http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

นักวิชาการ ระดมสมอง พลิกวิกฤตประเทศด้วยทุนมนุษย์

จากประชาชาติธุรกิจ



ก่อนที่ การประชุมนานาชาติ International Conference on Mega-Trend in Human Capital and Labour Productivity toward Global Integration จะมีขึ้นใน วันที่ 15-16 กรกฎาคม ณ องค์การสหประชาชาติ

ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน, สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดงานเสวนาทางวิชาการเพื่อปูทางไปสู่งานสัมมนาใหญ่

ในหัว ข้อที่ชื่อ "พลิกวิกฤตประเทศระยะยาวด้วยทุนมนุษย์" ที่ไม่เพียงจะมี นคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, ดร.ชุมพล พรประภา กรรมการบริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด

"สมพงษ์ นครศรี" รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ "ดร.พานิช เหล่าศิริรัตน์" ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลบนเวที หากยังมี "ปราโมทย์ วานิชานนท์" กรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มาเป็นผู้ดำเนินการเสวนาด้วย

ซึ่งเบื้องต้น "ปราโมทย์" ได้ฉายภาพของประเทศไทยในเรื่องของศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจบนเวทีโลก โดยบอกว่า ตั้งแต่ปี 2538 เมื่อมองจากมุมการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของสถาบันนานาชาติเพื่อ การจัดการ (IMD) สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาของไทยยังคงอยู่ในเส้นทางของการขาดเสถียรภาพ

"ขณะที่ภายใต้ สถานการณ์ดังกล่าว ศักยภาพทางการแข่งขันของไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับที่ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับประเทศที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และสภาพการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ได้รับการยืนยันจากที่ประชุมเศรษฐกิจโลก (WEF) ด้วย"



"ดัง นั้นเมื่อพิจารณาในองค์ประกอบที่เกื้อหนุนต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของ ไทย พบว่าผลิตภาพโดยรวมโดยเฉพาะผลิตภาพแรงงานเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและมีความ อ่อนแอค่อนข้างมาก ส่งผลกระทบต่อศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต่างประเทศมองภาพรวมศักยภาพการแข่งขันของไทยยัง อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ผลิตภาพแรงงานของไทยส่วนใหญ่นับตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา อยู่ในระดับน่าเป็นห่วง"

ผลเช่นนี้เอง "นคร" จึงมองเสริมว่า ขีดความสามารถทางด้านทุนมนุษย์ของประเทศไทยจึงจำเป็นต้องพัฒนาตนเอง และจะต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่สำคัญเราจะต้องทำแบบบูรณาการ

"และ จะต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพราะส่วนนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องการพัฒนาสังคม (social development) ด้วย ที่สำคัญอีกอย่าง ผมมองว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือหน่วยภาครัฐ จะต้องเร่งสร้าง human resource development เพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต"

ถึงตรงนี้ "ดร.ชุมพล" จึงมองเสริมว่า เรื่องของ productivity เป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งยังเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ของสินค้าที่จะต้องทำอย่างไรให้มีรายได้สูงที่สุด แต่คนใช้น้อยที่สุด

"ขณะที่ภาคการเกษตรก็มีส่วนสำคัญ เพราะประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม จะทำอย่างไรถึงจะให้สินค้าเกษตรของเราราคาไม่ตกต่ำอย่างที่เป็นอยู่ และอีกเรื่องที่ผมมองและเชื่อว่าเรามีความเป็นนักบริการอยู่ในตัว คือ industry service ทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรืออุตสาหกรรมการให้บริการทางการแพทย์"

"ผมมองว่าหน่วยงานภาครัฐถึง เวลาที่จะเข้ามาช่วยเหลือพลเมืองของประเทศบ้าง เพราะการแข่งขันขณะนี้เป็นการแข่งขันระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องการศึกษามีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยผลักดัน เพราะปัจจุบันการศึกษาของไทยค่อนข้างจะ ฟันหลอ คือเด็กนักเรียนพอเรียนไป ระดับหนึ่งจะหายไปจากระบบการศึกษา คือไปทำไร่ ไถนา หรือทำสวน"

"โดยภาครัฐไม่เคยเก็บข้อมูลเด็กเหล่านี้เลย ผมจึงมองว่าการศึกษาน่าจะเป็นตัวเพิ่มผลผลิตให้คนเหล่านี้เข้ามาสู่ตลาดแรง งาน รวมถึงนิสิต-นักศึกษาในระดับปริญญาตรีด้วย ก็จะต้องช่วยให้เขาเหล่านั้นไม่ว่างงานและเข้าสู่ตลาดงานมากขึ้น"

