http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

ศาลปกครองสูงสุดสั่งคืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช. แก่ ถวิล เปลี่ยนศรี ใน 45 วัน

ศาลปกครองสูงสุดสั่งคืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช. แก่ “ถวิล เปลี่ยนศรี” ใน 45 วัน

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้คืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช. แก่ “ถวิล เปลี่ยนศรี” ภายใน 45 วัน ชี้ “ยิ่งลักษณ์” ใช้ดุลยพินิจไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้กระบวนการถูกต้อง เจ้าตัวลั่นสู้มา 2 ปี 6 เดือน มุ่งหวังความยุติธรรม เปิดใจเจ็บปวดพอแล้ว ถูกระบบอุปถัมภ์ทำลายระบบราชการ เอาคนไม่รู้เรื่องอะไรเลยมาเสียบ คกก.พิทักษ์คุณธรรมปกป้องการเมืองแทรกแซงไม่ได้ แนะให้ความเป็นธรรมข้าราชการด้วย
       
       ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพกาษาสั่งเพิกถอนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีลงวัน ที่ 30 ก.ย. 2554 ที่ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และให้ผลย้อนหลังไปถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ คือ วันที่ 30 ก.ย. 2554 โดยให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้นายถวิลได้กลับสู่ ตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติภายใน 45 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษา
       
       ทั้งนี้ คำพิพากษาดังกล่าวสืบเนื่องมาจากนายถวิล ได้ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีต่อศาลปกครองชั้นต้น หลังนายกรัฐมนนตรี มีคำสั่งให้พ้นจากเลขาสมช.และไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาว่าการโยกย้ายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนคำสั่งโยกย้ายรวมถึงให้นายกฯคืนตำแหน่งเลขาฯสมช.ให้กับนายถวิล โดยเร็ว แต่นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูง สุด
       
       ส่วนเหตุผลที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพาษาดังกล่าวระบุว่า พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สำนักนายกรัฐมนตรี มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้...วรรคสอง บัญญัติว่า ส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี... (4) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี... (8) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ...จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ทั้งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติต่างก็เป็น ส่วนราชการที่อยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีและเป็นส่วนราชการที่อยู่ใน บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
       
       ขณะที่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี. และพ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ 2502 มาตรา 7 บัญญัติ ว่า ให้มีสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติมีหน้าที่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามมติ ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ และให้มีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ...
       
       โดยกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2554 ข้อ 2 กำหนดว่า ให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีภารกิจเกี่ยวกับกิจการความมั่นคงของประเทศโดยเป็น ที่ปรึกษา เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ อำนวยการ ประสานงาน ให้เป็นไปตามนโยบาย รวมทั้งการจัดทำแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติและคณะ รัฐมนตรี เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ป้องกันและแก้ปัญหาด้านความมั่นคงในอนาคต ตลอดจนการพัฒนาและการจัดองค์ความรู้ความมั่นคงที่มีคุณภาพ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานด้านความมั่นคง
       
       จึงจะเห็นได้ว่า ตำแหน่งเลขาฯ สมช. ขึ้นตรง นายกรัฐมนตรี และมีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับกิจการความมั่นคงของประเทศ โดยเป็นที่ปรึกษา เสนอแนะนโยบาย มาตรการและแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงแห่งชาติต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติและ คณะรัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งนี้จึงสามารถเสนอแนะนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศต่อนายก รัฐมนตรี ได้โดยตรงอยู่แล้ว
       
       ส่วนตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำที่นายกฯมีคำ สั่งให้นายถวิลไปดำรงตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งข้าราชการประจำที่ ก.พ. ได้กำหนดไว้ในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซึ่งมีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็น ผู้บังคับบัญชา ผู้ดำรงตำแหน่งนี้จึงอยู่ใต้บังคับบัญชาของเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และการปฏิบัติราชการของผู้ดำรงตำแหน่งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับการมอบหมายของผู้ บังคับบัญชา และผู้ดำรงตำแหน่งนี้ไม่อาจเสนอแนะนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศต่อนายกฯ ได้โดยตรง แต่จะต้องเสนอ ผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
       
