http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

กล้าหือ! UN ประณามม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภาสหรัฐฯ วอนเคารพกระบวนการประชาธิปไตย

กล้าหือ! UN ประณามม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภาสหรัฐฯ วอนเคารพกระบวนการประชาธิปไตย

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

 อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ และวอลคาน บอสคีร์ ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในวันพุธ (6 ม.ค.) ต่างประณามเหตุความรุนแรงในเมืองหลวงของสหรัฐฯ หลังฝูงชนผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา หวังกัดการรับรองชัยชนะในศึกเลือกตั้งของโจ ไบเดน ขณะที่ บารัค โอบามา ระบุไม่แปลกใจเลยที่เรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะ ทรัมป์ ยุยงปลุกปั่นมาตลอด

สเตฟาน ดูจาร์ริช โฆษกของกูเตอร์เรส ระบุว่า เลขาธิการสหประชาชาติ “รู้สึกเศร้าใจ” ต่อเหตุการณ์ที่พวกผู้สนับสนุนของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งกำลังพ้นจากตำแหน่ง บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ “ในกรณีแวดล้อมเช่นนี้ มันสำคัญยิ่งที่พวกผู้นำทางการเมืองต้องเน้นย้ำบรรดาผู้สนับสนุนของพวกเขา ว่าจำเป็นต้องอดทนอดกลั้นจากความรุนแรง เช่นเดียวกับเคารพกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ”


ด้าน วอลคาน บอสคีร์ ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ อดีตนายกรัฐมนตรีตุรกี ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหประชาชาติกับสหรัฐฯ ในฐานะประเทศที่ตั้งขององค์กรแห่งนี้ “กังวลอย่างสุดซึ้งต่อความรุนแรงที่รัฐสภา ใน#วอชิงตันดีซี และกระบวนการประชาธิปไตยที่หยุดชะงัก ในประเทศเจ้าบ้านของสหประชาชาติ” เขาเขียนบนทวิตเตอร์

จากนั้นบัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการ บอสคีร์เขียนเสริมว่า “สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประชาธิปไตยหลักของโลก ผมเชื่อว่าสันติภาพและความเคารพต่อกระบวนการประชาธิปไตยจะเป็นฝ่ายชนะในประเทศเจ้าบ้านของเรา ในช่วงเวลาอันสำคัญยิ่งนี้”

คำแถลงนี้มีขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ความวุุ่นวายกลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าไปภายในอาคารรัฐสภา หวังกดดันสภาคองเกรสไม่ให้ลงมติรับรองชัยชนะในศึกเลือกตั้งของโจ ไบเดน ขณะเดียวกัน พบเห็นการประท้วงอีกหลายเมือง แต่ยังไม่มีรายงานความโกลาหลดังเช่นที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง


ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ปราศรัยกับพวกผู้ชุมนุมนานกว่า 1 ชั่วโมง ที่อุทยานเนชันแนล มอลล์ ตอกย้ำคำกล่าวอ้างโกงเลือกตั้งและผุดทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ นานา ว่าทำไมเขาควรยังคงเป็นประธานาธิบดี แม้พ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน จากนั้น ทรัมป์ ก็ยุให้พวกเขาเดินขบวนไปสภาคองเกรส

บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโทษทรัมป์และบรรดาสมาชิกรีพับลิกัน ต่อเหตุโจมตีสภาคองเกรสในวันพุธ (6 ม.ค.) พร้อมระบุว่ามันเป็นช่วงเวลาแห่งความเสื่อมเสียครั้งเลวร้ายและน่าอดสูของอเมริกา “แต่เราคงโกหกตัวเอง หากบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างมาก” โอบามาระบุ “มันถูกปลุกปั่นโดยทรัมป์ ซึ่งโกหกโดยปราศจากหลักฐานไม่หยุดหย่อนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งที่ชอบด้วยกฎหมาย”



 n Clip: ด่วน! ผู้ประท้วงม็อบทรัมป์บุกเข้า “รัฐสภาสหรัฐฯ” ถึงข้างใน มีภาพ “ตำรวจ” ในห้องประชุมสภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ เตรียมชักปืนยิง “ไบเดน” ประกาศ “พอกันที” “ทรัมป์” ยอมสั่งให้กลับบ้าน

