อความรู้สึกของประชาชนอเมริกัน ทำให้นักการเมืองอเมริกันอย่างประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้เป็นนโยบายหาเสียงโดยการบิดเบือนโจมตีนโยบายเสรีทางการค้า ว่าเป็นเหตุให้ทุนอเมริกันไหลออกไปสร้างงานในต่างประเทศ โดยใช้ตลาดอเมริกัน 

ดังนั้นต้องตั้งกำแพงภาษีให้สูงขึ้นเพื่อดึงทุนกลับอเมริกา ประเทศที่เกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดกับอเมริกา เช่น จีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยจะต้องถูกลงโทษ

ความร้อนรนของประธานาธิบดีทรัมป์ ในเรื่องเศรษฐกิจและการว่างงานในสหรัฐ ย่อมเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐน่าจะเป็นขาลง และคงจะลงเร็ว ขณะเดียวกันเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ถูกกล่าวหาว่าเป็นภูมิภาคที่เอาเปรียบสหรัฐอเมริกา จะเป็นจริงหรือไม่จริงแต่เขาเห็นอย่างนั้น ก็คงต้องมีมาตรการอะไรเพื่อสนองตอบทางการเมืองภายในประเทศ

ในขณะที่ผู้นำสหรัฐประกาศจะดึงทุนกลับไปฟื้นฟูอุตสาหกรรมและการลงทุนที่สหรัฐอเมริกา จะให้นายทุนอเมริกากลับไปลงทุนในอเมริกามิฉะนั้นจะโดนกำแพงภาษีขาเข้าสูง ๆ แม้จะขัดกับกฎหมายองค์การค้าโลกก็ตาม โดยจ้องมาที่กลุ่มประเทศที่เกินดุลกับอเมริกาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออก ก็เป็นช่วงเวลาที่การลงทุนได้หนีหายไปจากประเทศของเราเป็นอันมาก เพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองและสังคม รวมทั้งความไม่แน่นอนว่าประเทศต่าง ๆ จะยอมเจรจาทางการค้ากับเราหรือไม่ 

โอกาสที่ทุนต่างประเทศจะเข้ามาลงทุนในการสร้างโรงงาน ขยายงาน ขยายกำลังการผลิตเพื่อการส่งออก คงจะมีน้อย แม้แต่ทุนไทยยังย้ายไปลงทุนในต่างประเทศ ทั้งที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านและที่อื่น ความสามารถในการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนลดลงอย่างมากในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา

การประกาศลดอัตราการขยายตัวของจีนก็ดี การประกาศจะเล่นงานประเทศที่เกินดุลกับอเมริกาก็ดี การขาดหายไปของการลงทุนในประเทศก็ดี การตกต่ำของราคาสินค้าที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดก็ดี เป็นสถานการณ์ที่ไม่ควรไว้วางใจ แม้ว่าเสถียรภาพทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาลยังคงแข็งแรงอยู่ก็ตาม ถ้าหากสหรัฐอเมริกาเอาจริงกับเรื่องดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของเขา เราก็คงจะถูกกระทบกระเทือนด้วยอย่างแน่นอน

นโยบายเศรษฐกิจของ โดนัลด์ ทรัมป์ แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย รวมถึงสื่อมวลชนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา แต่ก็ได้รับการสนับสนุนไม่น้อยจากประชาชนชาวอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวไร่ชาวนาในแถบตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ ซึ่งประชาชนอเมริกันในแถบนี้มีความรู้เกี่ยวกับชาวโลกน้อยมากและค่อนข้างจะไม่ฉลาด มีความคิดเอนเอียงไปทางอนุรักษนิยม คิดว่าสหรัฐอเมริกาควรมีความยิ่งใหญ่ที่มากกว่าทุกวันนี้อีก ยังรู้สึกว่าชาวโลกเอารัดเอาเปรียบคนอเมริกันที่ต้องเสียภาษีแพง ๆ แล้วนำใช้ไปในการปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนในภูมิภาค
อื่น ๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายสำหรับองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ เช่น สหประชาชาติเพื่อรักษาสันติภาพของโลก 

แต่ขณะเดียวกันก็ทนเห็นซีเรียและเกาหลีเหนือละเมิดพันธกรณีที่ทั้ง 2 ประเทศมีกับสหประชาชาติไม่ได้ คงต้องใช้จ่ายเงินไม่น้อยในการถล่มซีเรียและเคลื่อนย้ายกองทัพเรือจากสิงคโปร์มาที่คาบสมุทรเกาหลี จนคนทั่วไปหวั่นไหวว่าอาจจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้

โลกเราก็เป็นอย่างนี้แต่คงไม่มีอะไร


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เศรษฐกิจดิจิทัล การจ้างงาน วีรพงษ์ รามางกูร

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view