http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

หมดทางยื้อเร่งระบาย7.5แสนตัน จับตาสยามอินดิก้าผูกขาดข้าวรัฐ

จากประชาชาติธุรกิจ

รัฐหมดหนทางเก็บสต๊อกข้าว 10 ล้านตัน ล้นโกดังท่วมประเทศ ยอมเปิดประมูลทั่วไปครั้งแรก 7.5 แสนตัน ยื่นซอง 28 ส.ค. ไม่บังคับต้องส่งออก วงการทำนายขาดทุนเละเทะ จับตา "สยามอินดิก้า" ผงาดขึ้นเบอร์ 3 ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่สุด



สต๊อกข้าวสารจากโครงการรับจำนำข้าวในราคาสูงผิดปกติตามนโยบายประชานิยมที่มีมากกว่า10 ล้านตัน ส่งผลให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีทางเลือก และ "จำเป็น" ที่จะต้องเปิดประมูลข้าวในสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไป เพื่อแก้ปัญหา 2 ประการ ได้แก่ การไม่มีโกดังเก็บข้าวมากพอที่จะเก็บทั้งข้าวโครงการรับจำนำเก่า (2554/55) กับข้าวที่จะเปิดรับจำนำใหม่ (2555/56) กับการขาดสภาพคล่องในการรับจำนำข้าว หากรัฐบาลไม่ยอมขายข้าวในสต๊อกเพื่อนำเงินมาคืน ธ.ก.ส. แม้จะขาดทุนเพียงใด

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าว ได้ออกประกาศ 3 ฉบับ เรื่องการจำหน่ายข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/55 เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และ/หรือส่งออกโดยวิธียื่นซองประกวดราคา (TOR) คิดเป็นข้าวสารทั้งหมด 753,000 ตัน

โดย TOR ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลต่ออธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าว ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ ซึ่งการเสนอราคาซื้อข้าวสารสต๊อกรัฐบาลต้องเสนอราคาซื้อ ณ หน้าคลังสินค้าที่ขอซื้อเป็นเงินบาท และผู้ยื่นเสนอราคาต้องมีหลักประกันเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารหรือตั๋วแลกเงิน หรือเช็คธนาคาร ที่ออกโดยธนาคารตั้งอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น สั่งจ่ายกรมการค้าต่างประเทศ ในอัตรา 2% ของมูลค่าสินค้าที่ยื่นเสนอซื้อ

นอกจากนี้ผู้เสนอราคาซื้อขอใช้สิทธิดูสภาพข้าวสารที่เก็บรักษาได้ หากไม่ขอใช้สิทธิจะถือว่ายอมรับสภาพข้าวสารที่เสนอราคาโดยไม่มีข้อโต้แย้ง โดยเงื่อนไข TOR ที่ประกาศเชิญชวนจนถึงวันที่เสนอราคาจะมีระยะเวลา 7 วัน ที่เอกชนไปตรวจสอบคุณภาพข้าวในโกดังที่จะยื่นราคาได้

รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า คณะทำงานจะเจรจาต่อรองกับผู้เสนอราคา โดยมีเกณฑ์ "ราคากลางอ้างอิง" ที่คำนวณจากราคาตลาด ซึ่งจะเจรจาต่อรองกับผู้เสนอซื้อที่อยู่ในเกณฑ์ราคาเท่านั้น ส่วนผู้ที่ได้รับการอนุมัติขายข้าวแล้วจะต้องทำสัญญาซื้อขายกับทางองค์การคลังสินค้า (อคส.) หรือองค์การตลาดเพื่อเกษตร (อ.ต.ก.) ภายใน 10 วัน นับแต่วันที่กรมแจ้งผลเป็นลายลักษณ์อักษร โดยต้องวางหลักประกันเป็นเงินสดหรือเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารในอัตรา 5% ของมูลค่าข้าวสารที่ได้ตกลงซื้อขาย หากผู้เสนอราคาไม่มาทำสัญญาภายในเวลาที่กำหนดจะถูกริบหลักประกัน

ด้านแหล่งข่าวจากวงการค้าข้าวกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การที่รัฐบาลเร่งเปิดประมูลข้าวลอตใหญ่ถึง 753,000 ตัน สาเหตุหลักมาจากรัฐบาลไม่มีคลัง/โกดังสำหรับรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ และไม่มีเงินงบประมาณเพียงพอที่จะให้ ธ.ก.ส.รับจำนำข้าวมากกว่า 400,000 ล้านบาท จึงต้องเร่งนำข้าวในสต๊อกออกมาระบายเพื่อนำเงินกลับไปคืนให้กับ ธ.ก.ส.