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

เอเจนซีส์ - ประตูห้องสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และวุฒิสภาสหรัฐฯ ปิดตาย มีภาพตำรวจคุ้มกันชักปืนจ่อรอยิงจากข้างในห้องประชุมสภาล่าง หลังผู้ประท้วงบุกเข้าไปได้มีแค่ประตูขวางกั้น ล่าสุด ประธานาธิบดี ทรัมป์ ออกโรงแถลงสั่งให้ประท้วงกลับบ้าน ประกาศ “เรารักพวกคุณแต่กลับขอให้กลับบ้าน” หลัง โจ ไบเดน ออกมาประกาศ “พอกันที" เรียกร้องให้ทรัมป์สั่งให้คนของตัวเองถอนออกไป

NBC News รายงานเมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) ว่า ล่าสุด ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งผ่านแถลงการณ์ที่เป็นวิดีโอคลิป โพสต์ขึ้นทางทวิตเตอร์ เรียกร้องให้สาวกที่สนับสนุนตัวเองที่ไม่พอใจในผลการเลือกตั้ง ส.ว.รัฐจอร์เจียรอบ 2 กลับไป หลังกลุ่มผู้ประท้วงสามารถบุกเข้าไปถึงข้างในที่ตั้งดิแคปิตอล ฮิลล์

เอพีรายงานภาพประวัติศาสตร์ ตำรวจสหรัฐฯชักปืนจ่อยิงคุ้มกันจากข้างในห้องประชุมสภาล่างหลังผู้ประท้วงบุกเข้าไปได้มีแค่ประตูขวางกั้น ห้องประชุมทั้ 2 สภาถูกปิดตาย

ซึ่งในแถลงการณ์ทรัมป์พบว่า เขายังกล่าวอ้างออกมาอย่างผิดๆ ว่า ตัวเขาชนะเลือกตั้งสหรัฐฯแบบแลนด์สไลด์ และการเลือกตั้งปี 2020 ถูกปล้นชัยชนะไป เขากล่าวกับผู้ประท้วงผ่านทางวิดีโอคลิป ว่า คนเหล่านี้เป็นคนพิเศษ เขารักคนเหล่านี้แต่ขอให้กลับบ้าน

กลายเป็นเรื่องคาดไม่ถึงที่เห็นภาพผู้ประท้วงคราคร่ำด้านนอกเดอะ แคปิตอล ฮิลล์ ใจกลางสำคัญระบอบการปกครองสหรัฐฯดินแดนแห่งเสรีภาพ ผู้ประท้วงโบกธงชาติสหรัฐฯไปมา

ด้าน โจ ไบเดน ออกมาประณาความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่เดอะ แคปิตอล ฮิลล์ “ในชั่วโมงนี้ประชาธิปไตยของเราตกอยู่ภายใต้การโจมตีอย่างคาดไม่ถึง...” และชี้ว่า “ผมขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงผ่านทางจอทีวีเดี๋ยวนี้ และปกป้องรัฐธรรมนูญ ออกคำสั่งให้ยุติการบุกยึด” ก่อนเดินออกจากเวที เขาประกาศให้ได้ยินว่า “พอกันที พอกันที”

NBC News รายงานว่า ตำรวจประจำเดอะ แคปิตอล ฮิลล์ ได้ขอกำลังเสริมด่วนจากตำรวจลับสหรัฐฯ FBI และเนชันแนลการ์ดรัฐแมรีแลนด์ ซึ่งในเวลานี้การบุกยึดยังดำเนินต่อไป และในเวลานี้เริ่มต้นยิงแก๊สน้ำตาและระเบิดเสียงแล้ว


อับอายขายหน้า! โลกรุมประณามม็อบหนุนทรัมป์โจมตีประชาธิปไตยฮือบุก “สภา” กดดันเปลี่ยนผลเลือกตั้ง ไบเดนสับเป็นการ “ก่อกบฏ”

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

พันธมิตรของสหรัฐฯในยุโรป ออกคำแถลงด่วนในวันพุธ (6 ม.ค.) ประณามสถานการณ์ความยุ่งเหยิงในสหรัฐฯ หลังพวกผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนทรัมป์ ฮือบุกอาคารรัฐสภา กดดันสภาคองเกรสไม่ให้รับรองชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีของ โจ ไบเดน ระบุ มันเป็นการโจมตีต่อระบอบประชาธิปไตย