ขณะ ที่มุมมองของ "ดร.บุญมาก" มองเสริมว่า เราจำเป็นต้องคิดแตกต่าง เพราะปัญหาในระบบและนอกระบบเกิดขึ้นทั่วโลก อย่างที่ประเทศอินเดียที่ประสบปัญหาการจ้างงาน เนื่องมาจากเรื่องการศึกษาเป็นหลัก

"หรืออย่างเรื่องขีดความสามารถใน การแข่งขัน ตอนนี้สิงคโปร์มาเป็นอันดับ 1 ฮ่องกงเป็นอันดับ 2 และสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ 3 ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับ 26 ซึ่งถือว่าตกต่ำมาก"

"ขณะที่ขีดความสามารถทางด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประเทศไทย ก็อยู่ในอันดับ 49 จากทั้งหมด 58 ประเทศ ผมถึงมองว่าถ้า AEC (ASEAN Economic Community) ที่มีเป้าหมาย ในการรวมตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน ทั้งในเรื่องการค้า การบริการ การลงทุน และรวมไปถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรีเราจะเสียเปรียบ"

"ถ้า เรายังอยู่กับที่ ยังไม่รีบเร่งในการเพิ่ม productivity ของตัวเอง ขณะที่เรื่องของภาษาอังกฤษก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะภาษาจะเป็นสื่อกลางที่จะทำให้ทุนมนุษย์ของไทยมีโอกาสทำงานในประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน เทคโนโลยีด้วย เพราะส่วนนี้จะเข้ามาช่วยในเรื่องกระบวนการเรียนรู้"

สำหรับมุมมอง ของ "สมพงษ์" มองเรื่องแรงงานในระบบเป็นสำคัญ คือจะทำอย่างไรถึงจะเพิ่มแรงงานในระบบให้มีความรู้ความสามารถกว่าที่เป็น อยู่ในขณะนี้

"ทั้งในเรื่องของการฝึกอบรม พัฒนาทักษะวิชาชีพ เพราะเท่าที่เห็นส่วนใหญ่เมื่อแรงงานเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้วก็จะทำไปอย่างไม่ มีการฝึกอบรมเพิ่มเติมเลย ดังนั้นถ้าจะแก้ต้องมาแก้ที่ตัวนายจ้างให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่"

"ขณะ ที่ญี่ปุ่น เขาจะมีคอร์สในการ ฝึกอบรม พัฒนาทักษะค่อนข้างมาก ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่คนของประเทศเขาจึงมี productivity ค่อนข้างสูง ผมจึงมองว่าเราต้องแก้ตั้งแต่วันนี้ และพัฒนาให้มีคุณวุฒิทางวิชาชีพด้วย ถึงจะทำให้แรงงานเราสู้ตลาดอาเซียนได้"

ขณะที่มุมมองของ "ดร.พานิช" มองว่า ถ้าอาเซียนเปิดในปี 2015 อาชีพหมอ พยาบาล หรือวิศวะ จะหลั่งไหลไปที่สิงคโปร์ค่อนข้างมาก ฉะนั้นถ้าเราไม่ทำอะไร ก็เชื่อได้ว่าภายใน 5-10 ปี เราอาจต้องกลายสภาพเป็นลูกจ้าง เพราะซีอีโอจะเป็นสิงคโปร์เกือบทั้งนั้น

"เพราะคนของเขาศักยภาพค่อน ข้างสูง ทั้งในเรื่องการศึกษา การพัฒนาทักษะ การฝึกอบรม รวมถึงภาษาและเทคโนโลยี เขามีความพร้อมมากกว่าเรา ดังนั้นเราจึงต้องเร่งสร้าง productivity โดยด่วน ถ้าเราอยากเห็นประเทศของเราเจริญเติบโตในวันข้างหน้า"

ซึ่งเป็นการ ทิ้งคำพูดเชิงคำถามอย่าง น่าคิด เพราะอย่างที่ทราบ "ทุนมนุษย์" เป็นเรื่องสำคัญ เพียงแต่จะหาเครื่องมือหรือกระบวนการในการจัดการอย่างไรถึงจะทำให้ "ทุนมนุษย์" ของเรากลายเป็น "ทุนมนุษย์" ที่หลาย ๆ ประเทศในอาเซียนมีความต้องการ

เหมือนอย่างประเทศสิงคโปร์ หรือมาเลเซีย

ซึ่งเป็นเรื่องน่าคิดทั้งสิ้น ?

Tags : นักวิชาการ ระดมสมอง พลิกวิกฤตประเทศ ทุนมนุษย์

view

*

view