สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

AEM เร่งเตรียมความพร้อม รับประชาคมอาเซียนให้ทันปี 58

จากประชาชาติธุรกิจ

ปิดฉากการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 45 ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาฝ่ายไทยนำโดย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามผลการดำเนินงานก่อนเข้าสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558

ผลการดำเนินงานตามพิมพ์เขียวอาเซียน (Blueprint) ขณะนี้ดำเนินการได้แล้วกว่า 80% ของภาระงานทั้งหมด โดยสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยเป็นประเทศที่เตรียมความพร้อมได้คืบหน้าสูงสุด ส่วนฟิลิปปินส์และกัมพูชายังต้องเร่งฝีเท้าก้าวให้ทันปี 2558 เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและความน่าเชื่อถือของอาเซียนต่อประชาคมโลก

ใน ด้านการลดภาษีสินค้าส่วนใหญ่จะเป็น 0% ไปแล้ว เพียงแต่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เป็น "อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี" หรือ NTB ซึ่งในการประชุม

ครั้งนี้มีมติให้ประเทศสมาชิกสรุปมาตรการ ทางการค้าที่เป็นกรณีศึกษา 1 เรื่อง และขอให้ดำเนินการแก้ไขให้เสร็จภายใน 1 ปี เช่น ขอให้อินโดนีเซียและมาเลเซียลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งลดการใช้มาตรการภาษีภายในประเทศ เช่น ภาษีสรรพสามิต และเวียดนามควรลดภาษีสินค้าปิโตรเลียม เป็นต้น


ด้านการค้าบริการ ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนรับทราบสถานะการดำเนินการจัดทำข้อผูกพัน ชุดที่ 9 ของประเทศสมาชิกที่ล่าช้าอยู่ ซึ่งอาเซียนยังเหลือข้อผูกพันการค้าบริการชุดที่ 10 อีก 1 ชุด ที่จะต้องทำให้เสร็จในปี 2558 ตามเจตนารมณ์ที่ต้องการให้นักธุรกิจจากประเทศอาเซียนสามารถถือหุ้นได้อย่าง น้อย 70% ในประเภทธุรกิจบริการที่ตกลงกัน ส่วนด้านการลงทุนช่วงที่ผ่านมาพยายามเร่งผลักดันให้เปิดเสรีเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ผลความตกลงมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการแต่ยังไม่สัมฤทธิ์เท่าที่ ควร

ด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า ภาคเอกชนเสนอให้สินค้าของอาเซียนไม่ต้องสำแดงมูลค่าสินค้า ณ ท่าเรือต้นทาง หรือ FOB ในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฟอร์มดีของอาเซียน ในกรณีที่สินค้านั้นผลิตได้ทั้งหมดในประเทศสมาชิก หรือมีการผลิตและแปรสภาพสินค้าตามเกณฑ์ที่อาเซียนกำหนด เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับผู้ส่งออก โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ประเมินปัญหาอุปสรรคที่สำคัญของการดำเนินการเข้าสู่ AEC สำนักเลขาธิการอาเซียนพบว่าความล่าช้าในการให้สัตยาบันความตกลงอา เซียน/พิธีสารให้มีผลบังคับใช้ ปัญหาการปรับกฎหมาย กฎระเบียบ ภายในประเทศซึ่งส่งผลต่อการรวมภูมิภาค การขาดเจตนารมณ์ทางการเมืองในการดำเนินการเรื่องการรวมกลุ่มภูมิภาค และข้อผูกพันเฉพาะของแต่ละประเทศ

สิ่งที่จะต้องเริ่มดำเนินการเพื่อ ให้ทันเวลาในการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียนในปี 2556 และปี 2558 (Prioritized AEC Deliverables for 2013 and 2015) เช่น การจัดตั้ง National Single Window การจัดทำข้อผูกพันเปิดเสรีการค้าบริการชุดที่ 9 และ 10 เป็นต้น (Prioritized AEC Deliverables for 2013 and 2015) ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ

ก"รห"รือรัฐมนตร"อ"เซ"ยน-คู่ค้า

นอก จากนี้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังได้หารือเพื่อเตรียมการเยือนจีนในช่วงปลาย ปี 2556 ส่วนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน +6 หรือ RCEP ในครั้งนี้ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการเจรจาของคณะกรรมการเจรจาการค้า และคณะทำงานการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน และหารือประเด็นใหม่ เช่น นโยบายการแข่งขัน ทรัพย์สินทางปัญญา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การระงับ

ข้อ พิพาท เป็นต้น โดยคณะเจรจาฯมีกำหนดจะประชุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 23-27 ก.ย.นี้ที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเจรจาให้เสร็จทันในปี 2558

ทวิภาคีไทย-คู่ค้า

นาย นิวัฒน์ธำรงยังมีกำหนดหารือระดับทวิภาคีกับผู้แทนในภาครัฐบาลจาก 3 ประเทศ คือ รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าฟิลิปปินส์ (Mr.Gregory L. Domingo) เพื่อขอให้ 1) เปิดตลาดนำเข้าข้าวไทยให้มากขึ้น และขอเปิดตลาดสินค้าไก่ไทยหลังปลอดเชื้อหวัดนัก โดยคาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 19-20 กันยายนนี้ ที่กรุงมะนิลา

2) พบหารือ 2 ฝ่ายกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าอินโดนีเซีย เพื่อขอให้อินโดนีเซียนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้น และติดตามเรื่องการทำสัญญาซื้อขายข้าว เพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งแจ้งข้อกังวลในการส่งออกผักและผลไม้ที่กำหนดจุดนำเข้าสินค้าผักและผล ไม้ไทยจนทำให้ค่าใช้จ่ายค่าขนส่งเพิ่มขึ้น

3) พบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยภาคเอกชนสิงคโปร์มีความสนใจที่จะมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้น ฐานสำคัญของไทย (โครงการ 2 ล้านล้านบาท) และด้านพลังงานทดแทน รวมทั้งลู่ทางการลงทุนด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญ นอกจากนี้ยังขอให้สิงคโปร์พิจารณาตรวจรับรองโรงงานผลิตของไทยเพื่ออนุญาตให้ นำเข้าไก่แช่เย็น/แช่แข็งด้วย

นอกจากนี้ยังพบกับคณะนักธุรกิจ ผู้แทนจากสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐ (USABC) โดยเอกชนสหรัฐสนับสนุนให้ไทยเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทาง เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) พร้อมกันนี้เอกชนสหรัฐแสดงความสนใจที่จะให้ความช่วยเหลือโครงการรถไฟความ เร็วสูงของไทย และขอให้ไทยเป็นผู้นำในการลดอุปสรรคทางการค้าอาเซียน เพื่อสหรัฐจะลงทุนในไทยเป็นศูนย์กลางขยายตลาดรถยนต์ไปยังมาเลเซียและพม่า

ขณะ ที่บริษัท Philip Morris ได้แสดงความเป็นห่วงว่ามาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบของกระทรวงสาธารณสุขที่ ปรับแก้เพิ่มความเข้มงวดกับฉลากซองบุหรี่ กระทบต่อการค้าของบริษัทอีกด้วย


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : AEM เตรียมความพร้อม ประชาคมอาเซียน ทันปี 58

view