http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,111,087
เปิดเพจ23,725,000

ราชินีรับสั่งในหลวงแข็งแรง

จาก โพสต์ทูเดย์

พระราชินีทรงมีพระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวงพระอาการสุขภาพดีขึ้นมาก ทรงห่วงปัญหาน้ำขอคนไทยร่วมใจอนุรักษ์ป่าลดโลกร้อน ทรงชื่นชมหญิงตั้งท้อง9เดือนช่วยจับโจรอวยพรให้น้องฮีโร่แข็งแรง

รับสั่งในหลวงพระสุขภาพดีขึ้นมาก

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัสตอบหลังนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนพสกนิกรที่เดินทางไปเข้าเฝ้า ณ ศาลาดุสิดาลัย เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา มีความสำคัญว่า หลายเดือนมานี้ข้าพเจ้า อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประทับอยู่ ขณะนี้พระสุขภาพดีขึ้นมากแล้ว แต่หมอยังให้ทรงทำกายภาพบำบัดต่อไป เพื่อให้ทรงพระดำเนินได้แข็งแรงก่อนที่จะเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาล
         
ข้าพเจ้าปลื้มใจที่มีประชาชนมาถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นจำนวนมากทุกวัน วันละหลายพันคน เช่นเร็วๆ นี้มีชายคนหนึ่ง วัย 45 ปี เป็นชาวอังกฤษ ใช้เวลากว่า 3 เดือน ขี่จักรยานไปรอบโลก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน เขาได้มาลงนามถวายพระพร และให้สัมภาษณ์ว่า เขารักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และรักเมืองไทยมาก
         
นอก จากประชาชนจะมาลงนามถวายพระพรแล้ว ยังได้นำสิ่งของมากมายมาถวายเป็นกำลังพระทัย เช่น พระพุทธรูป ดอกไม้ พวงมาลัย ผลไม้ เงิน และจดหมายถวายพระพร เป็นต้น ไม่ต่างอะไรเลยกับเวลาที่พระองค์ท่านเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัด เป็นบรรยากาศแห่งความผูกพันระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กับประชาชน ที่ข้าพเจ้าซาบซึ้งใจมาก หลายคนทำทุกอย่างที่เชื่อว่าจะทำให้ทรงแข็งแรงขึ้น สิ่งเหล่านี้สื่อถึงความรัก ความห่วงใย ที่ประชาชนมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งข้าพเจ้าก็เชื่อเช่นเดียวกับประชาชนว่าสามารถช่วยให้ทรงแข็งแรงขึ้นได้ จริงๆ
         
สำหรับเงินที่ประชาชนถวายมารวมแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่ หลายล้านบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานแก่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยที่เดือดร้อน ส่วนพวงมาลัยและดอกไม้ ข้าพเจ้ารับเป็นธุระมาจัดถวาย ส่งไปบูชาพระประธานตามวัดต่างๆ เป็นการนำกุศลไปสร้างกุศลเพิ่ม ซึ่งผู้ถวายทุกคนจะได้โดยเสด็จพระราชกุศลกับพระองค์ท่าน ข้าพเจ้าเองก็ร่วมอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านด้วย

ในหลวงทรงห่วงปัญหาน้ำ

ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประทับที่ศิริราช ทรงปฏิบัติพระราชกิจตามปกติ เช่น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้บุคคลต่างๆ เฝ้าฯ หลายครั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปเฝ้าฯ หลายครั้งแล้ว เพื่อทรงติดตามปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน เรื่องที่ทรงห่วงมากระยะนี้ก็เรื่องน้ำ ปัญหาเรื่องน้ำ ตั้งแต่ตอนที่ฝนทิ้งช่วง ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้ง ต้องทรงส่งฝนหลวงไปช่วย จนถึงขณะนี้ฝนตกมาแล้ว ก็ยังทรงติดต่อตามข่าวและสถิติทุกอย่าง เพื่อเตรียมการไว้สำหรับป้องกัน หรือแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะมีมาอีก
         
ฝนหลวง คือวิธีการทำให้เกิดฝน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงค้น และพัฒนามาตั้งแต่ พ.ศ.2498 เพื่อช่วยประชาชนในท้องถิ่นที่ขาดแคลนน้ำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำฝนหลวงได้ทุกพื้นที่ ทุกเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รับสั่งว่า ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ ทรงอธิบายว่า ต้องมีเมฆ และความชื้นในอากาศเพียงพอจึงจะทำได้
         
