http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

มิตรสหรัฐเมิน ‘แบนหัวเว่ย’ หวั่นงบฯพัฒนา ‘5G’ พุ่ง

จากประชาชาติธุรกิจ

การบรรลุข้อตกลงการค้าใน “เฟสแรก” คลายความกังวลทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังไม่ยุติลง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโทรคมนาคมสมัยใหม่อย่าง “5 G” เป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ โดยสหรัฐประกาศสงครามเทคโนโลยีด้วยการขึ้นบัญชีดำ “หัวเว่ย” และกดดันให้พันธมิตรทั่วโลกร่วมกันแบนเทคโนโลยี “5 จี” ของหัวเว่ยอีกด้วย

ทั้งนี้ “หัวเว่ย” เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคม “5G” ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IOT) เป็นต้น โดยสหรัฐกังวลว่าความเป็นผู้นำ 5G ของหัวเว่ยจะสร้างความได้เปรียบให้กับจีนในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ทั่วโลก ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขันของ 2 มหาอำนาจโลก รวมถึงสร้างความกังวลต่อสหรัฐในมิติความมั่นคงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม “ซีเอ็นเอ็น” รายงานว่า อินเดียเพิ่งประกาศยืนยันเมื่อ 30 ธ.ค. 2019 อนุมัติให้หัวเว่ยสามารถเข้าร่วมการทดลองระบบ 5G ในเดือน ม.ค. 2020 ซึ่งอาจเป็นการปูทางการขยายตลาดสู่การพัฒนาโครงข่าย 5G ในประเทศที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว 500 ล้านราย นอกจากนี้เมื่อต้น ธ.ค.ที่ผ่านมา “เทเลโฟนิก้า เยอรมนี” ผู้ให้บริการโทรคมนาคมข้ามชาติได้ประกาศแผนการลงทุนระบบเครือข่าย 5G โดยใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยท่ามกลางบรรยากาศการถกเถียงกันต่อประเด็นดังกล่าวในรัฐสภาของเยอรมนี ขณะที่อีกหลายประเทศทั่วโลกปฏิเสธข้อเรียกร้องของทางสหรัฐเช่นกัน

“ฟอเรียน โพลิซี” รายงานว่าสหรัฐสามารถกดดันให้พันธมิตรอย่างออสเตรเลีย ญี่ปุ่น รวมถึงนิวซีแลนด์ แบนอุปกรณ์เทคโนโลยี 5G ของหัวเว่ยเป็นผลสำเร็จ ขณะที่พันธมิตรในยุโรป เช่น เยอรมนี อังกฤษ อิตาลี โปแลนด์ รวมถึงกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ ก็กำลังถกเถียงกันในประเด็นดังกล่าว

นิตยสาร “ฟอร์จูน” รายงานถึงเหตุผลที่สหรัฐไม่อาจโน้มน้าวประเทศพันธมิตร “แบนหัวเว่ย” ได้ เพราะข้อกล่าวหาว่าหัวเว่ยทำการจารกรรมข้อมูลและก่อวินาศกรรมทางไซเบอร์ยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ ถึงแม้มีข้อสงสัยว่าหัวเว่ยมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลปักกิ่งก็ตาม ขณะที่การปฏิเสธไม่ใช้อุปกรณ์หัวเว่ยจะส่งผลให้ต้นทุนโครงข่าย 5G เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาและความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมสมัยใหม่

รอยเตอร์สรายงานถึงผลงานวิจัยของ “จีเอสเอ็มเอ” สมาคมธุรกิจโทรคมนาคม ระบุว่าการแบนหัวเว่ยจะส่งผลให้ยุโรปมีต้นทุนในการวางระบบ 5G เพิ่มขึ้นถึง 62,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังทำให้การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องล่าช้าไปอีก 18 เดือน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางไซเบอร์โปแลนด์ กล่าวเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาว่า ความกังวลเรื่องของต้นทุนเป็นสาเหตุที่ “โปแลนด์” จะไม่แบนหัวเว่ยตามคำเตือนของสหรัฐ

ขณะที่ “โวดาโฟน กรุ๊ป” บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของอังกฤษ และ “ดอยช์ เทเลคอม” ของเยอรมนี แสดงความกังวลว่าการแบนหัวเว่ยส่งผลให้ต้นทุนของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น และทำให้การพัฒนาระบบเครือข่าย 5G ล่าช้าถึง 2 ปี

สอดคล้องกับงานวิจัยของ “ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์” ซึ่งทำการศึกษาใน 8 ประเทศ พบว่าการแบนหัวเว่ยจะส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนา 5G เพิ่มขึ้นประมาณ 8-29% ส่งผลให้ประชากรหลายล้านคนไม่สามารถเข้าถึงเครือข่าย 5G ได้ภายในปี 2023  ทั้งส่งผลต่อความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงกล่าวได้ว่าการให้หัวเว่ยร่วมพัฒนา 5G มีเหตุผลทางเศรษฐกิจรองรับ และถึงแม้ว่าหัวเว่ยจะเป็นผู้นำด้านเครือข่ายโครงสร้าง 5G แต่ “ซิลิคอนวัลเลย์” ยังเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมบนเครือข่าย 5G

ดังนั้นการเปิดใจยอมรับหัวเว่ยอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐเอง รวมถึงเศรษฐกิจโลก


#สำนักงานบัญชี,#สำนักงานสอบบัญชี,#ทำบัญชี,#สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : มิตรสหรัฐเมิน ‘แบนหัวเว่ย’ หวั่นงบฯพัฒนา ‘5G’ พุ่ง

view

*

view