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรในวันพุธ (6 ม.ค.) ประณาม “สถานการณ์แห่งความอับอาย” ที่สภาคองเกรส จากฝีมือของพวกผู้สนับสนุนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่วนรัฐบาลไอร์แลนด์ ตำหนิประธานาธิบดีผู้กำลังพ้นจากตำแหน่ง ว่ากำลังโจมตีประชาธิปไตย

“ฉากแห่งความอับอายในสภาคองเกรส สหรัฐฯยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยทั่วโลก และตอนนี้มันสำคัญยิ่งที่ต้องเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติและเป็นระเบียบเรียบร้อย” จอห์นสันเขียนบนทวิตเตอร์

ด้าน โดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ระบุในทวิตเตอร์ว่า “สหรัฐฯมีสิทธิ์ภาคภูมิใจในประชาธิปไตยของพวกเขา ไม่มีข้ออ้างใดในการใช้ความรุนแรง ในความพยายามกัดกร่อนกระบวนการถ่ายโอนอำนาจที่เหมาะสมและชอบด้วยกฎหมาย”

ไฮโก มาสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีในวันพุธ (6 ม.ค.) เรียกผู้สนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้หยุดเหยียบย่ำประชาธิปไตย หลังจากพวกเขาบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา แสดงความโกรธแค้นที่ ทรัมป์ พ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้ง


“ท้ายที่สุดแล้ว ทรัมป์และพวกผู้สนับสนุนควรยอมรับเสียงโหวตของชาวอเมริกาและหยุดเหยียบย่ำประชาธิปไตย ศัตรูของประชาธิปไตยคงยินดีที่เห็นภาพที่ไม่น่าเชื่อนี้เกิดขึ้นในวอชิงตัน ดี.ซี.” เขากล่าว พร้อมระบุว่า “คำพูดยั่วยุเปลี่ยนเข้าสู่พฤติกรรมรุนแรง”

โจเซฟ บอร์เรลล์ ประธานนโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรปประณามเหตุการณ์นี้ว่า เป็น “การโจมตีประชาธิปไตย” พร้อมเขียนบนทวิตเตอร์ว่า “ในสายตาของโลก ดูเหมือนว่าในคืนนี้ประชาธิปไตยของสหรัฐฯถูกโจมตี มันเป็นฉากการโจมตีประชาธิปไตยของสหรัฐฯ สถาบันและหลักนิติธรรมของสหรัฐฯ แบบที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันไม่ใช่อเมริกา ต้องเคารพผลเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน”

ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ประณาม “การโจมตีอย่างรุนแรงต่อประชาธิปไตย” ในสหรัฐฯ “ความรุนแรงต่อสถาบันต่างๆของอเมริกา คือ การโจมตีอย่างรุนแรงต่อระบอบประชาธิปไตย ผมขอประณาม ควรต้องเคารพคะแนนเสียงของประชาชนอเมริกา”

ทำเนียบขาวและเพนตากอน เปิดเผยว่า กำลังระดมกำลังกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในวอชิงตันและรัฐเพื่อนบ้านทั้งหลาย หลังพวกผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนทรัมป์บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา โดยโฆษกทำเนียบขาวระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า ทรัมป์ สั่งการให้เรียกกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เช่นเดียวกับหน่วยป้องกันรัฐบาลกลางอื่นๆ เข้าจัดการกับสถานการณ์ความไม่สงบ


ด้านโฆษกของเพนตากอน ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิวอชิงตัน ดี.ซี. 1,100 นาย ถูกเรียกเข้าสนับสนุนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง ส่วนเวอร์จิเนียและแมริแลนด์ ก็แถลงกำลังส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิและตำรวจของทางรัฐ เข้าประจำการเช่นกัน

เสียงประณามจากทั่วโลกและความเคลื่อนไหวระดมกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมีขึ้นหลังจากเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดที่อาคารรัฐสภา พวกผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี ทรัมป์ บุกเข้าไปภายใน มีภาพ ตำรวจในห้องประชุมเตรียมชักปืนยิง บรรดา ส.ส.สวมหน้ากากป้องกันแก๊ส พวกผู้ประท้วงทุบกระจกหน้าต่าง ในความพยายามกดดันไม่ให้สภาคองเกรสโหวตรับรองชัยชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีของ โจ ไบเดน