โครงการฝน หลวงมีผลงานเป็นที่รู้จักกันดี และเป็นที่เรียกร้องของประชาชนเสมอ ในยามที่ฝนทิ้งช่วงนานๆ จนเกิดปัญหาภัยแล้ง อย่างในปีนี้ น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาณน้อย และลดลงอย่างรวดเร็ว ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 28 กรกฎาคมนี้ มีน้อยกว่าปีที่แล้วถึง 1 ใน 4 ทางราชการได้ออกประกาศเตือนให้ชาวนา ชาวไร่ ลดการปลูกพืชฤดูแล้ง พยายามปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน แต่ประชาชนก็ยังปลูกมากกว่าที่ทางราชการวางแผนไว้ถึง 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนมากเป็นการปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งต้องใช้น้ำมากเสียด้วย ข้าพเจ้าก็เห็นใจและเข้าใจชาวนา เพราะเมื่อข้าวได้ราคา และนาว่าง ก็อยากจะปลูกข้าวต่อไป แม้จะทราบว่าน้ำไม่พอ บางคนก็ยอมเสี่ยง เผื่อว่าโชคดี ฝนอาจจะมาเร็ว แต่เมื่อฝนไม่ตก ข้าวก็เหี่ยวแห้งรอวันตาย
         
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงติดตามเรื่องสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลา แม้ระหว่างประทับพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ก็ไม่ทรงว่างเว้นเลย เดือนมิถุนายนนี้ ทรงขอให้สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษในภาคเหนือ 4 แห่งด้วยกัน ภาคอีสาน 1 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง เพื่อเพิ่มน้ำให้เขื่อนใหญ่ 5 แห่ง คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนอุบลรัตน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระดับน้ำก็กระเตื้องขึ้นมา และพื้นที่แห้งแล้งภายนอกก็ลดลง การทำฝนหลวงนี้เป็นที่สนใจนานาชาติอย่างกว้างขวาง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจดสิทธิบัตรการทำฝนหลวงไว้แล้ว ใครจะใช้เทคโนโลยีฝนหลวงต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน
         
หลาย ชาติมาศึกษาดูงานในประเทศไทย บ้างก็ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้เทคโนโลยีฝนหลวง เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ทางรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นรัฐที่ค่อนข้างแห้งแล้งอยู่เสมอ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้เทคโนโลยีฝนหลวง พระองค์ท่านก็พระราชทาน แสดงให้เห็นว่า พระมหากรุณานั้นมิได้จำกัดอยู่เพียงราษฎรในประเทศไทยเท่านั้น แต่แผ่กว้างไปถึงชาวโลกด้วย ซึ่งข้าพเจ้าก็ภาคภูมิใจที่พระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน มีส่วนช่วยดับทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ในนานาประเทศ ซึ่งบางประเทศนั้นก็มีชื่อเสียงทางเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ยิ่งกว่าประเทศไทยด้วยซ้ำไป
         
และจากที่บ้านเราฝนแล้งมาระยะ หนึ่ง ต่อไปนี้จะมีข่าวดีที่พึงต้องระวังไปพร้อมกัน เพราะมีแนวโน้มของสภาพอากาศว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม ปีนี้ ประเทศไทยจะมีฝนมากกว่าปกติ ข่าวดีก็คือเราจะได้มีน้ำสำรองไว้ใช้ในปีหน้า แต่ที่ควรระวังคือปัญหาน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วม ที่จะตามมา ดังที่เราเห็นเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ในระยะนี้
         
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมนี้เอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ ให้คณะผู้บริหารสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงานสรุปสถานการณ์น้ำ ได้รับสั่งให้ย้ำทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำทั่วประเทศ ให้ช่วยกันวางแผนเพื่อรับมือปัญหาน้ำที่ขาดแคลนเป็นประจำทุกฤดูแล้ง และจะขาดแคลนมากขึ้นในอนาคต โดยให้คำนึงถึงการประสานประโยชน์ไม่เน้นด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป
         
เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงงานเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ พระองค์ท่านจะต้องใช้แผนที่เป็นคู่มือทุกครั้ง ในห้องทรงงานที่พระตำหนักทุกๆ แห่งทั่วประเทศ จะมีแผนที่ประเทศไทยขนาดใหญ่ติดฝาห้อง และแผนที่ที่ขยายเฉพาะส่วน ก็มีอีกหลายแผ่น ฉบับที่ทรงถือติดพระหัตถ์นั้น ความจริงมีขนาดใหญ่มาก เพราะทรงนำแผนที่มาต่อกันถึง 9 แผ่น หรือ 9 ระวาง แต่ทรงหาวิธีพับแบบพิเศษจนมีขนาดที่ทรงถือได้สะดวก และพลิกออกมาทอดพระเนตรได้ง่าย ทรงตรวจสอบแผนที่เสมอ ไม่ว่าจะเสด็จฯ ที่ไหน แม้ขณะทรงขับรถเองก็มีแผนที่วางอยู่ข้างพระองค์ตลอดเวลา ถ้าประทับเฮลิคอปเตอร์จะทอดพระเนตรสภาพพื้นที่จริงเบื้องล่าง เปรียบเทียบไปกับแผนที่ตลอดทาง ไม่มีการหลับเด็ดขาด เสด็จฯ ไปถึงที่หมายแล้วจะทรงถามชาวบ้านว่า ชื่อหมู่บ้าน แม่น้ำลำคลอง หรือถนน ตรงกับแผนที่ไหม มีหมู่บ้านใดเกิดขึ้นมาใหม่บ้าง ถ้ามีข้อมูลที่ต่างไปจากแผนที่ จะโปรดฯ ให้นายทหารแผนที่จดไว้และนำไปแก้ไขในการพิมพ์แผนที่ครั้งต่อไปให้ถูกต้อง หากมีโครงการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ทรงสามารถคำนวณพื้นที่รับน้ำคร่าวๆ ได้จากแผนที่ของพระองค์เอง ทรงชำนาญมากจนทอดพระเนตรความสูงต่ำของภูมิประเทศได้ราวกับทอดพระเนตรพื้นที่ จริง นักวิชาการหลายท่านทราบดีถึงพระปรีชาสามารถด้านการทรงงานแผนที่ของพระองค์ ท่านดี และความที่ทรงแม่นยำในแผนที่นี้ ทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานด้วย พลอยกระตือรือร้น ศึกษาหาความรู้เรื่องแผนที่ไปด้วย
         
พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชดำริเริ่มโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนไว้เป็นจำนวนมากทุกภาค อย่างโครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทรงเริ่มเมื่อ พ.ศ.2506 จากนั้น ระหว่างประทับที่วังไกลกังวล ได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และราษฎรในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประจำ ทรงพบว่าปัญหาหลัก คือดินเป็นทราย ปลูกพืชไม่ค่อยขึ้น จึงทรงพระราชดำริริเริ่มโครงการเกษตรขึ้นหลายแห่ง เช่น ที่หุบกระพง ดอนขุนห้วย ที่สำคัญ คือศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี ซึ่งทดลองการปรับปรุงบำรุงสภาพดิน จากดินที่แห้งแข็ง จนสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้หลายชนิด และทรงสร้างอ่างเก็บน้ำไว้แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ด้วย ผลงานสำคัญ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ในภาคกลางก็เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นต้น
         
สมัยก่อน เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องประสบน้ำท่วม เนื่องจากน้ำเหนือหลาก พร้อมกับน้ำทะเลหนุนอยู่เสมอ วันที่ 7 พฤศจิกาย พ.ศ.2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงชวนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน จ.สมุทรปราการ กรมทางหลวง กรมเจ้าท่า กรมอุทกศาสตร์และกองทัพเรือ ให้ร่วมกันวางโครงการขุดลอกคลองลัดโพธิ์ เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ในเขต จ.สมุทรปราการ มีลักษณะโค้ง อ้อม ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร คลองลัดโพธิ์เดิมกว้างประมาณ 10 กว่าเมตร ลึก 1-2 เมตร ถ้าปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเชื่อมต่อด้านเหนือโค้งและปลายโค้งได้ ก็จะสามารถใช้เป็นทางลัด ระบายน้ำเหนือได้เร็ว เพราะระยะทางสั้นเพียง 600 เมตรเท่านั้น กรมชลประทานจึงดำเนินการตามพระราชดำริ เมื่อ พ.ศ.2546 เสร็จใน พ.ศ.2548 โดยมีประตูระบายน้ำควบคุมน้ำที่ไหลผ่าน ไม่ให้มากเกินไป และป้องกันน้ำเค็มไหลย้อน
         
