หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 27/06/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,616,464
Page Views 23,049,707
 

thaiworm33
ulanla

วิถีหุ้นเล็กหุ้นใหญ่

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ จัตุรัสนักลงทุน โดย วีระพงษ์ ธัม www.facebook.com/10000Li

หุ้นขนาดเล็กและขนาดใหญ่แม้จะมีจุดมุ่งหมายในการทำธุรกิจเดียวกันคือการสร้างกำไรสูงสุด แต่วิถีทางและอุปสรรคต่างกันมาก ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาก็พบหุ้นเล็ก "เติบโตเร็ว" สะดุดและราคาลดลงอย่างรุนแรง แม้แต่หุ้นใหญ่ "ที่แข็งแกร่ง" ก็เกิดความยากลำบาก ในการเปรียบเทียบหุ้นใหญ่หุ้นเล็กที่ต่างกัน โดยยกกรณีศึกษามาจากเช้าวันที่ 7 ธ.ค. 1941 ฐานทัพเรือของอเมริกัน "เพิร์ล ฮาร์เบอร์" ถูกโจมตีจนเสียหายหนัก ในเชิงธุรกิจจักรวรรดิญี่ปุ่นเปรียบเสมือนหุ้นเล็กที่กำลังท้าทายหุ้นใหญ่อย่างอเมริกาด้วยปฏิบัติการที่ชื่อว่า"Z" เช้าวันนั้นถือเป็นชัยชนะทางการรบที่ยิ่งใหญ่ของประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าหลายเท่าตัว เราเรียนรู้อะไรได้บ้าง

ปฏิบัติการ Z ของญี่ปุ่น เริ่มต้นโดยที่จักรวรรดิญี่ปุ่นส่งกองทัพเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมเครื่องบินรบ เข้าโจมตีฐานทัพอเมริกาแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งการโจมตีระลอกแรกได้ผลดีเยี่ยม กองทัพญี่ปุ่นแทบไม่เสียหาย จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงการโจมตีระลอกสองก็เกิดขึ้น แม้ได้ผลดีเช่นเดียวกัน แต่ก็เจอการต่อต้านที่หนักขึ้นจากอเมริกา

อันนี้คือลักษณะเดียวกับ Surprise Earning หรือกำไรของบริษัทขนาดเล็กที่เติบโตอย่างหอมหวนในขณะที่ยังไม่มีคู่แข่งตั้งตัว ในเชิงตัวเลขหลังการรบจบที่ความสวยงามของปฏิบัติการ แต่ความผิดพลาดใหญ่ประการแรกของญี่ปุ่น คือ การปฏิเสธการโจมตีระลอกที่สามในวันนั้น เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความเสียหายมากขึ้นอีก ในยามที่ธุรกิจหุ้นเล็กได้เปรียบ บริษัทควรฉวยความได้เปรียบอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว โดยไม่ควรคำนึงถึง "ต้นทุน" ที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้น

ความผิดพลาดที่สองที่สำคัญอีกอย่างของปฏิบัติการ Z คือ ความโชคร้ายที่ไม่สามารถโจมตี "ยุทธศาสตร์สำคัญ" ของการรบได้ นั่นคือการโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งส่งผลร้ายในสมรภูมิ Midway ในภายหลัง เช่นเดียวกัน ถ้าหุ้นเล็กไม่สามารถยึดหัวหาดและโจมตียุทธศาสตร์สำคัญได้ การโต้กลับจากคู่แข่งย่อมเร็วขึ้นและรุนแรงเป็นเงาตามตัว

ประการที่สาม หุ้นเล็กควรเริ่ม "สร้างฐาน" หรือ "ความสามารถในการแข่งขัน" ที่ชัดเจนของตัวเอง เพราะไม่ช้าจะเกิดการแข่งขันเมื่อธุรกิจมีขนาดใหญ่ขึ้น และบริษัทใหญ่เริ่ม "พร้อมรบ" ในสมรภูมิของเรา ผมสังเกตเห็นประวัติศาสตร์หุ้นเล็กที่เติบโตขึ้นมาขนาดใหญ่ มักจะผ่านสมรภูมิระหว่างทางที่ไม่รุนแรงนัก เรียกว่าเป็นสงครามระหว่าง "มวยรุ่นเดียวกัน" และมี "ช่องว่างให้เติบโต" หรือในภาษาธุรกิจคืออยู่ใน Blue Ocean มาระยะหนึ่งให้แข็งแรงพอที่จะเจอ Red Ocean ได้