ภาพสถานการณ์ภายในอาคารรัฐสภา ดูคล้ายกับฉากแห่งการรัฐประหารยึดอำนาจ พวกผู้สนับสนุนทรัมป์โบกธงสีน้ำเงินและสวมหมวกสีแดง บุกเข้าไปภายใน มุ่งตรงไปยังห้องประชุมกำลังเปิดอภิปรายก่อนการโหวตรับรอง ไบเดน และภาพในทวิตเตอร์ที่ส่งต่ออย่างกว้างขวาง พบเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งเล็งปืนสั้นออกไปนอกหน้าต่างที่แตก คอยหยุดยั้งใครก็ตามที่พยายามบุกเข้ามา

พวกสมาชิกรัฐสภาได้รับมอบหน้ากากแก๊สสำหรับป้องกันตนเองจากแก๊สน้ำตา ในระหว่างที่พวกเขารุดหนีไปยังจุดปลอดภัย


สำหรับพวกที่กำลังหลบหนี ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา เพราะพวกผู้ประท้วงบุกเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ พวกผู้ประท้วงบางส่วนยังถึงขั้นบุกเข้าไปในสำนักงานของ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับนั่งทำท่าล้อเลียนเธอบนโต๊ะ “ผมไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน นับตั้งแต่ผมไปประจำการในอิรัก” ไมค์ กัลลาเกอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรีพับลิกันบอกกับซีเอ็นเอ็น

ทรัมป์ เคยพูดมาตลอดว่าเขาอยากสกัดไม่ให้สภาคองเกรสรับรองอย่างเป็นทางการต่อชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีของไจ ไบเดน ในวันพุธ (6 ม.ค.) แต่ไม่มีทางที่เขาจะทำได้อย่างถูกกฎหมาย

ประธานาธิบดี ทรัมป์ พยายามข่มขู่ ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีของเขา แต่ เพนซ์ ตอกกลับว่าเขาไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และกฎระเบียบระบุไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นพวกผู้สนับสนุนทรัมป์จึงเข้าแทรกแซง อย่างน้อยๆ ก็ทำให้กระบวนการหยุดชะงักชั่วคราว แต่ขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ประชาธิปไตยสั่นคลอน

ทรัมป์ ปราศรัยกับพวกผู้ชุมนุมนานกว่า 1 ชั่วโมง ที่อุทยานเนชั่นแนล มอลล์ ตอกย้ำคำกล่าวอ้างโกงเลือกตั้งและผุดทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ นานา ว่า ทำไมเขาควรยังคงเป็นประธานาธิบดี แม้พ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน จากนั้น ทรัมป์ ก็ยุให้พวกเขาเดินขบวนไปสภาคองเกรส


ไม่กี่นาที ม็อบได้ไหลบ่าไปเต็มขั้นบันไดหน้าอาคารรัฐสภา จากนั้นฝูงชนหัวรุนแรงกลุ่มเล็กๆ เกิดการกระทบกระทั่งกับตำรวจ ผลักดันเจ้าหน้าที่จนล่าถอยไป และท้ายที่สุดแล้วก็บุกเข้าไปภายในได้สำเร็จ

หลังเกิดเหตุบุกจู่โจมเข้าไปในอาคารรัฐสภา ทรัมป์ ได้แพร่คลิปวิดีโอความยาว 1 นาที บนทวิตเตอร์ เรียกร้องผู้สนับสนุน “กลับบ้าน” แม้ขณะเดียวกัน ก็ตอกย้ำคำกล่าวหาว่าชัยชนะในศึกเลือกตั้งของไบเดนนั้น เป็นการปล้นชัย

“ผมรู้ความเจ็บปวดของคุณ เรามีการเลือกตั้งที่ขโมยผลการเลือกตั้งไปจากเรา แต่คุณต้องกลับบ้านในตอนนี้ เราจำเป็นต้องมีสันติภาพ เราจำเป็นต้องมีความสงบเรียบร้อย”

