http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

บทเรียนโลก นิรโทษกรรม ทางออกแก้ขัดแย้งสังคมไทย?

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ศึกษารูปแบบและประสบการณ์ "นิรโทษกรรม" จากนานาประเทศ ก่อนร่วมกันค้นหาคำตอบ เป็นทางออกก้าวข้ามความขัดแย้งของสังคมไทยได้จริงหรือไม่
ท่ามกลางบรรยากาศการเรียกหา "ความปรองดอง" ในบ้านเมืองของเรา มีข้อเสนอหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง คือ "การนิรโทษกรรม" แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังเป็นเพียงข้อเสนอ เพราะแม้หลายฝ่ายจะเชื่อว่าเป็นแนวทางที่ทำให้สังคมไทยก้าวข้ามความขัดแย้งครั้งร้ายแรงนี้ไปได้ แต่ก็มีอีกบางฝ่ายที่ปักใจว่าเป็นเรื่องทางการเมืองเพื่อมุ่งช่วยเหลือ "คนบางคน"

ทว่าคำถามก็คือ แท้ที่จริงแล้วเรามองการนิรโทษกรรมแค่เพียงมิติเดียวหรือเปล่า เพราะจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติชี้ว่า การนิรโทษกรรมสามารถทำได้หลายวิธี หลายมิติ ส่วนจะเหมาะสมกับประเทศไทยและสถานการณ์ ณ ปัจจุบันหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องช่วยกันหาคำตอบ

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. มีเวทีเสวนาเรื่อง "นิรโทษกรรมกับการปรองดอง" หรือ Dialogue on Amnesty and Reconciliation ที่ห้องจุมพฎ-พันธุ์ทิพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี นายอารี บาสซิน (Ari Bassin) ผู้จัดการภูมิภาคเอเชียของศูนย์ระหว่างประเทศว่าด้วยความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (International Center for Transitional Justice ; ICTJ) เป็นวิทยากรหลัก และมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

นายอารี ตั้งประเด็นเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า การนิรโทษกรรมจะนำไปสู่การปรองดองในประเทศไทยได้จริงหรือเปล่า และหากจะมีการนิรโทษกรรมจริง จะต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้างสำหรับประเทศไทย

นายอารี อธิบายว่า การนิรโทษกรรมแตกต่างจากการอภัยโทษ กล่าวคือ การอภัยโทษนั้นเป็นการลดโทษ แต่ความผิดยังมีอยู่ ส่วนการนิรโทษกรรมคือการระบุว่าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด และไม่ต้องรับโทษใดๆ เลย

สำหรับประเภทของการนิรโทษกรรมมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่

1.Self amnesty หรือการนิรโทษกรรมตัวเอง ตัวอย่างเช่นในประเทศเปรู คนที่เป็นคนกระทำความผิดคือรัฐบาลได้นิรโทษกรรมตัวเองจากการฆ่าครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ.1991

2.Blanket amnesty หรือการนิรโทษกรรมแบบครอบคลุม กว้างขวาง หมายถึงไม่กำหนดว่าเป็นการนิรโทษให้กับคนใดคนหนึ่งหรืออาชญากรรมประเภทใดประเภทหนึ่ง โดยประเทศที่นำมาใช้คือ เซียรา เลโอน

3.Conditonal amnesty หรือการนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข เคยใช้ในประเทศแอฟริกาใต้ วิธีการคือผู้ที่กระทำผิดต้องบอกเล่าความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดและสิ่งที่ตนเองทำว่าได้ทำผิดอะไรบ้าง จึงจะนิรโทษกรรมให้

4.De facto amnesty หรือการนิรโทษกรรมในแง่ข้อเท็จจริง หมายถึงว่ากฎหมายไม่ได้เขียนให้นิรโทษกรรมผู้ใด แต่กำหนดในเรื่องอื่นไว้ เช่น อายุความ หากไม่ยื่นฟ้องภายใน 60 วันก็ไม่สามารถฟ้องได้ เท่ากับเป็นการนิรโทษกรรมกลายๆ ประเทศที่นำมาใช้คืออาร์เจนติน่า

