http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« July 2019»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท12/07/2019
ผู้เข้าชม21,183,095
เปิดเพจ25,187,959
Gold charts on InfoMine.com

จำคุก 50 ปี “จุฑามาศ” อดีตผู้ว่าฯ ททท.รับสินบนนักธุรกิจสหรัฐฯ จัดงานบางกอกฟิล์ม ส่วนลูกสาวถูกตัดสิน 40 ปี

จำคุก 50 ปี “จุฑามาศ” อดีตผู้ว่าฯ ททท.รับสินบนนักธุรกิจสหรัฐฯ จัดงานบางกอกฟิล์ม ส่วนลูกสาวถูกตัดสิน 40 ปี

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

MGR Online - ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 11 กระทง 50 ปี “จุฑามาศ” อดีตผู้ว่าการ ททท.รับสินบนข้ามชาตินักธุรกิจอเมริกา จัดงานบางกอกฟิล์ม ขณะที่ลูกสาวได้ลดโทษเหลือ 10 กระทง เหลือจำคุก 40 ปี นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์ยังยกเลิกคำสั่งริบเงินทำผิด 62 ล้านบาท ชี้อัยการโจทก์ไม่ได้ขอท้ายฟ้อง โดยช่วงที่ทำการฟ้องยังใช้กฎหมายเก่า

วันนี้ (8 พ.ค.) ที่ห้องพิจารณา 8 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี เวลา 10.15 น.ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีสินบนข้ามชาติ หมายเลขดำที่ อท.14/2558, อท.46/2559 ที่ อัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 72 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 45 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6 , 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทน สามี-ภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002-2007 (หรือปี พ.ศ. 2545-2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 58 ที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 60 เห็นว่า การจัดจ้างโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ มีการกำหนดเงื่อนไขโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538 โดยเฉพาะโครงการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2546 ไม่เป็นการจ้างบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ที่เคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถผลงานมาแล้ว โดยนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คบคิดกับนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน นักธุรกิจในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ ททท. และยังเรียกรับเงินสินบนจากนายเจอรัลด์ โดยโอนเงินไปยัง น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 กับเพื่อน 59 รายการเป็นเงิน 1,822,294 เหรียญสหรัฐ

พฤติการณ์ของนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 12 ให้จำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11 กระทงๆ ละ 6 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี

และจำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปีโดยจำคุกทั้งสิ้น 44 ปี ขณะที่ศาลมีคำสั่งให้ริบเงินกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท

โดยหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วระหว่างอุทธรณ์ นางจุฑามาศ อดีตผู้ว่าการ ททท. และ น.ส.จิตติโสภา บุตรสาว จำเลยที่ 1-2 ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัว วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองมาจากเรือนจำ ทั้งสองยังคงมีผิวพรรณที่สดใสไม่หม่นหมอง ขณะที่วันนี้ก็มีผู้มาให้กำลังใจด้วย 5-6 คน

ขณะที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาและพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว มีคำแปลคำให้การของเจ้าหน้าที่ FBI สหรัฐอเมริกา ที่ทำการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีกับสามี-ภรรยาตระกูลกรีน ซึ่งได้มาตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 โดยเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอื่นตามหลักการพิจารณาคดีอาญาแล้ว ก็รับฟังได้ว่านางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 ได้สมคบโดยให้คำแนะนำกับสามี-ภรรยาตระกูลกรีนในการเข้ามาร่วมจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในลักษณะของการฮั้วประมูลตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา

แต่ในส่วนของ น.ส.จิตติโสภา บุตรสาว จำเลยที่ 2 นั้นในการฟ้องของอัยการโจทก์ ไม่ได้ระบุและนำสืบชัดเจนในการที่จะร่วมสนับสนุนกระทำผิดต่อการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ปี 2550 และส่วนที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีในต่างประเทศ นั้นเป็นเงินที่ได้จากการเป็นที่ปรึกษาของนายเจอรัลด์ กรีน ช่วงปี 2545 นั้นฟังไม่ขึ้น เนื่องจากปรากฏว่าเป็นการโอนเงินหลังจากที่นายเจอรัลด์ได้ทำสัญญาการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแล้ว 2 สัปดาห์ และก็ไม่เคยปรากฏว่าเมื่อจำเลยจบการศึกษาปริญญาตรีจนกระทั่งมีการศึกษาต่อปริญญาโทนั้นจำเลยที่ 2 ได้ประกอบธุรกิจหรือมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าวมาก่อน จนจะได้รับค่าปรึกษาจากนายเจอรับด์กรีนคิดเป็นเงินไทยกว่า 60 ล้านบาทนั้น อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ดังนั้น ศาลอุทธรณ์ฯ จึงเห็นควรพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 10 กระทงจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 11 กระทงๆ ละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี

ส่วนนางจุฑามาศ อดีตผู้ว่าการ ททท. จำเลยที่ 1 คงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทงๆ ละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปีแต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้วให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิดซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ เพราะคดีนี้อัยการโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ริบของกลางหรือเงินใดๆ ไว้ท้ายฟ้อง และบทเฉพาะกาลตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 52 บัญญัติ ให้บรรดาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวใช้บังคับนั้น ให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ก่อน ดังนั้นคดีนี้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายคดีอาญาสามัญ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่นำมาตรการริบทรัพย์สินในคดีทุจริตไม่ว่าโจทก์จะมีคำขอหรือไม่ก็ตาม ตามมาตรา 31 (2) , มาตรา 32 (2) และมาตรา 33 วรรคหนึ่งนั้นมาใช้กับคดีนี้ เป็นการพิพากษาเกินคำขอท้ายฟ้องของโจทก์

ด้านนายสุชาติ ชมกุล ทนายความจำเลยกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจำเลยจะยื่นฎีกาหรือไม่ เนื่องจากเราต้องรอคัดคำพิพากษาฉบับเต็มและกลับไปปรึกษากับคณะทำงานทนายความคดีนี้ซึ่งมีหลายคน เพื่อช่วยกันตรวจดูคำพิพากษาอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่พนักงานอัยการซึ่งรับมอบหมายมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้ ก็กล่าวเพียงว่า คดีนี้ ยังสามารถที่จะใช้สิทธิ์ยื่นฎีกาได้แต่ทั้งนี้คงต้องไปศึกษา ข้อกฎหมายก่อนว่า หลักการฎีกาจะเป็นไปตามกฎหมายเก่าหรือกฎหมายใหม่ ซึ่งระบบจะแตกต่างกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสร็จสิ้นแล้วซึ่งยังคงลงโทษจำเลยทั้งสองให้จำคุกนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ได้ควบคุมตัวทั้งสองกลับไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งระหว่างที่ยืนฟังคำพิพากษาเป็นเวลากว่าชั่วโมงเศษนั้นจำเลยทั้งสอง ก็คงมีสีหน้าเรียบเฉย

ขณะที่คดีศาลได้แสวงหาข้อเท็จจริงไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยเสร็จเมื่อเดือน ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา รวมระยะเวลาพิจารณาคดีเสร็จสิ้นใน 1 ปี นับจากวันที่อัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อปี 2558 ซึ่งฝ่ายนางจุฑามาศ อดีตผู้ว่าการ ททท. และบุตรสาว นำพยานบุคคลเข้าไต่สวนต่อมาศาลกว่า 10 ปาก และตัวนางจุฑามาศและบุตรสาวก็เข้าไต่สวนฐานะจำเลยด้วย และยังมีชาวต่างชาติ 3 ราย ซึ่งเป็นทนายความสามีภรรยานักธุรกิจภาพยนตร์สัญชาติอเมริกันในชั้นศาลอุทธรณ์ในต่างประเทศ และผู้ร่วมงานกับสามีภรรยาชาวอเมริกันร่วมเป็นพยานไต่สวนด้วย


บทเรียนแม่ลูก “ศิริวรรณ” คนโกงสุดท้ายตายในคุก!

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

MGR Online - คดีทุจริตในแวดวงข้าราชการอันลือลั่น ชี้ชะตากรรมแม่ลูกตระกูล “ศิริวรรณ” อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เดินทางมาถึงฉากสุดท้าย แม้จะยังมีศาลฎีการออยู่ข้างหน้า แต่โอกาสค่อนข้างริบหรี่

ชะตากรรมของแม่ลูกตระกูล “ศิริวรรณ” กลายเป็นบทเรียนสำคัญของข้าราชการไทยที่ทุจริตประพฤติมิชอบอีกครั้งหนึ่ง โดยนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 72 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 45 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดถึง 11 กระทง ประกอบด้วย

เป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 11

และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทนสามีภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002-2007 (หรือปี พ.ศ. 2545-2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

แต่ด้วยพยานหลักฐานอันแน่นหนา นางจุฑามาศถูกศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นกระทงละ 6 ปี รวมจำคุก 66 ปี ส่วน น.ส.จิตติโสภา ลูกสาวในฐานะสมคบคิด ลดจากคำพิพากษาศาลชั้นต้นเหลือ 10 กระทงๆ ละ 4 ปี จำคุก 40 ปี