โครงการคลองลัดโพธิ์ ได้ช่วยลดระดับน้ำหลากในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง และลดระยะเวลาน้ำท่วมขังลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงปลาบปลื้ม ชื่นชมโครงการนี้มาก และมีพระราชดำริให้ศึกษาการใช้พลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลองให้เกิดประโยชน์ กรมชลประทาน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงร่วมกันประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ และชุดสำเร็จของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ ขึ้น รวมทั้งยื่นขอจดสิทธิบัตรงานทั้ง 2 ชิ้น ในพระปรมาภิไธยด้วย
         
ภาค เหนือ พระราชกิจคือ โครงการหลวง เริ่มเมื่อ พ.ศ.2512 วัตถุประสงค์หลัก คือเปลี่ยนอาชีพของชาวไทยภูเขา จากการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าอย่างรวดเร็ว ไปเป็นการปลูกพืชผัก ผลไม้เมืองหนาวแทน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ต้องเสด็จฯ ไปตามดอยสูงต่างๆ เป็นร้อยๆ ครั้ง บางครั้งทรงขับรถพระที่นั่งไปตั้งหลายชั่วโมง ที่สูงและกันดาร จนทางรถไปไม่ถึง ก็เสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นก็ทรงพระดำเนินไปตามดอยอีกหลายกิโลเมตร ข้าพเจ้าขอเติมว่า ข้าพเจ้าติดตามไปด้วยตลอดเวลา ทอดพระเนตรสภาพความเป็นอยู่ของชาวเขาอย่างใกล้ชิด โดยมี หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้ช่วยคนสำคัญ
         
ขณะนี้โครงการหลวงประสบผลสำเร็จ แล้ว ผลผลิตทางการเกษตรของโครงการหลวง มีจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ประชาชนสามารถศึกษาโครงการพระราชดำริของภาคเหนือได้ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่
         
ส่วนภาค ใต้ โครงการพระราชดำริเริ่มใน พ.ศ.2516 จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทอดพระเนตรเห็นสภาพพรุหลายแห่ง ซึ่งมีพื้นที่เป็นล้านๆ ไร่ อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นมาถึง จ.นครศรีธรรมราช ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเปรี้ยว ดินเปรี้ยว ประชาชนทำการเกษตรได้ยาก ทรงทดลองใช้วิธีต่างๆ ในการปรับสภาพดินนอกเขตพรุ ทำให้ดินหายเปรี้ยว ที่สำคัญ วิธีการแกล้งดิน นี่ทรงตั้งให้เองว่าทรงทำวิธีการแกล้งดินมัน โดยเร่งให้ดินเปรี้ยวเร็วขึ้นอีก ใช้วิธีทำให้น้ำท่วมและแห้งสลับกันไป
         
หลังจากดินเปรี้ยวถึงที่สุดแล้ว ก็ปรับปรุงดิน โดยใช้น้ำจืดชะล้างบ้าง ใช้ปูนขาวบ้าง ดินก็ค่อยๆ ดีขึ้น จนชาวบ้านสามารถปลูกข้าวได้เพิ่มขึ้น จากไร่ละ 5 ถัง เป็น 50 ถัง และสามารถปรับปรุงที่นาที่ถูกทิ้งร้างมาถึง 20-30 ปี ให้นำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าแสนไร่ ศูนย์ศึกษาโครงการพระราชดำริที่สำคัญในภาคใต้ คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส
         
โครงการพัฒนา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สมัยโบราณ จ.นครศรีธรรมราช ของเรา เคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภาคใต้ และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่ง ต่อมามีปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และน้ำเค็ม ชาวบ้านทำการเกษตรได้น้อยลง พ.ศ.2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงมีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาสืบต่อมา โดยให้ดำเนินโครงการหลายโครงการ อาทิ ขุดคลองระบายน้ำต่างๆ สร้างประตูระบายน้ำ เพื่อช่วยระบายน้ำที่ท่วมในหน้าฝนลงทะเล ส่วนหน้าแล้ง ก็ช่วยกั้นน้ำทะเลไม่ให้รุกเข้ามาในแผ่นดิน ทำให้เดี๋ยวนี้น้ำไม่ท่วมตลาด อ.ปากพนัง แล้ว จากที่แต่ก่อนน้ำท่วมแทบทุกปี และยังช่วยให้ชาวบ้านทำการเกษตรได้มากขึ้น เช่น ทำนา ทำสวนผลไม้ ปลูกพืชผักต่างๆ และทำนากุ้ง คิดเป็นพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ประมาณ 1 ล้าน 9 แสนไร่ บางที่ เช่นที่ อ.หัวไทร สามารถทำนาได้ถึงปีละ 3 ครั้ง
         
