http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

จับตาม้ามืดมาแรง แซงเศรษฐกิจญี่ปุ่น

จาก โพสต์ทูเดย์

เมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นรู้ตัวว่าจะต้องสูญเสียตำแหน่งมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นรู้ตัวว่าจะต้องสูญเสียตำแหน่งมหาอำนาจเศรษฐกิจ อันดับ 2 ของโลกให้กับจีนเมื่อปี 2553 ปฏิกิริยาของญี่ปุ่นยังไม่รุนแรงและสิ้นหวังเท่ากับคราที่ภัยพิบัติทาง ธรรมชาติบวกกับวิกฤตนิวเคลียร์

มูลค่าความเสียหายสูงถึง 2.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากการประเมินโดยธนาคารโลก (World Bank) และอาจสูงกว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากการประเมินโดยบริษัท Risk Management Solutions ซึ่งใกล้เคียงกับการประเมินโดยรัฐบาลญี่ปุ่น นับเป็นมหันตภัยทางธรรมชาติที่ล้างผลาญเศรษฐกิจรุนแรงที่สุดในโลก

ตัวเลขนี้เกือบเท่ากับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ของไทยทั้งประเทศ!

หมายความว่ารัฐบาลจะต้องทุ่มงบ ประมาณเพื่อการฟื้นฟูในระดับไม่น้อยไปกว่ากัน จนก่อหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว จากที่ขณะนี้ระดับหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงถึง 225.80% ของ GDP และอยู่ในระดับสูงที่สุดในโลก

ขณะที่ภาคธุรกิจต้องฟื้นฟูต้นทุนการผลิตที่เสียหาย (โรงงานและการขนส่งวัตถุดิบ) อีกทั้งหลายแห่งยังตอกย้ำความบอบช้ำให้บังเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศยิ่ง ขึ้น ด้วยการยกโขยงย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศเพื่อลดต้นทุนความเสี่ยงด้านหาย นภัย ซึ่งการกระทำเช่นนี้เท่ากับบั่นทอนพลวัตของญี่ปุ่นโดยตรง

โอกาสที่ญี่ปุ่นจะกลับมาแข็งแกร่งดังเดิมจึงยิ่งยากเย็นหลายเท่านัก อย่าว่าแต่ชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลข 2 คืนจากจีน แม้แต่การฟื้นตัวให้อยู่ในสภาพปกติยังเป็นงานหินที่อาจต้องสังเวยรัฐบาลหลาย ชุด กว่าที่ญี่ปุ่นจะมีเสถียรภาพอีกครั้ง

ในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังเยียวยาความบอบช้ำทางเศรษฐกิจ มีหลายประเทศที่สบโอกาสก้าวขึ้นมาเบียดญี่ปุ่น แย่งชิงอันดับโลกที่สูงขึ้น หรือแม้กระทั่งฉวยโอกาสแย่งชิงส่วนแบ่งทางการค้าและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ

เมื่อพิจารณาจากอันดับเศรษฐกิจโลกเมื่อวัดจาก GDP จากการสำรวจโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะพบว่า ประเทศที่เป็นรองญี่ปุ่นในขณะนี้ คือ เยอรมนี ในอันดับที่ 4 และฝรั่งเศส ในอันดับที่ 5

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนี มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 ของยุโรป ไม่เพียงหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยประเทศแรกๆ ของยุโรป แต่ยังขยายตัวได้แรงถึง 3.6% เมื่อปีที่แล้ว ส่วนในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.3% ซึ่งแม้จะชะลอลงจากปีที่แล้ว แต่ยังสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 1.8%

เคล็ดลับความสำเร็จของเยอรมนีอยู่ที่ภาคส่งออกที่ยังแข็งแกร่งไม่ยิ่ง หย่อนไปกว่าจีน ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่เบนเข็มจากภาคส่งออกมาเน้นที่ภาคบริการและการ เงิน ทว่า ภาคการเงินยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หลังจากย่อยยับอย่างสิ้นเชิงจากวิกฤตการเงินปี 2551

อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงของเยอรมนีจะจำกัดวงเฉพาะสหภาพยุโรป (EU) เท่านั้น เนื่องจากทั้งภูมิภาคยังต้องการแรงหนุนให้พ้นจากการฟื้นตัว และสลัดหนีวิกฤตหนี้สาธารณะ เยอรมนีจึงต้องคอยประคับประคองเพื่อนร่วมกลุ่ม แม้จะพยายามเป็นเอกเทศทางเศรษฐกิจมากเพียงใดก็ตาม (ดังจะเห็นได้จากท่าทีของเยอรมนีที่ต้องการปล่อยให้ประเทศหนี้สินล้นพ้นตัว แก้ปัญหากันเอง มิใช่คอยรับความช่วยเหลือจนเป็นภาระต่อ EU)

ต่อภาคส่งออกของเยอรมนีแข็งแกร่งเพียงใด หากยังต้องทุลักทุเล คอยอุ้มเพื่อนร่วมกลุ่ม EU เยอรมนีจะไม่มีวันฉายแสงได้อย่างเจิดจ้า หรือกระทั่งคิดก้าวขึ้นแซงหน้าญี่ปุ่น

สถานการณ์เดียวกันนี้ สามารถใช้อธิบายอุปสรรคของฝรั่งเศส ในการก้าวขึ้นสู่อันดับทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นได้เช่นกัน

ประเทศพัฒนาแล้วในอันดับ 4 และ 5 ของลำดับมหาอำนาจโลก จึงมีโอกาสน้อยกว่าและข้อจำกัดมากกว่า หากเทียบกับกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจที่คึกคักและพร้อมสรรพไป ด้วยวัตถุดิบการผลิต พลังงาน ตลาดรองรับการส่งออกทั่วโลก และอนาคตที่สดใส

ตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกมีแกนกลางอยู่ที่กลุ่มประเทศ BRICs อันประกอบไปด้วย บราซิล (B) รัสเซีย (R) อินเดีย (I) และจีน (C)

ขณะนี้จีนสามารถก้าวขึ้นมาแซงหน้าญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ประเทศอื่นๆ ยังรั้งอยู่ในท้ายตาราง ไม่ว่าจะเป็นรัสเซียในอันดับที่ 10 และอินเดียในอันดับที่ 11

รัสเซียมีข้อได้เปรียบเรื่องพลังงาน ในฐานะที่ส่งออกน้ำมันมากที่สุดในโลก แต่ภาคส่งออกยังอ่อนแอ เพราะพึ่งพาการส่งออกพลังงานเป็นหลัก ยังขาดการกระจายความหลากหลายด้านการค้าการลงทุน ส่วนอินเดียมีข้อได้เปรียบเรื่องทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะสูง แต่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานยังต้องพลิกฟื้นกันแบบถอนรากถอนโคน

กระนั้นก็ตามยังมีบางประเทศที่มี ความพร้อมในทุกด้าน และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คล้ายคลึงกับการก้าวกระโดดของจีนในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000

ประเทศที่น่าจับตาที่สุด เห็นจะเป็นบราซิล ในอันดับที่ 8 ของโลก

บราซิลสามารถเป็นได้ทั้งมหาอำนาจด้าน พลังงาน ด้วยปริมาณน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับที่ 17 ของโลกที่ 1.32 หมื่นล้านบาร์เรล ปริมาณก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับที่ 35 ที่ 3.64 แสนล้านลูกบาศก์เมตร

บราซิลยังเป็นมหาอำนาจในภาคเกษตร มีอัตราการขยายตัวในภาคนี้สูงถึง 9.2% (ตัวเลขปี 2551) มีอัตราส่วน 6.1% ของ GDP (เทียบกับอินเดียในอันดับที่ 1 ของกลุ่ม BRICs ที่ 16.1%) นอกจากนี้ อนาคตภาคเกษตรของบราซิลยังสดใส จากแนวโน้มความต้องการอ้อยผลิตพลังงานทดแทนอย่างเอทานอล

และบราซิลยังก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจด้านการส่งออก ขณะนี้อยู่ในอันดับที่ 21 ของโลก มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.99 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับจีนในอันดับที่ 1 ที่ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากการประเมินเมื่อปี 2553 ส่วนอัตราการขยายตัวในภาคนี้คาดว่าจะสูงถึง 12% ในปีนี้ ด้วยมูลค่ารวม 2.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

