http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

Health Tech กับโอกาสธุรกิจบริการสุขภาพยุค 4.0

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ มองข้ามชอต โดย ปราณิดา ศยามานนท์ Economic Intelligence Center

 

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันแทบจะทุกด้าน หนึ่งในเทคโนโลยีที่มาแรงไม่แพ้เทคโนโลยีอื่น ๆ คือ เทคโนโลยีสุขภาพหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “health tech” ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด สะท้อนได้จากจำนวน startup ใหม่ ๆ ที่เริ่มให้ความสนใจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีเงินสนับสนุนลงทุน (funding) เติบโตต่อเนื่องถึงราว 42% ต่อปีในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา (2010-2016)

ล่าสุดในปี 2016 แตะระดับ 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนใน startup ด้านเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีพันธุกรรม เห็นได้จากการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ใหม่ ๆ ทำให้การรักษาโรคมีความแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากมีการวิเคราะห์ไปถึงระดับพันธุกรรมและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล หรือมีการนำเอาหุ่นยนต์เข้ามาช่วยเสริมในการผ่าตัด ทำให้เกิดความแม่นยำ ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยี 3D printing มาใช้ในอุปกรณ์ฝังในร่างกาย

ไม่เพียงแต่การพัฒนาเทคโนโลยีในด้านการรักษาเท่านั้น แต่แนวโน้ม health tech ยังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น และจะเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ตอบโจทย์เทรนด์ของการป้องกันโรคก่อนที่จะต้องไปรักษาในภายหลัง ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้มากขึ้น ตลอดจนการเชื่อมต่อไปยังผู้ให้บริการสุขภาพต่าง ๆ ได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Health Tech ที่มาแรงในยุคนี้ คือ นวัตกรรมสุขภาพไร้สาย (wireless health) และอุปกรณ์สุขภาพเคลื่อนที่ (mobile health) ซึ่งมีแนวโน้มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากข้อมูลของ Statista พบว่าตลาด health tech ของโลกเติบโตถึงราว 20% ต่อปี

ในช่วงปี 2015-2017 และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020 โดยเฉพาะตลาด mobile health ที่เติบโตสูงถึงราว 42% ต่อปี

สำหรับภูมิภาคเอเชีย health tech ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เทคโนโลยีส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ผู้บริโภค สะท้อนได้จากการที่ startup ใหม่ ๆ จะเน้นพัฒนาเครื่องมือค้นหาข้อมูลด้านสุขภาพที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถจัดการในด้านสุขภาพด้วยตัวเองได้มากขึ้น

ที่น่าจับตามองคงหนีไม่พ้นการเชื่อมต่อการแพทย์กับโลกอินเทอร์เน็ต (Internet of Medical Things : IOMT) ซึ่งสอดรับกับแนวโน้มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ตัวอย่างของ IOMT ที่เห็นได้ชัดคือ อุปกรณ์สวมใส่ (wearable devices) ด้านสุขภาพซึ่งมีความหลากหลาย ทำงานได้ซับซ้อนมากขึ้น จากเดิมที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะคุ้นชินแค่อุปกรณ์สวมใส่ด้านการออกกำลังกาย แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ในด้านการรักษาพยาบาลมากขึ้น เช่น อุปกรณ์วัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบสวมใส่ วัดระดับออกซิเจนในเลือด ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้ป่วยตรวจสอบอาการของตนเองได้ตลอดเวลา และยังส่งต่อข้อมูลไปยังแพทย์ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในยุคที่ health tech กำลังมาแรง หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่า health tech จะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อธุรกิจบริการสุขภาพหรือไม่ ? แนวโน้มการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดจะทำให้แพทย์มีงานน้อยลงหรือไม่ ? สำหรับธุรกิจบริการสุขภาพนั้น health tech น่าจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น อีกทั้งยังสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจมากกว่าที่จะไป disrupt ธุรกิจ

คำถามที่ตามมาคือ แล้วธุรกิจบริการสุขภาพจะเตรียมปรับตัวคว้าโอกาสอย่างไร ? ตัวอย่างหนึ่งคือการใช้ health tech ในการสร้างความผูกพันกับผู้ป่วย (patient engagement) ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ป่วยจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและช่วยให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาจประยุกต์ใช้จากอุปกรณ์สวมใส่ด้านสุขภาพและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นจนสามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังผู้ให้บริการด้านสุขภาพได้

