http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท13/11/2018
ผู้เข้าชม20,478,187
เปิดเพจ24,318,136
Gold charts on InfoMine.com

“จีน” พักรบ “อินเดีย” จับมือสู้สงครามการค้าสหรัฐ

จากประชาชาติธุรกิจ

สงครามการค้าของสหรัฐอเมริกา ถูกจับตามองไปที่ความขัดแย้งกับประเทศอย่างจีน แคนาดา เม็กซิโก และอียูเสียมาก จนหลายคนลืมไปว่า อีกหลายประเทศรวมทั้งประเทศอย่างอินเดีย ก็ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีเพื่อกีดกันสินค้าจากต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ด้วย

ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อินเดียกลายเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกาจำนวนหนึ่งเป็นการตอบโต้ด้วย

แต่ความเคลื่อนที่น่าสนใจที่สุด ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันให้เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย คือการทำให้ 2 ประเทศอย่างจีนและอินเดียที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาเป็นเวลานาน ขยับเข้าใกล้ชิดกันมากกว่าทุกครั้งในประวัติศาสตร์

ทั้ง ๆ ที่เพียงไม่ถึงปีมานี่เอง จีนกับอินเดียร่ำ ๆ จะเปิดสงครามชายแดนกันขึ้นเมื่อเกิดความขัดแย้งร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างกันขึ้นเมื่อปี 1962 เป็นต้นมา

นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จีนเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวด ปล่อยให้อินเดียส่งข้าวที่ไม่ใช่ข้าวบัสมาติเข้าประเทศได้ รวมทั้งยอมยกเลิกค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับการนำเข้ายาต้านมะเร็งจากอินเดีย แล้วยังตกลงกันแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการคาดการณ์ปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านทั้ง 2 ประเทศในฤดูน้ำหลากได้อีกด้วย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนกับ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย พบหน้าหารือซึ่งกันและกันมาแล้ว 2 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ต่างฝ่ายต่างตกปากรับคำที่จะกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

บิพัล แชตเทอร์จี ผู้อำนวยการสถาบันวิชาการด้านการค้าของอินเดีย เชื่อว่า จีนเองตระหนักดีว่าสงครามการค้าไม่ใช่เรื่องที่จะยุติได้ง่าย ๆ ในวันสองวัน

หรือเดือนสองเดือน และไม่ต้องการเปิดแนวรบเพิ่มขึ้นอีกด้าน ตอนนี้จีนได้แต่ทุ่มสมาธิจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกมีนัยสำคัญไม่น้อยทั้งต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคและของโลก สิ่งที่นักสังเกตการณ์ทั้งหลายยังกังขากันอยู่ในเวลานี้ก็คือ จีนกับอินเดีย จะร่วมมือกันได้มากขนาดไหนและยั่งยืนเพียงใด

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นดีพอที่จะปรับเปลี่ยนพื้นฐานความสัมพันธ์แต่เดิมซึ่งทำให้ยักษ์ใหญ่ในเอเชียทั้งสองกลายเป็นคู่แข่งขันในทางเศรษฐกิจและทางยุทธศาสตร์ตลอดมาหรือไม่

ฮาร์ช แพนท์ ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ในประเทศอังกฤษไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้

นอกเหนือจากความตึงเครียดด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนแล้ว จีนกับอินเดีย ยังมีปัญหาซึ่งกันและกันในด้านเศรษฐกิจสำคัญ ๆ อีกหลายด้าน

แรกสุดคือเรื่องของดุลการค้า เมื่อปีที่แล้ว ปริมาณการค้าระหว่างจีนกับอินเดียสูงเกือบ 90,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้อินเดียกลายเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้ของจีนไปโดยปริยาย แต่อินเดียเสียเปรียบดุลการค้าอยู่ถึง 63,000 ล้านดอลลาร์ สืบเนื่องจากการนำเข้าจักรกลขนาดใหญ่, อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านจากจีนเป็นสำคัญ

กรณีดังกล่าวส่งผลสะเทือนโดยตรงกับนโยบาย “เมคอินอินเดีย” ของโมดี ที่ต้องการบ่มเพาะและสนับสนุนโรงงานผลิตสินค้าในประเทศ เพราะต้องเผชิญกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากจีน

ในเวลาเดียวกัน อินเดียก็เผชิญปัญหาอย่างหนักกับการเจาะตลาดบริการด้านซอฟต์แวร์และอื่น ๆ ของจีน แม้ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมที่อินเดียแข็งแกร่ง มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงก็ตาม

แต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุดระหว่างจีนกับอินเดีย เป็นเรื่องของโครงการยักษ์ระดับโลกของสี จิ้นผิง ที่เรียกกันว่า “เบลต์แอนด์โรดอินิเชียทีฟ” (บีอาร์ไอ) ซึ่งส่วนหนึ่งรวมถึงการเข้ามาส่งเสริม ให้เงินสนับสนุนการก่อสร้างสาธารณูปโภคในประเทศ อย่างพม่า ศรีลังกา และปากีสถาน ซึ่งอินเดียถือว่าเป็นเหมือน “หลังบ้าน” ของตนเอง และกำลังระแวงมิติในเชิงยุทธศาสตร์ของโครงการเหล่านั้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศ องค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มประเทศที่มีจีนเป็นแกนนำ อินเดียเป็นสมาชิกเพียงชาติเดียวขององค์การนี้ที่ไม่ลงมติรับรองแผนบีอาร์ไอ

ส่วนหนึ่งของบีอาร์ไอ ที่ไม่ถูกใจอินเดียและก่อให้เกิดความหวาดระแวงขึ้นมากที่สุด คือ แผนการจัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน โครงการความร่วมมือมูลค่าสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีส่วนหนึ่งพาดผ่านดินแดนของแคว้นแคชเมียร์ ที่ยังคงเป็นกรณีพิพาทระหว่างอินเดียกับปากีสถานอยู่ในเวลานี้ด้วยนั่นเอง


#สำนักงานบัญชี,#สำนักงานสอบบัญชี,๒ทำบัญชี,#สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : “จีน” พักรบ “อินเดีย” จับมือสู้สงครามการค้าสหรัฐ

view

*

view