ภาคอีสาน ภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักสร้างเสร็จใน พ.ศ.2519 ปัญหาสำคัญของภาคนี้คือ พื้นที่เป็นที่ราบสูง ขาดแคลนน้ำ สภาพดินเป็นทราย และใต้ผิวดินหลายพื้นที่มีเกลือสินเธาว์ โดยรวมแล้วทำให้มีสภาพแห้งแล้ง หลายพื้นที่ทำการเพาะปลูกอะไรไม่ได้ แต่บางพื้นที่มีปัญหาน้ำจากแม่น้ำหลายสายหลากมาท่วมในฤดูฝน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ ให้จัดทำโครงการชลประทานตามพระราชดำริขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ ประกอบกับคลองส่งน้ำ เพื่อให้ราษฎรทำการเกษตรได้ เช่น สร้างประตูระบายน้ำหลายแห่งเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง นอกจากนี้ การฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร การปรับปรุงบำรุงดิน สามารถศึกษาโครงการพระราชดำริได้ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร

ขอคนไทยร่วมในอนุรักษ์ป่าลดโลกร้อน
         
เรื่อง ป่านี้ข้าพเจ้าก็พูดถึงเป็นประจำ และไม่ย่อท้อที่จะพูดต่อไป เพื่อชักชวนให้คนไทยรักษาป่า อย่าตัดไม้ทำลายป่า จะทำให้ฝนฟ้าแล้งได้ การมีป่าทำให้มีน้ำ เพราะป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำทุกสายในประเทศไทย ต้นไม้ช่วยดูดซับน้ำไว้ใต้ดิน ช่วยต้านความแรงของน้ำป่า เป็นแหล่งของสมุนไพรและของป่า และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และช่วยลดภาวะโลกร้อนไว้ได้ด้วย ดังนั้นการที่ท่านทั้งหลายช่วยปลูกป่าทั่วประเทศ จึงเป็นประโยชน์มาก

ทีนี้ข้าพเจ้าขอเล่าอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อนของข้าพเจ้าเป็นชาวต่างประเทศ ก็เป็นทางภาคเอเชีย เขามาเฝ้าฯ เป็นทางการ เขาก็พูดกับข้าพเจ้าว่า คนไทยเป็นยังไงนะชอบตัดป่าเสียจริงๆ คนลาวไม่เข้าใจ เดี๋ยวๆ คนไทยก็เข้าไปตัดป่าของตัวเสียทีจนป่าตัวเองจนป่าตัวเองจะหมด แล้วยังข้ามไปจะไปตัดลาว เขาบอกลาวไม่มีวันยอมหรอก ให้มาตัดป่าของลาว เขาพูดกับข้าพเจ้าอย่างนี้ เขาแปลกใจว่าทำไมคนไทยถึงไม่รู้จักประโยชน์ของป่า ที่ว่าทำให้มีน้ำพอใช้
         
โครงการปะการังเทียม ปีที่แล้วข้าพเจ้าเล่าให้ท่านทั้งหลายฟังว่า โครงการทำปะการังเทียมนั้นได้ผลดียิ่ง นักประดาน้ำได้ลงไปถ่ายรูปมาให้ดู น่าตื่นเต้นมากที่ได้เห็นว่ามีฝูงปลานานาชนิดเข้ามาอาศัย แม้แต่ปลาที่หายาก เช่น ปลาหมอทะเล ตัวใหญ่ขนาด 2-3 เมตร ก็เข้ามาอาศัย ปลาจาระเม็ดสีเทาขนาดใหญ่ ปลาช่อนทะเล และปลากุเลา ก็เข้ามาอยู่ด้วย ซึ่งปะการังเทียมนี่ทิ้งก็ไม่ลึกนัก ข้าพเจ้าได้ความรู้นี้จากผู้เชี่ยวชาญของประมง (ชื่ออะไร) ดร.จรัลธาดา ข้าพเจ้าไม่ลืมชื่อท่าน แต่วันนี้เกิดหลงๆ ไป ตามประสาอายุ 78 ค่ะ
         