สำหรับแนวทางการนำเรื่องนิรโทษกรรมมาใช้ในประเทศไทยนั้น นายอารี ตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือขัดกับหลักกฎหมายไทยหรือไม่ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ และต้องดูด้วยว่าขัดกับหลักกฎหมายหรือสนธิสัญญาระหว่างประเทศหรือเปล่า โดยเฉพาะสนธิสัญญาที่คุ้มครองเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะอาชญากรรมบางประเภทที่รุนแรงมากๆ ก็ไม่ยอมรับให้มีการนิรโทษกรรม

สิ่งสำคัญคือคำถามที่ว่า การนิรโทษกรรมในประเทศไทยจะนำมาสู่ความสงบสุขหรือปรองดองที่ยั่งยืนหรือไม่ เพราะในหลายๆ ประเทศที่มีประสบการณ์ก็ถูกตั้งคำถามเช่นกันว่าการนิรโทษกรรมอาจไม่ได้สร้างความสุขสงบที่ยั่งยืน โดยเฉพาะจากมุมมองของผู้ตกเป็นเหยื่อซึ่งต้องการความยุติธรรม เพราะตราบใดที่ผู้เป็นเหยื่อยังไม่ได้รับความยุติธรรม ก็สามารถฟ้องร้องคดีได้ตลอด แม้เรื่องจะจบไปนานมากแล้วก็ตาม เหมือนอย่างกรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชา

กระนั้นก็ตาม หากนำการนิรโทษกรรมมาปรับใช้ให้เข้ากับประเทศไทย นายอารี เห็นว่ามีประเด็นที่ต้องพิจารณาดังนี้

1.การกระทำนั้นเป็นความผิดทางอาญาประเภทไหน ฐานความผิดอะไร

2.ผลกระทบจากการนิรโทษกรรมจะส่งผลต่อการปรองดองในชาติแค่ไหน อย่างไร และหากจะมีการนิรโทษกรรมจริง รัฐบาลต้องเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนรวม ไม่ใช่ไปเจรจากันบนโต๊ะระหว่างคู่ขัดแย้งแล้วนิรโทษกรรมตัวเองโดยที่เหยื่อยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

3.การนิรโทษกรรมจำเป็นจริงหรือเปล่าสำหรับประเทศไทย เพราะยังมีทางเลือกอื่นอีกหลายทาง เช่น การขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่สำหรับคดีที่ผู้เสียหายยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือใช้การอภัยโทษแทนนิรโทษกรรม หรือใช้ยุติธรรมชุมชน ซึ่งสำเร็จมากในติมอร์ตะวันออก โดยให้ผู้กระทำผิดไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม

4.หาแนวทางลดผลลบที่อาจเกิดจากการนิรโทษกรรม เช่น นิรโทษเฉพาะผู้ต้องหาหรือจำเลยที่โดนละเมิดสิทธิทางการเมืองจริงๆ อาจจะแค่ไปร่วมชุมนุมอย่างสงบ ไม่ได้ก่อความวุ่นวายแต่ถูกจับกุม คือจำกัดวงการนิรโทษเฉพาะบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงมีเท่านั้น เป็นต้น

แต่ไม่ว่าสังคมไทยจะเลือกแนวทางนิรโทษกรรมเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งครั้งนี้หรือไม่ บทสรุปของ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายไม่ควรมองข้าม...

"การนิรโทษกรรมของไทยที่ผ่านมาเป็นเครื่องมือของรัฐในการลบล้างความผิดเท่านั้น ไม่เคยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างความปรองดองในสังคมเลย"

 


สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.,สำนักงานสอบบัญชี พีแอนด์อี
ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,จดทะเบียนธุรกิจ,วางระบบบัญชี

Tags : บทเรียนโลก นิรโทษกรรม ทางออก แก้ขัดแย้งสังคมไทย

view

*

view