สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

8ปีเทมาเส็กถือหุ้นชินฯฟันกำไรปันผล7.2หมื่นล.

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

โบรกฯชี้ 8 ปีที่ผ่านมาหลัง "เทมาเส็ก"ถือหุ้นชินคอร์ปฯเมื่อปี 2548-2555 ฟันกำไรเงินปันผลกว่า 7.2 หมื่นล้านบาท

"กรุงเทพธุรกิจทีวี"เกาะติดกรณีซีดาร์ โฮลดิ้งฯ ขายหุ้น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (INTUCH) กว่า 30 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 10% จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับราคาหุ้น INTUCH หรือไม่...เรามีคำตอบจาก มุมมอง นางสาวมินทรา รัตยาภาส รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคิน แบคำต่อคำ...

ถาม: การขายหุ้นของอินทัชของบริษัทซีดาร์ครั้งนี้คุณมินทรา มองว่ามีนัยสำคัญอย่างไรครับ

ตอบ: คือจริง เรื่องการลดสัดส่วนของกลุ้มเทมาเส็กเป็นนโยบายการลงทุนของทางกลุ่มของเขาอยู่แล้วที่ทยอยลดสัดส่วนลงมาจะเห็นการทยอยลดสัดส่วนตั้งแต่ช่วงประมาณกลางปี 2554 เป็นต้นมา จากที่ถือเริ่มต้นตอนที่มีการขายหุ้นตอนนั้นปี 2009 ก็จะมีการทยอยลดสัดส่วนลงมา ณ ปัจจุบันนี้ก็คือถือโดยรวมๆ ของเทมาเส็กถืออยู่ระดับ 70% จากที่ก่อนหน้าเริ่มต้นถือประมาณ 96%

ถาม:อยากให้คุณมินทราช่วยประเมินว่าหลังจากที่ขายหุ้นรอบนี้แล้วผลประกอบการของบริษัทอินทัชจะเป็นไปในทิศทางไหน

ตอบ:คือจริงๆ แล้วการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือทยอยขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ในลักษณะของบิ๊กลอตจะเห็นค่อนข้างเยอะในหลายๆ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมาหรือปีที่ผ่านมาจะมีหลายบริษัทที่มีการขายบิ๊กลอตแบบนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วในเชิงของพื้นฐานการเปลี่ยนโครงสร้างตรงนี้เรายังมองในเชิงที่มีผลกระทบกับปัจจัยพื้นฐานของทางบริษัทเพียงแต่ว่าการขายออกมาที่มีราคาที่ดิสเคาน์กว่าราคากระดาน ณ ปิดอย่างล้าสุด มันจะมีส่วนลดจากราคากระดาน ปิดเมื่อวานนี้ประมาณใกล้ 6% เพราะฉะนั้นมันจะมีผลในเชิงเซนติเมนท์ในเชิงราคามากกว่า แต่ในปัจจัยพื้นฐานมันไม่ได้เปลี่ยน การดำเนินงานของตัวอินทัชเอง ก็ยังรับรู้จากส่วนแบ่งกำไรมาจากแอควานซ์ตามสัดส่วนที่ถืออยู่ก็คือประมาณ 40% แล้วก็ไทยคม 41% บวกกับในอนาคต

ถ้าสมมุติว่าทางอินทัชมีการลงทุน ขยายการลงทุนเพิ่มจากธุรกิจใหม่ เห็นจะมีการยื่นบิลตัวดิจิตอลทีวีตรง จะมีโอเปอเรตเนี่ยเห็นในช่วงประมาณครึ่งปีหลัง อันนี้มันก็จะเป็นคอนพรีเมนท์ในอนาคตมากกว่า เพราะฉะนั้นในเชิงของตัวพื้นฐานจะไม่เปลี่ยน เพียงแต่ว่าช็อตเทอมเองในตัวของเชิงดิวีเดนที่อาจจะมีการจ่ายออกมาในครึ่งหลังของปี 2555 มันจะเอฟเฟกท์จากตัวของแอควานซ์ ที่มีจากในเรื่องของการตั้งผลของทางบัญชี ซึ่งก็จะไปกระทบในส่วนของกำไรสะสมของแอควานซ์ให้จ่ายเงินปันผลลดลง เพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็จะมีผลต่อเนื่องถึงอินทัชด้วย ในเชิงความสามารถของการจ่ายเงินปันผลได้รับมาจากแอควานซ์อีกทีหนึ่ง ตรงนี้ที่เรามองว่าจะเป็นปัจจัยที่ไม่เชิงหนุนกับระดับราคาหุ้นในระยะสั้นมากกว่าค่ะ

ถาม:อยากให้สรุปว่าผลประโยชน์ของกลุ่มเทมาเส็กนับตั้งแต่เข้ามาลงทุนในกลุ่มชินคอร์ป ตั้งแต่ช่วงปี 2549 ทั้งในแง่จากกำไรและปันผลจากการขายหุ้นด้วยต่างๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ

ตอบ: ถ้าดูในเชิงของตัวปันผลก่อน ถ้าดูในเชิงของปันผลทางกลุ่มเทมาเส็กเขาจะได้รับมาตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2548 เขามาถือในช่วงต้นปี เพราะฉะนั้นก็มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลช่วงครึ่งหลังของปี 2548 อยู่จำนวนหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าคิด ณ ตอนนั้นถึงครึ่งปีแรกของปี 55 จะได้เงินปันผลโดยรวมทั้งหมดไปแล้วประมาณ 25 สตางค์ 25 เศษๆ 25.25 สตางค์ต่อหุ้น เพราะฉะนั้นคิดเป็นมูลค่าเฉพาะเงินปันผลมันจะตกประมาณ 72,000 ล้าน เฉพาะตัวเงินปันผล ถ้าดูในเชิงตัวของมาร์เก็ตแคป หมายถึงจำนวนหุ้นที่ล่าสุดที่เขาถืออยู่รวมกับระดับราคาหุ้น ตอนนี้แวลูในตัวของเชิงมูลค่าหุ้นที่เขาได้ไปจะอยู่ที่ประมาณ 153,000 ล้าน เอากลมๆ นะคะ รวมสุทธิแล้วเนี่ย ทางกลุ่มนี้จะได้เม็ดเงินไปประมาณ 225,000 ล้านบาท

ถาม: 225,000 ล้านบาท

ตอบ:ใช่ ในขณะที่ต้นทุนในการซื้อตอนนั้นประมาณ 79,000 เพราะฉะนั้นส่วนต่างมันก็คือจะเป็นกำไรที่เกิดขึ้นจากการลงทุนครั้งนี้


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : 8ปี เทมาเส็ก หุ้นชินฯ กำไรปันผล

view