ตัวอย่างเช่น “Health2Sync” ซึ่งถูกพัฒนาโดย startup ของไต้หวัน โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด ไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ป่วย และสามารถส่งต่อข้อมูลไปยังแพทย์ได้ ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคและหาแนวทางการรักษาได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ อีกโอกาสของผู้ให้บริการสุขภาพยังสามารถต่อยอดมาจากแอปพลิเคชั่นที่ให้ข้อมูลด้านสุขภาพ ตัวอย่างเช่น “Ping An Good Doctor” ซึ่งถูกพัฒนาโดย startup ของจีน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถประเมินโรคเบื้องต้น และต่อยอดมาจนถึงการรับบริการในโรงพยาบาล

โดยผู้ป่วยสามารถใช้เป็นช่องทางในการปรึกษาแพทย์ได้ผ่านทางข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ ซึ่งในไทยเองก็ได้มี startup ที่พัฒนาแอปพลิเคชั่นในลักษณะเช่นนี้แล้ว อย่างเช่น Zeek Doc นอกจากนี้ ธุรกิจบริการสุขภาพยังสามารถใช้ประโยชน์ health tech ในการวิเคราะห์ข้อมูล big data โดยอาศัยประโยชน์จากการที่มีการจัดเก็บข้อมูลการรักษาพยาบาลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำเอาข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์แนวทางการรักษาและต่อยอดมาถึงการรักษาเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการตรวจสุขภาพเบื้องต้นของตนเองได้แล้ว น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ให้บริการสุขภาพในการพัฒนาบริการ telehealth เพื่อช่วยเสริมบริการของโรงพยาบาลและตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีกับสังคมผู้สูงอายุของไทย ในอนาคตที่มีแนวโน้มต้องอยู่คนเดียวและต้องการบริการในเชิงเฝ้าติดตามและป้องกันมากขึ้น ตลอดจนปัญหาความแออัดของโรงพยาบาล ซึ่งผู้ป่วยโดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินต้องไปพบแพทย์อยู่สม่ำเสมอ จะได้รับความสะดวกไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล แต่สามารถปรึกษาแพทย์ผ่านทางวิดีโออยู่ที่บ้านได้

ขณะเดียวกัน ยังอาจต่อยอดใช้ health tech รูปแบบต่าง ๆ ช่วยเสริมในการรักษา อาทิ อุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ หรือแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับการสั่งซื้อยาที่เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลได้โดยตรง telehealth จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งบริการที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต และจะเข้ามามีบทบาทช่วยเสริมให้ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของโรงพยาบาลดีขึ้น

ท่ามกลางโอกาสยังมีความท้าทายสำหรับธุรกิจบริการสุขภาพอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรักษาข้อมูลผู้ป่วยทางอิเล็กทรอนิกส์ อาจมีความเสี่ยงของระบบความปลอดภัยด้านไอที รวมถึงความสามารถในการนำข้อมูลผู้ป่วยซึ่งเป็นข้อมูลลับ หรือแม้แต่การนำเอาข้อมูลสุขภาพที่กระจัดกระจายจากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลจากสถานพยาบาลและอุปกรณ์สวมใส่ ข้อมูลจากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ (big data analytic) จะเป็นความท้าทายสำคัญ ตลอดจนความเสี่ยงด้านเสถียรภาพของระบบเน็ตเวิร์กของโรงพยาบาล เนื่องจากมีอุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาล ตั้งแต่เครื่องมือแพทย์ ข้อมูลผู้ป่วย ตลอดจนอุปกรณ์สวมใส่หรือแอปพลิเคชั่นที่ผู้ป่วยมีการใช้งาน ซึ่งผู้ให้บริการสุขภาพเหล่านี้อาจต้องลงทุนพัฒนาระบบ IT หรือเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) เพิ่มเติม ซึ่ง AI จะเข้ามามีบทบาทช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว และลดขั้นตอนต่าง ๆ ในโรงพยาบาล

นอกจากนี้ ธุรกิจบริการสุขภาพยังต้องปรับตัวรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น โดยสร้างความแตกต่างหรืออาจต้องหาตัวช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยี อย่างเช่น การสนับสนุน funding ให้กับ startup ด้าน health tech ใหม่ ๆ ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่าการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากแนวโน้มผู้บริโภคยุค 4.0 สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้มากขึ้น และมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : Health Tech โอกาสธุรกิจบริการสุขภาพยุค 4.0

view

*

view