http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท17/11/2017
ผู้เข้าชม20,089,830
เปิดเพจ23,690,134

หนังสือพระราชนิพนธ์ของพ่อ

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

โดย: Marsmag

“นักเขียน นักประพันธ์งานสำคัญก็คือ แสดงความคิดของตนออกมาเป็นเรื่องชีวิต หรือเรื่องแต่งขึ้นมาเพื่อให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ คือความรู้บ้างบันเทิงบ้าง นักแสดงความคิดสำคัญมากเพราะว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของมวลมนุษย์อาจทำให้เกิดความคล้อยตามไปและตัวท่านเขียนดีก็ยิ่งคล้อยตามกันมากฉะนั้น นักประพันธ์ต้องมีความรับผิดชอบสูงเพราะท่านเป็นผู้ปั้นความคิดและความบริสุทธิ์ในความคิดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญดังบทความกลั่นกรองไว้ในสมองว่าสิ่งที่จะเขียนออกมาจะไม่แสลงไม่ทำลายความคิดของประชากร ไม่ทำลายผู้อื่น และตนเองคือมีเสรีภาพในการเขียนอย่างเต็มที่ในขอบเขตของศีลธรรม”


จากพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะกรรมการสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยณพระตำนักจิตรดารโหฐานวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2515 ข้างต้นเราจะเห็นได้ถึงความสนพระทัยของในหลวงที่ทรงมีต่องานวรรณกรรมในแขนงต่างๆรวมไปถึงแวดวงของนักวรรณกรรม  ซึ่งพระองค์ท่านให้ความสำคัญต่อการแสดงความคิดเห็นของผู้ประพันธ์ที่ถ่ายทอดลงสู่ผลงาน พอๆ กับทรงให้มี ‘อิสระและเสรีภาพทางความคิด’ ในการสร้างสรรค์งานอย่างเต็มที่  แต่โดยต้องอยู่ใน ‘ขอบเขตของศีลธรรม’

และเมื่อเราได้ค้นคว้าข้อมูลจากหลายๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ภาษาของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นบางช่วงบางตอนที่ ดร. วิษณุ เครืองาม บันทึกไว้ใน ‘เรื่องที่ควรรู้ของในหลวง บันทึกของ ดร.วิษณุ เครืองาม ปี 2013’ มีใจความตอนหนึ่งว่า...

...เมื่อครั้งยังเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผมเคยได้รับพระมหากรุณาพระราชทานคำแนะนำเรื่องการใช้ถ้อยคำภาษาไทยหลายหน

ครั้งหนึ่งได้ถวาย ‘รายชื่อ’ บุคคลให้ทรงแต่งตั้ง รับสั่งถามว่า ตั้งกี่คน ผมกราบบังคมทูลว่าคนเดียว ตรัสว่าคนเดียวเรียกว่า ‘ชื่อ’ ถ้า ‘รายชื่อ’ ต้องหลายคน

อีกคราวหนึ่ง มีหนังสือกราบบังคมทูลว่า ‘ทูลเกล้าทูลกระหม่อมมาเพื่อทรงพิจารณา’ ทรงพระสรวลตรัสว่า “ถ้าทูลเกล้าทูลกระหม่อมก็อยู่บนกระหม่อมยังไม่ถึงฉัน ถ้าจะให้ถึงฉัน ต้องทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายมาเพื่อทรงพิจารณา”


และอีกส่วนหนึ่งจากหนังสือ รวมถึงพระราชนิพนธ์แปลและเรียบเรียงบทความต่างๆ หลายเล่มหลายฉบับ ก็ทำให้เราตระหนักอย่างชัดเจนได้ว่า ในหลวงทรงมีพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านภาษาและวรรณกรรม รวมไปถึงทรงเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องและสละสลวยแม้จะทรงงานหนักมาตลอด แต่ในหลวงก็ยังคงปลีกเวลาเพื่อนิพนธ์ผลงานให้ฝากไว้เป็นมรดกด้านวรรณกรรมคู่ผืนแผ่นดินของเรา ในบรรดาหนังสือพระราชนิพนธ์ 8 เล่มของพระองค์ หนังสือพระราชนิพนธ์เล่มแรก ‘เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์’ซึ่งพระราชนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2489 นับเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าและเป็นหนังสือที่หาอ่านได้ยากยิ่ง

‘เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์’ เป็นบันทึกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชนิพนธ์ขึ้นในช่วงเวลาเสด็จพระราชดำเนินเพื่อกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2489 หลังจากที่พระองค์ท่านทรงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 ในราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 พระองค์ได้ทรงบันทึกผ่านพระอักษรเป็นเรื่องราวการเดินทาง แสดงถึงความรู้สึกของพระองค์ ตลอดถึงเหตุการณ์ที่ทรงได้ประสบพบเจอ

อีกเล่มที่นับเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าและเป็นหนังสือที่หาอ่านได้ยากยิ่งคือ ‘พระราชดำรัส’ เป็นพระราชนิพนธ์ที่ทรงแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษซึ่งพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าถวายชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษาของทุกปี พระองค์ทรงเริ่มแปลพระราชดำรัสเรื่องน้ำและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2532 พระราชดำรัสในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสหประชาชาติ และมีความประสงค์จะได้รับฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และจากพระราชดำรัสดังกล่าว ทำให้รัฐบาลมีมติให้ประกาศให้วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปีเป็นวัน ‘วันสิ่งแวดล้อมไทย’ หลังจากนั้นก็ทรงแปลพระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเรื่อยมา


นายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ 
ทรงแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง A MAN CALLED INTREPID บทประพันธ์ของเซอร์วิลเลียม สตีเฟนสัน (William Stevenson) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนายอินท์ หรือ INTREPID ชื่อรหัสของเซอร์วิลเลียม สตีเฟนสัน หัวหน้าหน่วยราชการลับอาสาสมัครของอังกฤษ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มีหน้าที่ล้วงความลับทางทหารของเยอรมัน เพื่อรายงานต่อเซอร์วินสตัน เชอร์ชิลนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และประธานาธิบดีรูสเวลท์ แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมกันต่อต้านการขยายอำนาจนาซีของฮิตเลอร์โดยมี ‘นายอินทร์’ และผู้ร่วมในงานนี้เป็นตัวอย่างของผู้กล้าหาญที่ยอมอุทิศชีวิตเพื่อความถูกต้อง ยุติธรรม เสรีภาพ และสันติภาพ โดยไม่หวังลาภยศสรรเสริญใดๆพระองค์ทรงใช้ระยะเวลาในการแปลถึง 3 ปีเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมและมียอดจำหน่ายกว่าสองล้านเล่ม


ติโต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปลเรื่อง ‘ติโต’ จากต้นฉบับเรื่อง ‘TITO’ของ Phyllis Autyเมื่อปี พ.ศ.2519 เพื่อใช้ในศึกษาและเรียนรู้บุคคลที่น่าสนใจของโลกคนหนึ่ง ติโตรู้จักกันในนามของจอมพลติโต เดิมชื่อโจซิบ โบรซ (Josip Broz) นายกรัฐมนตรีคอมมิวนิสต์คนแรกและประธานาธิบดีของประเทศยูโกสลาเวีย ผู้แยกประเทศออกจากโซเวียต ทำการพัฒนาประเทศและตั้งตนเป็นประเทศคอมมิวนิสต์อิสระ เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมประเทศผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เป็นรัฐบุรุษของประเทศยูโกสลาเวีย ซึ่งประกอบด้วยหลายชนชาติ มีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เมื่อในยามวิกฤตประชาชนกลับมารวมกันเป็นปึกแผ่น


พระมหาชนก,พระมหาชนก ฉบับการ์ตูน
พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก มีทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ในเล่มเดียวกันทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดพิมพ์ในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแห่งรัชกาล เมื่อปี พ.ศ.2539 พระราชนิพนธ์พระมหาชนกนี้ มีภาพวาดโดยศิลปินที่มีชื่อเสียหลายท่าน ที่สำคัญที่สุดคือมีภาพฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอาทิเช่น ภาพวันที่เรือล่ม โดยมีแผนที่อากาศแสดงเส้นทางพายุจริงๆ และภาพพระมหาชนกทรงว่ายน้ำ โดยมีนางมณีเมขลาเหาะอยู่เบื้องบน เป็นต้น พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกถือเป็นแบบอย่างแห่งการไตร่ตรองเห็นปฏิปทาแห่งโลก และอานิสงส์แห่งความเพียร ซึ่งช่วยให้ทุกคนสามารถพิจารณาแนวดำเนินชีวิตที่เป็นมงคล และในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2542 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์พระมหาชนกเป็นฉบับการ์ตูนเพื่อสะดวกแก่การศึกษาทำความเข้าใจของเด็กและเยาวชน อีกทั้งยังมีการจัดพิมพ์เป็นฉบับอักษรเบรลล์ เพื่อเผยแพร่แก่คนตาบอดอีกด้วยพระมหาชนกฉบับการ์ตูนนี้ผู้เขียนการ์ตูนประกอบคือ ‘ชัย ราชวัตร’ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทรงมีพระราชดำริในการให้ใช้ลายเส้นแบบไทยๆ เพื่อแสดงถึงความเป็นไทย



เรื่องทองแดง, เรื่องทองแดง ฉบับการ์ตูน

‘เรื่อง ทองแดง’ (The Story of Tongdaeng) เผยแพร่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเล่มเดียวกัน เป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ที่ติดอันดับขายดีที่สุดของประเทศในปี พ.ศ.2545 เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ‘คุณทองแดง’ สุนัขธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะมีลักษณะพิเศษทั้งด้านกายภาพและอุปนิสัย แสนรู้ เฉลียวฉลาด เป็นสุนัขตัวโปรดของพระองค์ท่านที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ประทับใจของประชาชนชาวไทยทุกคน เนื้อหาหลักเป็นเรื่องความกตัญญูรู้คุณของคุณทองแดง รวมทั้งความจงรักภักดี ความมีมารยาท และการสั่งสอนลูกของคุณทองแดง และในปี พ.ศ.2547ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์ ‘เรื่อง ทองแดง’ ในรูปแบบลายเส้นการ์ตูนโดยใช้ชื่อ ‘ทองแดงฉบับการ์ตูน’ ลายเส้นในเรื่องได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพการ์ตูนโดยฝีมือของชัย ราชวัตร และทีมจิตรกรอีก 3 ท่าน คือโอม รัชเวทย์,สละ นาคบำรุง และคุณทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์ โดยมีอาจารย์พิษณุศุภนิมิตร เป็นที่ปรึกษาและออกแบบศิลป์ ซึ่งสามารถถ่ายทอดผลงานออกมาได้อย่างสวยงามสมจริง ไม่ผิดความจากต้นฉบับ


เรื่อง : วรชัย รัตนดวงตา


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : หนังสือพระราชนิพนธ์ของพ่อ

view

*

view