http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

ซักเคอร์เบิร์ก” สูญเงิน $7 พันล้าน หลังบริษัทชื่อดังนับร้อยมี “ยูนิลีเวอร์-โค้ก-ฮอนด้า- นอร์ทเฟซ-ไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส” แห่ถอนโฆษณา

ซักเคอร์เบิร์ก” สูญเงิน $7 พันล้าน หลังบริษัทชื่อดังนับร้อยมี “ยูนิลีเวอร์-โค้ก-ฮอนด้า- นอร์ทเฟซ-ไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส” แห่ถอนโฆษณา

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

เอเจนซีส์ - มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเฟซบุ๊ก ล่าสุดสูญเงินไปแล้วไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ เกิดขึ้นหลังบริษัทชื่อดังไม่ต่ำกว่า 100 แห่งรวม ยูนิลิเวอร์ โค้ก ฮอนด้า บริษัทให้บริการมือถือวาไรซัน (Variason) นอร์ทเฟซ และไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส รวมตัวจับมือถอนโฆษณาออกจากเฟซบุ๊ก บอยคอตเฟซบุ๊กที่อนุญาตให้เนื้อหารุนแรงแสดงถึงความคิดแนวเกลียดชัง

ฟ็อกซ์นิวส์ สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อวานนี้ (27 มิ.ย.) ว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งในเวลานี้มีความร่ำรวยอยู่เป็นอันดับ 4 ตามดัชนีวัดความมั่งคั่งที่มียอดความมั่งคั่งสุทธิที่ 82.3 พันล้าน ตามหลัง เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของและผู้ก่อตั้งร้านออนไลน์แอมะซอน พบว่าเขาได้สูญเสียเงินไปไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในชั่วพริบตา จากการที่ธุรกิจกว่า 100 บริษัทที่มีธุรกิจชื่อดังเป็นที่รู้จักเป็นต้นว่า ยูนิลีเวอร์ โค้ก ฮอนด้า บริษัทให้บริการมือถือวาไรซัน (Variason) นอร์ทเฟซ และไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส ต่างพร้อมใจแห่ถอนโฆษณาออกจากเฟซบุ๊ก ประท้วงที่เฟซบุ๊กมีเนื้อหาความรุนแรงและการแสดงความเกลียดชัง

โดยบริษัทชื่อดังเหล่านี้สนับสนุนแคมเปญ #StopHate4Profit หรือ “#หยุดความเกลี่ยดชังเพื่อผลกำไร” ที่มีกลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนที่มีองค์กร ลีกต่อต้านการใส่ร้าย(Anti-Defamation League) และ NAACP เป็นผู้ออกมารณรงค์

ทั้งนี้มีหลายบริษัทได้ถอนโฆษณาออกจากทวิตเตอร์ด้วย

บริษัทไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส ได้แถลงทางสาธารณะในวันพุธ (24) ว่า “เราได้หยุดลงโฆษณาทุกชิ้นที่จ่ายให้กับเฟซบุ๊กและอินสตราแกรมในสหรัฐฯ ในการสนับสนุนโครงการ “#หยุดความเกลี่ยดชังเพื่อผลกำไร” ทางเฟซบุ๊กต้องแสดงให้ปรากฏอย่างชัดเจนและเปิดเผยในการหยุดการแพร่กระจายและส่งเสริมการกีดกันทางเชื้อชาติและความเกลียดชังบนแพลตฟอร์มของตัวเอง”

ฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่า ผู้รณรงค์แคมเปญออกมากระตุ้นให้บริษัทธุรกิจชื่อดังในสหรัฐฯ ให้พร้อมใจถอนโฆษณาออกจากเฟซบุ๊กเป็นเพราะเชื่อว่า เฟซบุ๊กเป็นผู้สนับสนุนแนวคิดของกลุ่มไวท์ซูพรีมาซีตส์ (supremacist) หรือกลุ่มชาตินิยมผิวขาวที่เป็นต้นตอปัญหาการกีดกันสีผิวในสหรัฐฯ แต่เฟซบุ๊กยังไม่ลงมือกระทำมากพอที่จะหยุดการแพร่กระจายข้อความแสดงความเกลียดชังเหล่านี้

เดลีเมล์ สื่ออังกฤษชี้ว่า บริษัทโคคา-โคล่า ผู้ผลิตน้ำดำเจ้าใหญ่ของโลกเป็นบริษัทรายล่าสุดที่เข้าร่วมการบอยคอตในวันศุกร์ (26) ทั้งนี้ บริษัทโค้กแถลงว่าจะสั่งถอนโฆษณาทั่วโลกที่จ่ายเงินออกจากเฟซบุ๊กเป็นเวลา 30 วันเป็นอย่างน้อย

โดยโคคา-โคล่ากล่าวว่า ไม่มีที่สำหรับลัทธิความเกลียดชังทางเชื้อชาติบนโลกโซเชียลมีเดีย ขณะที่บริษัท ยูนิลีเวอร์ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคในครัวเรือนที่ถือเป็นผู้ลงโฆษณาสินค้าเป็นอันดับ 1 ของโลกออกมายืนยันว่าจะถอนโฆษณาออกจากเฟซบุ๊กไปจนสิ้นปีนี้

