หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/08/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,800,026
Page Views 23,344,259
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ไถ่ชีวิตให้หายใจ..ไม่ใช่ให้ไปตาย! คนรักสัตว์แฉ บุญรอดไม่ใช่เคสแรก

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

“ไถ่ชีวิตให้หายใจ..ไม่ใช่ให้ไปตาย!” คนรักสัตว์แฉ “บุญรอดไม่ใช่เคสแรก!!”
         
        “บุญรอด..อยู่ไหน?” เสียงครวญจากคนรักสัตว์ยังหวั่นจะ “รอด” หรือ “ตาย” หลังถูกไถ่ชีวิตนำฝากเลี้ยงที่ปศุสัตว์ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ แต่ถูกขายต่ออย่างมีเงื่อนงำ! ล่าสุดเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ถูกสั่งเด้ง แถมผู้นำบุญรอดไปขายถูกดำเนินคดี “กลุ่มคนรักสัตว์” เร่งจี้ “ปศุสัตว์” เปิดเผยตัวเลขบัญชีโครงการฯ จวกซ้ำมั่นใจควายบุญรอด “ไม่ใช่ตัวแรกและตัวสุดท้าย!!”
       
       “ผมช่วยกระบือให้อยู่รอด ไม่ใช่ช่วยให้ถูกฆ่า!!”
       
        ดรามาสะเทือนใจคนรักสัตว์..ยังไม่จบลงง่ายๆ! สำหรับกรณี “เจ้าบุญรอด” โคกระบือเพศเมียที่มีผู้ร่วมใจบุญไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์ ก่อนจะนำไปฝากเลี้ยงที่กรมปศุสัตว์ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ในโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร แต่กลับไม่พบกระบือที่ฝากดูแลไว้ อีกทั้งยังพบพิรุธหลายอย่างจากเจ้าหน้าที่ เจ้าของกระบือเชื่อ “เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ!”
        
        หลังจากได้มีการพบความผิดปกติในเรื่องดังกล่าว “รพีภัค ธราธรพิทักษ์” ผู้ไถ่ชีวิตบุญรอดจึงได้มีการส่งหนังสือให้ตรวจสอบเบื้องลึกในเรื่องนี้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และยังแสดงเจตนาอีกด้วยว่า การที่ตนไถ่ชีวิตโค-กระบือ ก็เพื่อให้สัตว์เหล่านี้รอดชีวิต ไม่ใช่ส่งไปตาย! โดยมีใจความสำคัญระบุว่า 

“ไถ่ชีวิตให้หายใจ..ไม่ใช่ให้ไปตาย!” คนรักสัตว์แฉ “บุญรอดไม่ใช่เคสแรก!!”
         
        “ด้วยกระผม นายรพีภัค ธราธรพิทักษ์ ได้ไถ่ชีวิตโคกระบือเพศเมียชื่อเจ้าบุญรอด นำไปฝากเลี้ยงที่ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ เมื่อปี 2559 โดยตกลงกับปศุสัตว์อำเภอว่าจะรีบหาคนที่มีจิตอาสามารับเจ้าบุญรอดไปเลี้ยงโดยเร็ว และหากปศุสัตว์หาคนมารับไปเลี้ยงได้ก็ยินดี แต่กระผมต้องเข้าร่วมพิจารณาด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ และกระผมจะเป็นผู้ส่งมอบ
        
        ต่อมาได้แวะเวียนไปเยี่ยมเจ้าบุญรอดเป็นประจำ แต่หลังๆ ไม่เจอ เลยสอบถามทางปศุสัตว์บอกว่านำไปฝากเลี้ยงไว้หลังรีสอร์ท กระผมไปดูก็ไม่พบแต่ก็มิได้สงสัยอะไร จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม 2560 ได้ไปสอบถามที่ปศุสัตว์ อ.เขาค้อได้ความว่า ปศุสัตว์ให้เจ้าบุญรอดกับ “นายวรพล แก้วแดง” ไปเลี้ยง 
        
        แต่จากการสอบถามนายวรพลฯ มิได้ทำอาชีพเกษตรกรแต่อย่างใด เป็นพ่อค้าขายของอยู่หน้าร้านหน้าสำนักงานปศุสัตว์ และได้นำเจ้าบุญรอดไปเลี้ยงที่ ต.ทุ่งสมอ กระผมจึงขอคืนเพื่อหาผู้เลี้ยงรายใหม่ที่มีจิตอาสาและมีที่เลี้ยงดูเจ้าบุญรอด แต่ปศุสัตว์กลับบอกว่า ต้องประมูลแข่งกับโรงฆ่าสัตว์ และให้เหตุผลว่าเจ้าบุญรอดไม่สามารถให้ลูกได้
        