จึงไม่น่าประหลาดใจที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐจะลงทุนดั้นด้นไปถึงบราซิลเพื่อหยอดยาหอม โดยหวังเกาะกระแสความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และจีบบราซิลเพื่อหวังความได้เปรียบด้านพลังงาน

แม้ว่าบราซิลจะมิใช่อันดับ 1 ในกลุ่ม BRICs และมิใช่อันดับ 1 ในเศรษฐกิจภาคต่างๆ แต่บราซิลมีส่วนที่ประเทศอื่นๆ ขาดแคลนอยู่อย่างครบถ้วน และมากพอสมควร

ส่วนที่บราซิลได้เปรียบญี่ปุ่นที่สุด คือ มีแหล่งพลังงานเป็นของตนเอง มีภาคส่งออกที่แข็งแกร่งไม่แพ้จีน

ส่วนที่บราซิลยังด้อยกว่า คือ ภาคบริการทางการเงิน และธุรกิจด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี บราซิลยังห่างชั้นจากจีนด้วยซ้ำ และนับวันการวิจัยและพัฒนา (R&D)ยิ่งกลายเป็นธงนำในการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจโลก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่รัฐบาลสหรัฐเพิ่มงบประมาณด้าน R&D อย่างมหาศาล เพื่อหวังใช้การลงทุนส่วนนี้กระตุ้นศักยภาพที่เริ่มถดถอย

สำหรับบราซิลและตลาดเกิดใหม่ในกลุ่ม BRICs การก้าวขึ้นสู่อันดับที่สูงขึ้นจึงยังต้องใช้เวลา และคาดว่าญี่ปุ่นจะสามารถเกาะอันดับที่ 3 ต่อไปในระยะเวลาหนึ่ง

แต่ไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่นจะไม่สูญเสียความได้เปรียบให้กับตลาดเกิดใหม่

ญี่ปุ่นกำลังช่วงชิงทุกโอกาสที่เคยมีอยู่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของตน ไม่ว่าจะเป็นภาคส่งออก หรือศูนย์กลางทางการเงินโลก ที่ขณะนี้ถูกแย่งส่วนแบ่งจากนานาประเทศตลาดเกิดใหม่

ความพยายามของญี่ปุ่นเกือบใกล้ความสำเร็จ หากไม่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติและวิกฤตนิวเคลียร์เสียก่อน โดยเฉพาะความพยายามที่จะฟื้นภาคส่งออก ที่ซบเซาลงเพราะค่าเงินเยนแข็งขึ้นต่อเนื่อง จนรัฐบาลญี่ปุ่นไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ใช้มาตรการแทรกแซงค่าเงินเพื่อพยุงหัวใจของเศรษฐกิจเอาไว้ แม้การแทรกแซงค่าเงินจะผิดกติกามารยาททางการค้าระหว่างประเทศก็ตาม

หลังจากเกิดภัยพิบัติ G7 ยังไฟเขียวให้ญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินได้ เพื่อแสดงน้ำใจไมตรีในยามที่ตกทุกข์ได้ยาก ยังผลให้ญี่ปุ่นมีแรงที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของตน

แต่ความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นกลับยิ่งเสื่อมถอยลง จากวิกฤตนิวเคลียร์ที่ลุกลามมาถึงกรุงโตเกียว ศูนย์กลางธุรกิจการเงินชั้นนำของโลก เปิดโอกาสให้สิงคโปร์และฮ่องกงได้แย่งชิงส่วนแบ่งของการเป็นศูนย์กลางการ เงินโลกจากโตเกียว

ญี่ปุ่นจึงเหมือนหนีเสือปะจระเข้

จะชิงอันดับ 2 จากจีนก็สิ้นหวัง เพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว จะผลักดันตัวเองก็ไม่มีแรงพอสู้น้องใหม่บราซิล หรือฮ่องกง หรือสิงคโปร์

ผู้ที่จะเข้ามาแทนที่ญี่ปุ่น ไม่ใช่ประเทศเดียว

แต่เป็นตลาดเกิดใหม่ทั้งกลุ่ม

Tags : จับตาม้ามืด มาแรง แซงเศรษฐกิจญี่ปุ่น

view

*

view