ซักเคอร์เบิร์กที่เห็นหุ้นบริษัทเฟซบุ๊กของตัวเอง 8.3% ในวันศุกร์ (26) ลดไปถึง 56 พันล้านดอลลาร์จากมูลค่าทางการตลาดของบริษัทตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักต้องออกมาประกาศในวันเดียวกันนั้น (26) ถึงนโยบายใหม่เกี่ยวกับเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก

โดยเขากล่าวผ่านไลฟ์สตรีมว่าทางบริษัทจะเริ่มต้นจัดลำดับด้วยการติดป้ายเตือน “เนื้อหาอันตราย” จากนักการเมืองที่ยังคงมีชื่อเสียงในแวดวงข่าว

เดลีเมล์กล่าวว่าถึงแม้ว่า ซักเคอร์เบิร์กจะไม่เอ่ยว่าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมา แต่นโยบายออกมาเพื่อตอบสนองต่อแคมเปญที่เรียกร้องให้เฟซบุ๊กจัดการเพิ่มมาตรการเข้มงวดต่อ “ข้อมูลเท็จ” หรือ ข่าวปลอม ในโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการโพสต์เชิงยั่วยุของทรัมป์

แต่พบว่าทวิตเตอร์คู่แข่งได้ไปไกลกว่าโดยได้แปะป้ายคำเตือนต่อบางทวีตของประธานาธิบดีทรัมป์เรียบร้อยแล้ว

ซักเคอร์เบิร์กกล่าวว่า “เราในไม่ช้าจะติดป้ายเตือนบางเนื้อหาที่เรายังคงปล่อยให้ขึ้นเพราะมันยังดูมีคุณค่าในเชิงข่าวอยู่ ดังนั้นผู้คนจะสามารถรู้ว่ามันเป็นในกรณีนี้”

และเสริมต่อว่า “เราจะยังคงปล่อยให้ผู้คนสามารถแชร์เนื้อหาเพื่อที่จะได้ประณามมัน เหมือนกับที่เราได้ทำกับคอนเทนต์อื่นที่มีปัญหา เพราะนี่เป็นส่วนสำคัญของการที่เราจะถกเถียงถึงสิ่งใดบ้างที่จะเป็นที่ยอมรับในสังคมของเรา แต่เราจะเพิ่มคำเตือนเพื่อที่จะบอกให้ผู้คนรับรู้ว่าคอนเทนต์ที่พวกเขากำลังแชร์อยู่นั้นอาจละเมิดต่อนโยบายของเรา”

นอกจากนี้ ในไลฟ์สตรีม ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กยังประกาศการกวาดล้างการใช้ภาษาที่ส่อถึงความเกลียดชังในโฆษณา รวมไปถึงคำแนะนำต่อข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้ง

ด้าน เรชาด โรบินสัน (Rashad Robinson) ประธานกลุ่มสีแห่งการเปลี่ยนแปลง (Color of Change) ออกมาแสดงความผิดหวังในการแถลงของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก โดยชี้ว่า แถลงการณ์ของซักเคอร์เบิร์กเป็นเวลา 11 นาทีนั้นได้สูญเสียโอกาสที่จะทำการเปลี่ยนแปลง

“ผมหวังว่าบริษัทที่ลงโฆษณาบนเฟซบุ๊กจะได้ดู หากพวกเขาต้องการจ่ายเงินในที่พวกเขาได้แสดงถึงความยุติธรรมทางเชื้อชาติแล้ว ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำ “#หยุดความเกลียดชังเพื่อผลกำไร” โรบินสันกล่าวผ่านทางทวิตเตอร์

เดลีเมล์รายงานว่า ยูนิลีเวอร์ ได้กระโดดเข้าร่วมวงบอยคอยต้นสัปดาห์นี้ที่ทำให้เฟซบุ๊กกระเทือนเกิดขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของ “จอร์จ ฟลอยด์”

และทำให้บรรดานักเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ ร่วมมือผลักดัน #StopHate4Profit ให้เกิดขึ้น

ยูนิลีเวอร์มีงบการโฆษณาประจำปีทั่วโลกเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์ และในวันพฤหัสบดี (25) บริษัทผู้ให้บริการมือถือยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ วาไรซัน เข้าร่วมบอยคอต


เอามั่ง! ‘สตาร์บัคส์’ ถอนโฆษณาบนสื่อโซเชียล ร่วมรณรงค์ต่อต้าน ‘hate speech’

โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเอฟพี - เครือร้านกาแฟแบรนด์ดัง “สตาร์บัคส์” ประกาศถอนโฆษณาออกจากสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ยับยั้งการเผยแพร่ข้อความยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง หรือ “hate speech”