ด้านว่าที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ประณามการจู่โจมอาคารรัฐสภา ว่า เป็นการก่อกบฏและเรียกร้องทรัมป์ ออกโทรทัศน์ เรียกร้องผู้สนับสนุนยุติการปิดล้อม “ในตอนนี้ ประชาธิปไตยของเราถูกโจมตีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน” เขากล่าวในวิลมิงตัน

“ผมเรียกร้องให้ประธานาธิบดี ทรัมป์ ออกสถานีโทรทัศน์แห่งชาติในตอนนี้ เพื่อเรียกร้องขอยุติการปิดล้อม ยุติการบุกอาคารรัฐสภา ทุบตีกระจก ยุติบุกยึดสำนักงานต่างๆ ห้องประชุมวุฒิสภา การคุกความความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับเลือกตั้ง มันไม่ใช่การประท้วง แต่มันเป็นกบฏ”

(ที่มา:เอเอฟพี)


ไม่ตามทรัมป์! ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ทิ้งแผนถอนหุ้นโทรคมนาคมจีน

เผยแพร่:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เซาท์ไชน่า มอร์นิงโพสต์ รายงาน (6 ม.ค.) ตลาดหุ้นนิวยอร์กทิ้งแผนการที่จะเพิกถอนหุ้นโทรคมนาคม 3 ราย ของจีน ทำตลาดสะเทือนกับทิศทางที่กลับไปมา

รายงานข่าวกล่าวว่า ไชน่าโมบาย, ไชน่าเทเลคอม และ ไชน่า ยูนิคอม (China Mobile, China Telecom, China Unicom) ถูกกำหนดให้ถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก( NYSE) ทันทีในวันพฤหัสบดีนี้

เอดิสัน ลี หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านโทรคมนาคมของ บริษัทวิจัยกลยุทธ เจฟฟรีส์ โกลบอลฯ อธิบายว่าการตัดสินใจยกเลิกถอดหุ้น 3 รายจากรายการเดิมของ NYSE นี้นับว่า “แปลกประหลาด”

ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก กล่าวว่าจะไม่ถอนบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีน 3 แห่งอีกต่อไป

NYSE ได้ประกาศแผนการเพิกถอนในวันปีใหม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่เคยมีมาก่อนในการถอดหุ้นของบริษัทจีนทั้งสามแห่งเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของทรัมป์ที่ห้ามไม่ให้นักลงทุนชาวอเมริกันซื้อขายในบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับกองทัพของจีน โดยระบุว่าทั้งสามบริษัทเป็นหน่วยงานของรัฐที่บริหารโดยผู้จัดการที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม NYSE กลับคำตัดสินเพิกถอนหลังจาก "ปรึกษาหารือเพิ่มเติม" กับหน่วยงานกำกับดูแลตามประกาศของตลาดเมื่อวันอังคารโดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดใด

รายงานข่าวกล่าวว่า หลังจากการประกาศของ NYSE ล่าสุด ราคาหุ้นของทั้งสามบริษัท ได้พุ่งสูงขึ้นในฮ่องกงหุ้นของยูนิคอมพุ่งขึ้น 8.5% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 4.85 เหรียญฮ่องกง ในขณะที่ ไชน่าเทเลคอม เพิ่มขึ้น 3.4% เป็น 2.16 เหรียญฮ่องกง หุ้นของไชน่า โมบาย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพิ่มขึ้น 5.1% เป็น 46.10 เหรียญฮ่องกง หลังจากทำกำไรระหว่างวันได้มากที่สุดในรอบเกือบ 10 เดือน

ทั้งนี้ บริษัทโทรคมนาคมของจีนสามแห่งจดทะเบียน ADS  (American Depositary Shares) ในนิวยอร์กหลังจากการเสนอขายต่อสาธารณะครั้งแรกในฮ่องกง ทำให้นักลงทุนในสหรัฐอเมริกาและยุโรปสามารถเข้าถึงการซื้อขายหุ้นของพวกเขาในช่วงเวลาทำการของตลาดสหรัฐฯ


#สำนักงานบัญชี,#สำนักงานสอบบัญชี,๒ทำบัญชี,#สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : กล้าหือ! UN ประณามม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภาสหรัฐฯ วอนเคารพกระบวนการประชาธิปไตย

view

*

view