"น่าสังเกตว่า วิธีการระบายข้าวยังใช้ระบบยื่นซองและเปิดซองแบบลับ ๆ โดยไม่มีการเปิดเผยราคาให้สาธารณชนรับทราบ แต่ดีกว่าวิธีเดิมที่เปิดขายข้าวแบบเงียบ ๆ ลับ ๆ ถือว่าไม่โปร่งใสและทำให้รัฐบาลขายข้าวได้ราคาต่ำเหมือนเดิม เช่น ข้าวขาว 5% น่าจะได้ตันละ 16,000-16,500 บาท ขาดทุนตันละ 6,000-7,000 บาท จากที่รับจำนำมา 23,000 บาท มีปลายข้าวน่าจะได้ตันละ 15,000 บาท ใกล้เคียงตลาด แต่ที่แย่ที่สุดคือ ข้าวหอมมะลิที่รับจำนำเข้ามาสูงถึงตันละ 20,000 บาท คิดเป็นราคาข้าวสารสูงกว่า 30,000 บาท รัฐบาลต้องขาดทุนมาก เพราะข้าวในคลังมีข้าวหอมมะลิทั้งเกรดดีและไม่ดี แต่ไม่ดีเยอะมาก เอกชนที่ทำข้าวหอมมะลิไม่ค่อยกล้าซื้อข้าวลอตนี้ กลัวว่ามีการผสมยำเละปนกันทั้งข้าวหอมปทุม ข้าวพิษณุโลกที่รับเข้ามา และรัฐบาลเองก็ไม่รับประกันคุณภาพข้าวตอนขาย แต่ให้พวกเรายื่นราคาเสนอซื้อตามสภาพ ผมว่าคงไม่ค่อยสนใจและไม่ได้ราคา" แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนี้ยังมีข้อน่าสังเกตว่า การเปิดระบายข้าวด้วยวิธีการประมูลเป็นการทั่วไปครั้งนี้ ไม่ได้บังคับให้ต้องส่งออกข้าวที่ประมูลซื้อได้ไปต่างประเทศ แต่ยอมให้มีการจำหน่ายข้าวเหล่านี้ภายในประเทศก็ได้ ต่างจากในอดีตที่เปิดระบายข้าวและให้ส่งออกทั้งหมด เนื่องจากกลัวว่าราคาข้าวภายในประเทศจะตก แต่นี่เป็นนโยบายประชานิยม ไม่ว่าราคาที่แท้จริงในประเทศจะตกลงเพียงใด รัฐบาลซื้อหมด หมายถึงรัฐบาลต้องแบกรับภาระขาดทุนครั้งมโหฬารส่งผลต่อเงินที่ต้องนำไปจ่ายคืนให้กับ ธ.ก.ส.รับจำนำข้าวในปี 2555/56

ในอีกด้าน วงการค้าข้าวกำลังจับตามองบริษัทสยามอินดิก้า ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด (สถานที่ตั้งบริษัทอยู่ที่เดียวกัน) ที่โด่งดังซื้อข้าวรัฐบาลคนเดียวถึง 1.7 ล้านตันในอดีต แต่ปัจจุบันโดนฟ้องล้มละลายไม่สามารถยื่นซองประมูลซื้อข้าวจากรัฐบาลได้ จะเข้าร่วมประมูลซื้อข้าวลอตนี้กับกระทรวงพาณิชย์ด้วยหรือไม่ ปัจจุบันบริษัทสยามอินดิก้า ขยับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวใหญ่อันดับที่ 3 ของประเทศ เฉพาะ 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน 2555) ส่งออกไปต่างประเทศถึง 344,600 ตัน หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการส่งออกไป 228,500 ตัน จากยอดส่งออกทั้งปี 2554 ที่ 305,000 ตัน

"หลังจากเพรซิเดนท์ อะกริฯ โดนฟ้องล้มละลายไม่กี่ปี กลุ่มนี้ก็กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ขณะนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 3 รองจากบริษัทนครหลวงค้าข้าว และบริษัทเอเชีย โกลเด้นท์ไรซ์ ซึ่งทั้ง 2 บริษัทหลังน่าจะส่งออกข้าว 400,000-500,000 ตัน และบริษัทดังกล่าวยังได้รับออร์เดอร์ข้าวจากอิรัก และอยู่ระหว่างการปรับปรุงอีกหลายหมื่นตัน" แหล่งข่าวกล่าว


สำนักงานบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : หมดทางยื้อ เร่งระบาย7.5แสนตัน จับตาสยามอินดิก้า ผูกขาดข้าวรัฐ

view

*

view