http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

วิบากกรรม ข้าวไทย

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ณัฐพล หวังทรัพย์



แม้ราคาส่งออกข้าวไทยในตลาดโลกจะแพงกว่าเวียดนาม 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันหรือประมาณ 3,600 บาท
แต่ชาวนาไทยกลับต้องทำงานหนักกว่าชาวนาเวียดนามถึง 2 เท่าถึงจะมีรายได้เท่ากับชาวนาเวียดนาม

กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ประเมินว่า ต้นทุนผลิตข้าวต่อไร่ของชานาไทยจะอยู่ที่ 7,309 ต่อตัน ส่วนราคาขายข้าวที่ชาวนาได้รับแม้รัฐบาลจะประกาศรับจำนำข้าวทุกเมล็ดตันละ 15,000 บาท แต่เงินที่ชาวนาได้รับจริงหลังหักความชื้น จะใกล้เคียงกับราคารับซื้อข้าวของสมาคมโรงสีข้าวไทย ที่ 10,000-10,500 บาทต่อตัน

เมื่อนำต้นทุนการผลิตมาหักออกจากราคาขายข้าว ชาวนาไทยจะได้กำไรประมาณ 3,200-3,600บาท ต่อตัน

ส่วนชาวนาเวียดนามมีต้นทุนการผลิต 3,400 ด่งต่อกิโลกรัม หรือ 16 เซ็น คิดเป็นเงินบาทจะอยู่ที่ 4,960 บาทต่อตัน ต่ำกว่าไทย 2,349 บาทต่อตัน ขณะที่ราคาขายข้าว กระทรวงการคลังเวียดนามประกาศให้ราคาข้าวขั้นต่ำในการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรอยู่ที่ 5,000 ด่ง ต่อกิโลกรัม คิดเป็นเงินดอลลาร์ประมาณ 24 เซ็น หรือตันละ 7,440 บาท

เมื่อนำต้นทุนการผลิตมากหักออกจากราคาขายข้าวแล้ว ชาวนาเวียดนามจะได้ผลตอบแทนจากการขายข้าว 2,480 บาทต่อตัน
ดูเหมือนชาวนาไทยจะได้รับผลตอบแทนจากการปลูกข้าวสูงกว่าเวียดนาม 720-1,120 บาทต่อตัน

แต่ถ้านำผลผลิตต่อไร่ระหว่าง2ชาติมาเปรียบเทียบ กลับพบว่าในอัตราผลตอบแทนที่เท่ากันชาวนาไทยจะต้องทำงานหนักกว่าชาวนาเวียดนามถึง 2 เท่า
กระทรวงเกษตร สหรัฐ ประเมินว่าในฤดูกาลผลิต 2554/2555 ผลผลิตข้าวเปลือกเฉลี่ยต่อไร่ ของไทยอยู่ที่ 451 กิโลกรัม ขณะที่เวียดนาม อยู่ที่ 896 กิโลกรัม นั่นหมายความว่าถ้าชาวนาไทยผลิตข้าว 1 ตัน จะใช้พื้นที่เพาะปลูก 2.2 ไร่ ขณะที่ชาวนาเวียดนามใช้พื้นที่ปลูกเพียง 1.1 ไร่

ชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว บอกว่าปัญหา ผลผลิตต่อไร่ที่ต่ำของไทย เพราะพื้นที่ปลูกข้าวของไทยประมาณ 37 ล้านไร่ หรือกว่าครึ่งของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด 60 ล้านไร่อยู่ในภาคอีสาน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านชลประทานและมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ รวมทั้งยังมีปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่ชาวนาเก็บไว้นานหลายปี

ขณะที่พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 หรือข้าวหอมมะลิ และ พันธุ์ข้าว กข. 6 กข.15 ที่นิยมปลูก ได้รับการปรับปรุงพันธุ์มาจากพันธุ์พื้นเมือง ผลผลิตต่อไร่ จึงมีข้อจำกัดในตัวมันเอง
นอกจากผลผลิตข้าวไทยจะเสียเปรียบเวียดนามแล้ว ปัญหาใหญ่ที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือ หลังจากรัฐบาลมีโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดตันละ 15,000 บาท ชาวนาไทยจำนวนมากหันไปปลูกข้าวโตไว ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพต่ำ เพื่อให้มีข้าวเข้าร่วมโครงการจำนำมากที่สุด

ประเด็นนี้ อธิบดีกรมการข้าวยอมว่าเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไปจะทำให้การปลูกข้าวในประเทศไทยเสื่อมถอยลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลผลิตหรือคุณภาพ ซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าหลังจากชาวนาเอาข้าวไปเข้าโครงการรับจำนำแล้ว ก็ยังกลับปลูกเพื่อให้ขายได้มากที่สุดอีก แต่ชาวนาไม่เคยเก็บตัวเลขเรื่องต้นทุนการผลิต เพราะถ้าเก็บจะรู้ว่าปลูกข้าว 2 ครั้งได้ผลตอบแทนสุทธิสูงกว่าปลูกข้าว 3 ครั้ง เพราะการปลูกข้าว 3 ครั้งใช้ข้าวคุณภาพต่ำก็ขายได้ในราคาต่ำ มีผลกระทบอีกมากมาย

ขณะที่ชาวนาไทยกำลังเพลิดเพลินกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ชาวนาเวียดนามกลับมุ่งเน้นการพัฒนาผลผลิตและยกระดับคุณภาพข้าว ด้วยการใช้นโยบาย 3 เพิ่ม 3 ลด คือเพิ่มคุณภาพข้าว เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และเพิ่มกำไร ควบคู่กับลดปริมาณเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้ในการปลูก ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และลดการใช้ย่าฆ่าแมลง ปราบศัตรูพืช

อนาคตข้าวไทยจะเป็นอย่างไรอีกไม่นานคงเห็นกัน


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : วิบากกรรม ข้าวไทย

view

*

view