ถ้าบริษัทเล็ก ๆ เจอบริษัทใหญ่ ๆ มาแข่งอย่างรวดเร็ว มักจะยากลำบาก ดังนั้นมวยคนละรุ่นในโลกยุคทุนนิยม รุ่นเล็กย่อมแข่งขันยาก หากอยู่ใน "สนามเดียวกัน" ในระยะยาว

สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือกำไรที่หุ้นเล็กได้ในยามที่คู่แข่ง "ยังไม่เตรียมพร้อม" ย่อมหายไปอย่างรวดเร็ว ซ้ำร้ายกว่านั้น ในตลาดหุ้น นักลงทุนที่จินตนาการว่ากำไรหุ้นเล็กที่ได้นั้น "ยั่งยืน" และ "เติบโต" อย่างต่อเนื่อง และยอมซื้อหุ้นในราคาอย่างสูง จะเสียหายอย่างหนักเมื่อความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ส่วนหุ้นเล็กที่ "รอด" และ "ชนะ" จน "เติบโต" ขึ้นมาได้จะเข้าเป็นสมาชิก "หุ้นใหญ่" ในที่สุด พัฒนาการสำคัญระหว่างการเปลี่ยนผ่าน คือ เราไม่ควรดู Earning หรือกำไรอย่างเดียว สิ่งสำคัญกว่า คือ Earnings Power หรือ "ความสามารถในการทำกำไร" เพราะบางครั้ง หุ้นอาจจะกำไรน้อยลงชั่วคราว เพื่อเอาทรัพยากรไปสร้างความสามารถในการทำกำไร ซึ่งยั่งยืนกว่า เช่นการสร้างแบรนด์ การลงทุนในทรัพยากรการผลิตให้เข้มแข็ง นี่คือวิถีของหุ้นเล็กไปสู่หุ้นใหญ่เสมอ

ส่วนวิถีหุ้นใหญ่ ถ้าไม่จำเป็นพวกเขาก็ไม่อยากลงไปแข่งในธุรกิจขนาดเล็ก สาเหตุคือ ความเสียเปรียบเรื่องความคล่องตัว การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ความไม่คุ้มค่าด้านตลาดที่มีขนาดเล็กเกินไป รวมไปถึงการแข่งขันเรื่อง "ราคา" ธุรกิจใหญ่ถ้าปรับลดราคาลง 5% จะกระทบฐานรายได้ที่ใหญ่มาก ขณะเดียวกัน ในหุ้นเล็กการลดราคา 10% ย่อมมีผลน้อยกว่า สาเหตุนี้ทำให้หุ้นเล็กจิ๋ว หรือ Startup จึงมีช่องแทรกตัวขึ้นมาได้ระยะหนึ่งก่อนที่ "ตลาด" จะ "ใหญ่" จนหุ้นใหญ่เข้ามาสนใจ

เมื่อหุ้นใหญ่คล่องตัวน้อยกว่า จึงมีเหตุการณ์ลักษณะเพิร์ลฮาร์เบอร์เกิดขึ้นได้ คือเป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง จนรายได้อาจจะหายไป และส่งผลต่อกำไรอย่างมาก เนื่องจากมีต้นทุนจำนวนมากซึ่งปรับตัวได้ช้ากว่าหุ้นเล็กมาก หรือแย่กว่านั้น คือ"ความประมาท" จนเสียหายหนักในที่สุด

ข้อสรุปของผมคือหุ้นทั้งสองแบบไม่ว่าหุ้นใหญ่หุ้นเล็ก การมองเพียง "กำไรรายไตรมาส" ไม่ใช่การลงทุนที่ดี เพราะเหตุผลที่กำไรจะดีและแย่อย่างมากมีโอกาสเกิดขึ้นได้ชั่วคราวเสมอ ๆ วิถีที่ต่างกันนั้นเองทำให้เราต้องปรับความคิดให้ตรงกับลักษณะของหุ้น ยอมรับความแตกต่างเข้าใจจุดอ่อน จุดแข็ง ปรับความเสี่ยงให้สมดุลในพอร์ตโฟลิโอ จะช่วยให้ผลตอบแทนรวมเราไปได้ดีโดยที่กินอิ่มนอนหลับสบายครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : วิถีหุ้นเล็กหุ้นใหญ่

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view