        ต่อมาสืบทราบว่า เจ้าบุญรอดถูกนำไปขายให้กับพ่อค้าโคกระบือ แต่ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และการกระทำของปศุสัตว์ อ.เขาค้อ พบว่ามีความผิดปกติหลายอย่าง จึงประสงค์ให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะกระผมได้ไถ่ชีวิตกระบือมา เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่รอด มิใช่ให้นำไปขายหรือฆ่า โดยเชื่อว่ามีการทุจริตและเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฏหมาย” 

“ไถ่ชีวิตให้หายใจ..ไม่ใช่ให้ไปตาย!” คนรักสัตว์แฉ “บุญรอดไม่ใช่เคสแรก!!”
        โซเชียลฯ เอาใจช่วย “บุญรอด” ต้องไม่ตายฟรี!
       
        เมื่อเรื่องราวของเจ้าบุญรอดถูกเผยแพร่สู่โลกออนไลน์ สร้างความร้อนใจไปถึงกลุ่มคนรักสัตว์ รวมถึงผู้ที่ร่วมไถ่ชีวิตช่วยเหลือโคบุญรอด แต่กลับ“ไม่รอด” เหมือนชื่อ! จึงได้มีการนัดรวมตัวกันที่หน้ากรมปศุสัตว์ เพื่อขอคำชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขอตรวจสอบสัตว์ที่เข้าโครงการธนาคารโคกระบือในพื้นที่ใน อ.เขาค้อ ว่ายังมีชีวิตอยู่ทุกตัวหรือไม่!
        
        นอกจากนี้ ทางประธานมูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง “ณัฐธยาน์ พลหาญ” ก็ได้มีการตั้งเงินรางวัลจำนวน 1 แสนบาท แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือนำเจ้าบุญรอดกลับคืนมาอีกด้วย!
        
        เช่นกันกับกระแสในโลกออนไลน์เองก็ร้อนระอุไม่แพ้กัน ทั้งแฟนเพจกลุ่มคนรักสัตว์ หรือผู้ที่ได้ร่วมบริจาคเงินเข้าช่วยเหลือชีวิตโคกระบือ ได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างหนักถึงเรื่องดังกล่าว บ้างก็ว่าเรื่องนี้ต้องมีผู้เกี่ยวข้องที่รู้เห็นกันดี อีกทั้งยังให้กำลังใจในหาตามหาเจ้าบุญรอดกลับมาอย่างปลอดภัย
       
        “ไร้จิตสำนึก เห็นแก่ตัว คนเขาไถ่ชีวิตวัวควายมาให้เลี้ยง ไม่ใช่ให้ไปตาย”
        
        “ต้องเอาเรื่องให้หนัก คนที่หากินบนความทุกข์ทรมานของสัตว์ ขอให้บุญรอดกลับมาไวๆ”
        
        “เรื่องนี้มันอาจไม่ใช่แค่ควายตัวเดียวก็ได้นะ ถ้าตรวจสอบดีๆ อาจมีเบื้องลึกที่ยังไม่เปิดเผยอีก” 

“ไถ่ชีวิตให้หายใจ..ไม่ใช่ให้ไปตาย!” คนรักสัตว์แฉ “บุญรอดไม่ใช่เคสแรก!!”
        

“ไถ่ชีวิตให้หายใจ..ไม่ใช่ให้ไปตาย!” คนรักสัตว์แฉ “บุญรอดไม่ใช่เคสแรก!!”
         
        อย่างไรก็ตาม ทางทีมข่าวผู้จัดการ Live ได้ติดต่อไปยังเกษตรกรรายหนึ่ง ที่ได้เคยไถ่ชีวิตโค-กระบือและรับมาเลี้ยงดูแลที่บ้าน ถึงความเห็นในเรื่องนี้และความน่าเชื่อถือของกระบวนการไถ่ชีวิตโค-กระบือ ว่าสามารถช่วยเหลือสัตว์ได้จริงๆ หรือไม่ โดยเกษตรกรคนดังกล่าวให้ความเห็นไว้ว่า
        
        “จริงๆ เคสลักษณะนี้เคยได้ยินมาบ้างนะครับ แต่ส่วนตัวผมเองไม่เคยไปไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ เพราะผมไม่มั่นใจว่ามันจะช่วยได้จริงๆ หรือเปล่า ว่าสัตว์เหล่านี้จะได้ไปอยู่ที่ไหน ซึ่งอาจจะมีกรณีที่ไม่ซื่อสัตย์จริงๆ บ้าง แต่พอมีข่าวหลุดออกมา มันก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคนช่วยกันทำบุญเขาเสียความรู้สึก
        