แน่นอนว่าตามรูปการณ์คดีที่มีอัตราโทษสูงอีกทั้งผ่านการพิพากษามาสองศาลแล้วกรมราชทัณฑ์จึงรับตัวไปคุมขังเนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี

เป็นอันว่าคดีทุจริตในแวดวงข้าราชการอันลือลั่นครั้งนี้อาจเดินทางมาถึงฉากสุดท้าย แม้จะยังมีศาลฎีกา รออยู่ข้างหน้า แต่โอกาสค่อนข้างริบหรี่...

คนหนึ่งอายุ 72 ปี ต้องรับโทษหนักเกินกว่าครึ่งทศวรรษ หากเป็นจริงเช่นนั้นคงไม่มีโอกาสกลับออกมาเห็นโลกภายนอกอีก เช่นเดียวกับลูกสาวแม้ขณะนี้อายุจะไม่มากนัก แต่อนาคตที่สดใสเป็นถึงลูกอดีตข้าราชการชั้นสูงคงดับสิ้นหมดไปกับชั่วอายุของเธอ

...ย้อนกลับไปยังโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ 2002-2007 อันเป็นช่วงการบริหารงานของรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนางจุฑามาศ ศิริวรรณ ในฐานะผู้ว่าการท่องเที่ยวฯได้มีแนวคิดจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เพื่อโปรโมตชื่อเสียงและการท่องเที่ยว ทุกอย่างผ่านไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ดำเนินการทั้งหมดมิใช่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่เป็นนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน สามีภรรยาตระกูลกรีน นักธุรกิจสร้างภาพยนตร์ซึ่งถือว่ามีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในสหรัฐอเมริกา หากยังนึกไม่ออกว่าตระกูลกรีน มีภาพยนตร์เรื่องอะไรที่ชาวโลกหรือคนไทยรู้จักกันบ้าง น่าจะเป็นเรื่อง “Rescue Dawn” หรือ “แหกนรกสมรภูมิโหด” นำแสดงโดยคริสเตียน เบล รับบทผู้หมวดเทอร์ เด็งเกอร์ นาวิกโยธินนักบินชาวสหรัฐฯ ได้รับมอบหมายภารกิจให้ขับไอพ่นไปทิ้งระเบิดใน สปป.ลาว แต่ถูกสอยตกและถูกจับเป็นเชลย

ความสนิทสนมระหว่างสามีภรรยาตระกูลกรีน กับนางศิริวรรณ เกิดขึ้นในช่วงนี้เพราะรัฐบาลไทยต้องให้การสนับสนุนกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศอยู่แล้วจึงไม่เป็นการยากที่จะเสนอตัว และมอบเงินจำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 57.38 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาจะได้ลิขสิทธิ์จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ 2002-2007 และรวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทย

มีการประเมินรายได้ที่นายเจรัลด์ กรีน ได้รับจากงานนี้มากถึง 13 ล้านดอลลาร์ หรือ 414 ล้านบาท และประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพได้ถูกเผยแพร่สร้างชื่อเสียงให้โลกได้รู้จัก แต่กระนั้นวิธีการเข้าสู่การจัดการเพื่อได้ลิขสิทธิ์กลายเป็นขัดข้อกฎหมายหลายอย่าง

กระทั่งเอฟบีไอได้กลิ่นและเข้าสอบสวนหาพยานหลักฐานและส่งมอบให้กับทางการไทยเพื่อดำเนินคดีต่อนางศิริวรรณ และผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่นายเจรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน ถูกศาลนครลอสแองเจลิสสั่งปรับ 250,000 ดอลลาร์ หรือ 8 ล้านบาท จำคุก 6 เดือน และกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้านพักอีก 6 เดือน ในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำทุจริตในต่างประเทศของพลเมืองอเมริกัน

ขณะที่นางศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กับลูกสาวเจอข้อหา 11 กระทง ต้องโทษ 66 ปี และ 44 ปีตามลำดับ หนักหนาแสนสาหัส ... ตอกย้ำให้คนทุจริตดูไว้เป็นตัวอย่าง


#สำนักงานบัญชี,#สำนักงานสอบบัญชี,#ทำบัญชี,#สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : จำคุก 50 ปี จุฑามาศ อดีตผู้ว่าฯ ททท.รับสินบน นักธุรกิจสหรัฐฯ  จัดงาน บางกอกฟิล์ม

view

*

view