ปลาช่อนทะเล ปลากุเลา ก็เข้ามาอยู่ด้วย ข้าพเจ้าว่าปลาคงตื่นเต้นกับบ้านใหม่เหมือนกัน มีท่อคอนกรีตของกรมทางหลวง ก็ส่งมาให้ ให้ทิ้งเป็นปะการังเทียม รถขนขยะของกรุงเทพมหานคร และตู้รถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทุกฝ่ายช่วยกันทั้งนั้น ให้ข้าพเจ้าทิ้งปะการังเทียม เพื่อเหล่าปลาจะได้มาสร้าง มาเลือกอพาร์ตเมนต์ของเขา ได้ข่าวว่าปลาชอบจับจองที่สุด คือชอบตู้รถไฟมากเป็นพิเศษ แหมมันมากันใหญ่เลย อู้หู แล้วชาวบ้านที่ธรรมดาแล้วเขาบอกข้าพเจ้า ปรับทุกข์กับข้าพเจ้าว่า เขายากจน เป็นชาวประมงเล็กๆ มีเรือเล็กๆ ไม่ใช่มีเรือใหญ่ที่จะออกไปในน้ำลึกได้ ก็มีเรือเล็กๆ เพราะฉะนั้นหากินลำบาก ยากจน ข้าพเจ้าก็ไปปรึกษาทางกรมการประมง ก็ได้เกิดการทิ้งปะการังเทียมนี้ขึ้น
         
โครงการปะการังเทียมนี้ช่วยประหยัดน้ำมันให้ชาวประมงพื้นบ้านได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ และมีรายได้เพิ่มขึ้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้กลุ่มประมงพื้นบ้าน ตั้งแต่ปัตตานี ถึงนราธิวาส หลายร้อยคน ลงชื่อกันเป็นหางว่าว เขียนจดหมายมาขอให้ข้าพเจ้าช่วยจัดทำปะการังเทียมเพิ่มเติม ข้าพเจ้าก็ยังปรารภกับทุกคนว่า ข้าพเจ้าเองไม่รู้เรื่องเลยเกี่ยวกับปะการังเทียม เป็นกรมประมงทั้งนั้น


ท่านทั้งหลายก็ว่า คราวนี้หน่วยงานไหนเล่าจะมาช่วยข้าพเจ้าได้ ปรารภไปไม่นาน ผู้ช่วยก็มา หลายหน่วยร่วมมือกัน ร่วมใจบริจาคสิ่งของที่ชำรุด ใช้การไม่ได้ สำหรับทำปะการังเทียม การรถไฟแห่งประเทศไทย สนับสนุนตู้รถสินค้าเพิ่มขึ้นอีก จำนวน 273 ตู้ กรุงเทพมหานคร สนับสนุนรถเก็บขยะที่ใช้ไม่ได้แล้ว อีกจำนวน 198 คัน กองทัพบก สนับสนุนรถถังจำนวน 25 คัน กองบัญชาการกองทัพไทย สนับสนุนรถบรรทุก 3 คัน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สนับสนุนงบประมาณดำเนินงาน และกรมประมงเป็นหน่วยประสานงาน

ปีนี้จัดทำที่ จ.ปัตตานี 9 จุด และ จ.นราธิวาส 6 จุด เริ่มงานวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และเสร็จเรียบร้อยแล้วในช่วงวันเกิดของข้าพเจ้านี่เอง

การทำปะการังเทียมนี้มีคณะกรรมการดูแลทางด้านยุทธศาสตร์การเดินเรือการ ประมงและสิ่งแวดล้อม ซึ่งศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ และแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลอย่างรอบคอบ พบว่าไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของโลหะหนักในสัตว์น้ำ ส่วนรถชุดใหม่ที่ส่งไปทำปะการังเทียม ก็ผ่านการทำความสะอาดเป็นอย่างดี ไม่มีคราบน้ำมัน คราวนี้มีรถชนิดต่างๆ ให้เลือกมากมาย คงต้องดูว่าปลาจะชอบอาศัยอยู่ในรถชนิดไหน แล้วปีหน้า ข้าพเจ้าจะมาเล่าให้ท่านฟังอีก คราวนี้ รถไฟของรถไฟฯ
         