        แต่เท่าที่รู้ คือ โครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกร จะมีการนำวัวควายที่ถูกไถ่ชีวิต นำมาให้เกษตรกรไปเลี้ยงต่อ จะมีการประกาศรายชื่อเกษตรกรที่จะนำไปเลี้ยง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะนำไปทำอะไรบ้าง แต่เงื่อนไขของปศุสัตว์ก็คือจะต้องมีการเขียนสัญญาและต้องผ่านการตรวจสอบว่าสามารถดูแลเลี้ยงดูโค-กระบือได้
        
        ส่วนในเคสนี้ ผมว่าในระหว่างที่คนนำมาให้เลี้ยง ทางปศุสัตว์คงขึ้นบัญชีไว้แล้วว่าจะนำไปแจกเกษตรกร มันต้องมีรายชื่ออยู่ มันเป็นโครงการที่ดีนะ แต่อยู่ที่คนว่าจะหากินกับสัตว์หรือเปล่า พอมีปัญหาที่ว่า มันจึงกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เพราะต่อไปคนจะไม่กล้าช่วยเหลือ ทั้งๆ ที่มันเป็นโครงการที่ดีและช่วยเหลือเกษตรกรที่เขาตั้งใจจริงๆ”
       
       สังคมจี้เปิด “ตัวเลข” ไม่เชื่อ “บุญรอด” เคสแรก!
       
        จากที่ได้มีการยื่นหนังสือเพื่อตรวจสอบเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ในกรณีดัง “เจ้าบุญรอด” ความคืบหน้าล่าสุดได้มีการเข้าตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการแยกออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ กรณีปศุสัตว์ฟ้องผู้รับบุญรอดไปเลี้ยง ศาลตัดสินคดีให้ชดใช้เงิน 3.5 หมื่น จำคุก 1 เดือนไม่รอลงอาญา แต่ผู้ต้องหาอุทธรณ์ยื่นประกันตัว 
        
        ส่วนเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ ได้ถูกสั่งให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานปศุสัตว์ จ.เพชรบูรณ์ พร้อมทั้งมีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าจะถูกดำเนินการในเบื้องต้น แต่ดูเหมือนว่าสังคมจะยังคงไม่ปักใจเชื่อว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้จะมีแค่เคสนี้เพียงเคสเดียว! 

“ไถ่ชีวิตให้หายใจ..ไม่ใช่ให้ไปตาย!” คนรักสัตว์แฉ “บุญรอดไม่ใช่เคสแรก!!”
         
        แม้จะมีการตั้งคำถามจากสังคมและยังคงไม่ได้รับคำตอบจากปศุสัตว์อย่างชัดเจน ถึงบัญชีตัวเลขและความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลในส่วนนี้ก็ตาม เช่นเดียวกับคำสัมภาษณ์ของ “ประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง” ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ด้วยว่า 
       
        “ควายบุญรอด คงไม่ใช่ตัวแรกและตัวสุดท้ายแน่นอน และเท่าที่มีข้อมูลก็พบว่าหลายจังหวัดก็มีปัญหาเช่นกัน บางแห่งทำเป็นล่ำเป็นสันเอาโคกระบือในโครงการกว่า 40 ตัวไปขาย แม้จะมีการไล่ออกเจ้าหน้าที่ไปแล้ว แต่ยังพบว่ามีการทุจริตอย่างต่อเนื่อง
        
        อยากให้ช่วยกันเปิดโปงและช่วยกันตรวจสอบ โดยเฉพาะจำนวนโคกระบือในธนาคารที่มีอยู่ในบัญชี ว่ามีจำนวนตามบัญชีหรือไม่รวมถึงการปฏิบัติต่อโคกระบือ ซึ่งมีผู้ใจบุญช่วยไถ่ชีวิตและบริจาคมาว่าเป็นอย่างไร เพราะไม่ต้องการคนทุจริตเหล่านี้ใช้ความเมตตาของผู้คนมาเป็นช่องทางในการหากิน”
       
        ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะยังคงไม่จบลงง่ายๆ หากสังคมยังไม่ได้รับคำตอบที่โปรงใสยืนยันในเร็ววันนี้ อีกทั้งการตั้งคุณสมบัติของเกษตรกรที่ต้องการรับโค-กระบือมาเลี้ยง ยังคงไม่มีความเข้มงวดและไม่มีการตรวจสอบที่มากพอ คงเป็นไปได้ว่า เราอาจได้เห็นวัวควายที่ต้องประสบชะตากรรมเดียวกับ “บุญรอด” อีกเป็นพันๆ ตัว วนลูปอยู่ในวงจร “โรงเชือด” เช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!
       
       ข่าวโดย ทีมข่าวผู้จัดการ Live

สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ไถ่ชีวิตให้หายใจ ไม่ใช่ให้ไปตาย คนรักสัตว์แฉ บุญรอด ไม่ใช่เคสแรก

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view