“เราเชื่อในการหลอมรวมชุมชนเข้าด้วยกัน ทั้งในชีวิตจริงและแพลตฟอร์มออนไลน์ และเราขอยืนหยัดต่อต้าน hate speech” สตาร์บัคส์ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครซีแอตเติล และมีเชนร้านกาแฟหลายหมื่นแห่งทั่วโลก ระบุในคำแถลง “เราเชื่อว่า มีอีกหลายอย่างที่จำเป็นต้องทำ เพื่อสร้างชุมชนออนไลน์ที่เป็นมิตรและหลอมรวมคนทุกกลุ่ม และเราเชื่อว่า ผู้นำธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง”

“เราจะระงับการซื้อโฆษณาออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์ม ระหว่างที่มีการหารือภายในบริษัทและกับหุ้นส่วนสื่อมวลชนและองค์กรด้านสิทธิพลเมือง เพื่อยับยั้งการเผยแพร่ถ้อยคำยั่วยุความเกลียดชัง”

ขณะที่สังคมอเมริกันกำลังตั้งข้อถกเถียงเกี่ยวกับข้อความ hate speech ที่แพร่ระบาดหนักในโซเชียลมีเดีย สตาร์บัคส์กลายเป็นธุรกิจรายล่าสุดที่ดำเนินรอยตามบริษัทใหญ่ๆ อย่าง ยูนิลีเวอร์ และ โคคา-โคลา ซึ่งได้ประกาศถอนโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา (26)

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เฟซบุ๊ก” ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ไม่มีมาตรการลบโพสต์ ซึ่งกระตุ้นความเกลียดชังหรือแสดงถึงการแบ่งแยกทางสีผิว

NAACP ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่ต่อสู้เพื่อชาวอเมริกันผิวสี และสันนิบาตต่อต้านการใส่ร้าย (Anti-Defamation League) ได้ออกมารณรงค์ให้บริษัทต่างๆ ร่วมกันบอยคอตเฟซบุ๊กในเดือนหน้า

อย่างไรก็ดี ทั้ง สตาร์บัคส์ และ โคคา-โคลา ประกาศไม่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว โดยทางสตาร์บัคส์ยืนยันว่าจะยังคงใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าและพนักงานตามปกติ

ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ซึ่งมีพนักงานที่เป็นชนชาติกลุ่มน้อยในสหรัฐฯ อยู่เป็นจำนวนมาก เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาวเรื่องปัญหาการเหยียดผิวมาแล้ว

เมื่อเดือน เม.ย. ปี 2018 พนักงานร้านสตาร์บัคส์ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ได้โทร.แจ้งตำรวจให้มาจับชายผิวสี 2 คนฐานบุกรุก หลังจากชายทั้งสองเข้าไปนั่งในร้านโดยไม่ยอมสั่งกาแฟ แถมปฏิเสธที่จะออกจากร้านด้วย อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วทั้งสองคนก็ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา โดยสำนักงานอัยการเขตบอกว่าไม่มีหลักฐานว่าพวกเขาก็ก่ออาชญากรรมใดๆ

สตาร์บัคส์ได้แถลงขออภัยในเรื่องนี้ และรับปากจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหมือนเช่นที่เมืองฟิลาเดลเฟียอีก ทั้งยังสั่งปิดสาขาในสหรัฐฯ กว่า 8,000 แห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อฝึกอบรมพนักงานให้มีความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเชื้อชาติ



#สำนักงานบัญชี,#สำนักงานสอบบัญชี,#ทำบัญชี,#สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

และทำให้บรรดานักเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ ร่วมมือผลักดัน #StopHate4Profit ให้เกิดขึ้น

ยูนิลีเวอร์มีงบการโฆษณาประจำปีทั่วโลกเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์ และในวันพฤหัสบดี (25) บริษัทผู้ให้บริการมือถือยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ วาไรซัน เข้าร่วมบอยคอต





ข่าวในหมวดล่าสุด

  • 1

    เอามั่ง! ‘สตาร์บัคส์’ ถอนโฆษณาบนสื่อโซเชียล ร่วมรณรงค์ต่อต้าน ‘hate speech’

  • 2

    ยอดตายโควิด-19 ทะลุ ‘ครึ่งล้าน’ สหรัฐฯ ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด-สั่งปิดบาร์ในแคลิฟอร์เนีย

  • 3

    คอลัมน์นอกหน้าต่าง : ทำไม ‘คนหนุ่มสาวรักสนุก’ จึงกำลังทำให้ยอดติดเชื้อไวรัสในรัฐท่องเที่ยวอย่าง ‘ฟลอริดา’ พุ่งพรวด?

  • 4

    มือปืนบุกศูนย์กระจายสินค้าวอลมาร์ท กราดยิงตาย 1 เจ็บ 4 ก่อนจะถูกวิสามัญ

ข่าวอื่นในหมวด
 

Tags : ซักเคอร์เบิร์ก” สูญเงิน $7 พันล้าน หลังบริษัทชื่อดังนับร้อยมี “ยูนิลีเวอร์-โค้ก-ฮอนด้า- นอร์ทเฟซ-ไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส” แห่ถอนโฆษณา

view

*

view