โครงการ ฟาร์มทะเลตัวอย่าง หลายปีมาแล้วมีผู้ที่ใจบุญมากคือ คุณวาสนา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้ยกที่ดินให้ข้าพเจ้าแปลงหนึ่ง ที่ ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เนื้อที่ถึง 82 ไร่เศษ เป็นเนื้อที่ติดชายทะเล ข้าพเจ้าปรึกษา ดร.จรัลธาดา กรรณสูตร ผู้เชี่ยวชาญการประมง ดร.จรัลธาดา บัดนี้ ได้มาทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อยู่ เธอก็วางแผนงานและดูแลให้ โดยได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการของกรมประมง และช่วยสนับสนุนที่ดิน 82 ไร่ นั้น ให้เป็นฟาร์มทะเลตัวอย่าง โครงการนี้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี โดยคุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเงินจากโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์มาสนับสนุน และอีกส่วนมาจากเงินที่ประชาชนมอบให้ข้าพเจ้าไปทำการกุศล
         
ฟาร์ม ทะเลตัวอย่างนี้จะเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลและพืชทนเค็มนานาพันธุ์ เพื่อให้ชาวประมงและผู้สนใจได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้ และนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมแก่สภาพท้องถิ่นของตนต่อไป และยังเป็นที่ที่ช่วยให้คนมีงานทำเพิ่มขึ้นด้วย ฟาร์มทะเลตัวอย่าง ดร.จรัลธาดา แบ่งเป็น 4 เขต ตามช่วงความเค็มของน้ำทะเล คือ 1. เขตน้ำกร่อย ใช้เพาะเลี้ยงปลาที่เติบโตในน้ำกร่อยได้ เช่น ปลากะพงขาว ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากระบอก ปลาม้า เป็นต้น
         
2. เขตน้ำปกติ ใช้เพาะเลี้ยงปลาทะเล เช่น ปลาหมอทะเล ปลาช่อนทะเล ปลาตะคองเหลือง และปลาทู อันนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ทราบเอง เขาใคร่มาบอกมาอย่างนี้ ในคลองผันน้ำของ 2 เขตนี้ ปลูกสาหร่ายทะเลหลายชนิด เช่น สาหร่ายมงกุฎหนาม สาหร่ายเม็ดพริก และสาหร่ายผมนาง เพื่อต่อไปจะได้ทดลองเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อเป็นครั้งแรก ปลูกพืชทนเค็มสูงตามคันบ่อ เช่น มะพร้าว ผักเบี้ย และโกงกาง เขตน้ำเค็มจัดมาก เพาะเลี้ยงไรน้ำเค็ม 4 เขตนาเกลือ ใช้ทำน้ำทะเลผง สำหรับนำไปผสมน้ำจืด ให้เป็นน้ำทะเลเพื่อเลี้ยงสัตว์ทะเลในที่ต่างๆ ได้ โครงการนี้คาดแล้วว่าจะเสร็จต้นปี 2554 และจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปศึกษาดูงาน ซึ่งข้าพเจ้าหวังว่า ต่อไปจะช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์ทะเล และเป็นอาหารให้กับประชาชนได้
         
เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้จัดให้แสดงโขน ตอนพรหมมาศขึ้น ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตามคำเรียกร้องของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง แสดงอีกครั้งหนึ่ง ที่ขอให้จัดแสดงซ้ำ ปีนี้ประชาชนเรียกร้องมาอีก ข้าพเจ้าจึงเลือกตอนใหม่มาให้ชมกัน คือตอนนางลอย ซึ่งเป็นตอนที่สนุกสนานเป็นที่นิยมมาแต่โบราณ คราวนี้ได้จัดสร้างเครื่องแต่งกายผู้แสดงนำ โขนตัวนางขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม เพราะของเก่าๆ หมดแล้ว มีแต่ของฝ่ายชายเท่านั้นที่ยังดี เพิ่มจากตอนพรหมมาศที่ได้สร้างเครื่องแต่งกายของโขนตัวพระเป็นส่วนใหญ่ โขนตอนนางลอยใช้เทคนิคสมัยใหม่ แสดงการเหาะของนางเบญจกายกับหนุมานอย่างน่าหวาดเสียวมาก เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้ดังสนั่น โขนตอนนางลอยสำเร็จได้ด้วยความทุ่มเทแรงกายใจของครู และเจ้าหน้าที่จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สำนักการสังคีตกรมศิลปากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง ครูโขนผู้มีความชำนาญสูง นักแสดงรุ่นใหญ่ รุ่นเยาว์ที่ฝึกหัดขึ้นมาใหม่อย่างเข้มข้น วงดนตรีปี่พาทย์ ผู้ขับร้องและผู้พากษ์บท การแสดงโขนที่ผู้ชมชมด้วยความสนุกสนาน และจบไปในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เบื้องหลังการแสดงต้องเตรียมงานกันเป็นปีๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับต้องปักทั้งนั้น แล้วหัวโขนต้องตกแต่งมาล่วงหน้า 3-4 ปี รวมทั้งฉากแต่ละฉากต้องใช้เวลาในการจัดสร้าง นักแสดงฝึกเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมาเตรียมไว้สำหรับเป็นศิลปินเอกรุ่นต่อไป มีการคัดเลือกนักแสดงจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศ โดยครูโขนเรียงหน้าเป็นกรรมการ เด็กๆ จะไม่ทราบล่วงหน้าเลยว่าครูจะทดสอบอะไร พอออกไปยืนแล้วปี่พาทย์ขึ้นเพลงอะไรต้องรำได้ทันที ดังนั้นทุกคนต้องมีไหวพริบและสามารถพร้อมอยู่ในตัวเสมอ เด็กที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ครูโขนยังมาฝึกฝนท่ารำให้อีกเป็นเวลานาน จนสามารถถ่ายทอดศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยออกมาได้อย่างสวยงามที่สุด
         
การจัดแสดงโขนนี้ยังทำให้เกิดช่างทำหัวโขนขึ้น ช่างปักสะดึงกลึงไหม และช่างต่างๆ ที่ช่วยกันทำเครื่องแต่งกายโขน อีกเป็นจำนวนมากซึ่งไม่ใช่ของง่ายเลย ทุกคนได้รับการปลูกฝังให้ใช้ความประณีต พิถีพิถันอย่างยิ่ง ที่จะผลิตงานตามรูปแบบโบราณให้ออกมาเป็นงานฝีมือชั้นคุณภาพ และเมื่อถึงเวลานี้ก็สบายใจได้แล้วว่าจะมีนักแสดงและช่างฝีมือที่พร้อมจะ ช่วยสืบทอดโขน ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติไทยให้ยืนยงคงอยู่ต่อไป
         
ข้าพเจ้าชื่นใจมากที่โขนกลับมาเป็นที่นิยมแล้ว เพราะบัตรเข้าชมโขนนางลอย หมดเร็วมากจนต้องเตรียมเปิดแสดงใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ใครยังไม่ได้จองบัตร ก็เตรียมจองได้แล้ว และปีต่อไปคงต้องเลือกตอนใหม่มาแสดงอีก
       
ทรงชื่นชม หญิงท้อง9เดือนจับโจร
 

สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าอยากจะเล่าเรื่องที่แสดงว่าสังคมไทยของเราไม่เคยแล้งคนดีมีน้ำใจเลย ไม่เคยเลย เนื่องจากข้าพเจ้าได้ทราบข่าวว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ตอนกลางวัน คุณธิติมา ยุราวรรณ อายุ 33 ปี ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 9 เดือนแล้ว ได้สร้างวีรกรรม ขับรถของตนเองติดตามคนร้ายที่ขโมยรถยนต์ของนายทหารเรือหญิงนอกราชการคนหนึ่ง จากห้างสรรพสินค้าย่านบางแค เก่งเหลือเกินคุณธิติมา เพราะท้องก็แก่ ตั้ง 9 เดือนแล้ว ขับรถไป วิทยุรายงานตำรวจไปตลอดทาง จนตำรวจสามารถติดตามรวบตัวคนร้ายไว้ได้ และเจ้าทุกข์ก็ได้รถคืน
         
ข้าพเจ้าขอสรรเสริญคุณธิติมา ซึ่งใจเด็ดพอที่จะขับรถตามคนร้ายไป นับว่าเป็นตัวอย่างของคนดี ของคนไทยเรา คนดีที่หายากจริงๆ ข้าพเจ้าทราบว่า คุณธิติมามีกำหนดคลอดบุตรในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ซึ่งตรงกับวันเกิดของข้าพเจ้าพอดี ข้าพเจ้าขออวยพรให้คุณธิติมา ผู้กล้าหาญ มีความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดสมความปรารถนา และบุตรชายของเธอ ที่เธอตั้งชื่อไว้ล่วงหน้าว่า น้องฮีโร่ ก็ขอให้มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองดีของชาติ เหมือนคุณแม่ด้วยเช่นกัน

Tags : ราชินี รับสั่ง ในหลวง

view

*

view