       จึงเห็นว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการประจำของ ราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค ย่อมมีอำนาจดุลพินิจในการบริหารงานบุคคลหมุนเวียนสับเปลี่ยนบทบาทหรือการทำ หน้าที่ของข้าราชการเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามแนวนโยบายที่ นายกฯ ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาได้ แต่ในการใช้อำนาจดุลพินิจดังกล่าว นอกจากจะต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายและอยู่ภายในขอบเขตของกฎหมายแล้ว ยังจะต้องมีเหตุผลรองรับที่มีอยู่จริงและอธิบายได้ ซึ่งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายถวิลได้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีประสิทธิภาพ มีข้อบกพร่องหรือไม่สนองนโยบายของรัฐบาลซึ่งจะถือได้ว่ามีเหตุผลอันสมควรที่ ผู้บังคับบัญชาสามารถสั่งโอนได้ตามความเหมาะสม
       
       โดยที่ในคดีนี้ศาลปกครองสูงสุดได้ตรวจสอบเหตุผลนายกฯ ได้อ้างในการโอนนายถวิลแล้วปรากฏว่ามิได้เป็นไปตามที่นายกฯ กล่าวอ้าง จึงเท่ากับฝ่ายบริหารได้ใช้อำนาจดุลพินิจในการโอน นายถวิลโดยไม่มีเหตุผลรองรับ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบอันเป็นเหตุแห่งความไม่ชอบด้วย กฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ดังนั้น การโอนผู้ฟ้องคดีจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำตามประกาศสำนักนายก รัฐมนตรี ลงวันที่ 30 ก.ย. 54 จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
       
       ด้านนายถวิล กล่าวภายหลังรับฟังคำพิพากษาฯ ว่า ถือว่าได้รับความกรุณาจากศาลฯ ตนสู้มา 2 ปี 6 เดือน ไม่ใช้สู้เพื่อตัวเอง แต่เป็นการสู้เพื่อความยุติธรรม หากฝ่ายการเมืองมีการเคารพศักดิ์ศรีของฝ่ายข้าราชการประจำอย่างเท่าเทียมกัน ก็เชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งฝากเตือนถึง นายกฯ ว่าอย่าให้ระบบอุปถัมภ์ อย่าเอาการใช้พวกพ้องในฝ่ายการเมืองมาใช้กับพวกตนที่เป็นข้าราชการประจำ ที่ผ่านมาเจ็บปวดมากพอแล้ว ข้าราชการก็เดือดร้อนกันทุกกระทรวง แล้วอย่างนี้จะบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร การแต่งตั้งโยกย้ายอย่าทำเพื่อสนองผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น เพราะจะเป็นการทำลายระบบข้าราชการอย่างย่อยยับ และข้าราชการเองก็อย่าวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่ง เพราะทำให้ข้าราชการที่ดีได้รับผลกระทบและหมดกำลังใจในการทำงาน ”
       
       "พวกผมเจ็บปวดมากพอแล้ว ระบบราชการที่ถูกกระทำด้วยระบบอุปถัมภ์จะเป็นหลักเป็นเกณฑ์ให้กับชาติบ้าน เมืองได้อย่างไร ฝ่ายการเมืองมีส่วนทำลายระบบราชการให้ย่อยยับ ฝ่ายราชการใช้การวิ่งเต้น ใช้เส้นสาย พรรคพวก มีส่วนทำลายเพื่อนข้าราชการด้วยกัน ข้าราชการที่หมดกำลังใจเข้าไม่ได้ทำอย่างผมทุกคน ถอยออกไปนอกวงแล้ว บางคนเสียผู้เสียคน ทำงานเช้าชามเย็นชา ข้าราชการที่ดีที่ถูกกลั่นแกล้ง ท่านมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม มีศาลปกครอง คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม กระบวนการยังไม่ทันสมัยเพียงพอ ยังไม่สามารถปกป้องพวกผมได้ พิจารณาตามกฎหมาย ตามขั้นตอน ไม่มีหรอกที่ฝ่ายการเมืองจะทำไม่ถูกตามขั้นตอน ถ้าพิจารณาได้แค่นี้ไม่ควรชื่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ท่านต้องพิจารณาดุลพินิจเป็นธรรมต่อข้าราชการด้วย เสียงข้างน้อยทำให้พลาดโอกาสที่ดีที่จะเป็นหลักในการอำนวยความยุติธรรมให้ กับพวกผม" นายถวิล กล่าว
       
       เมื่อถามว่าพร้อมที่จะกลับไปทำหน้าที่ในตำแหน่งเลขาฯ สมช.หรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า พร้อมทำงานตลอดเวลา ที่ผ่านมาก็ได้ช่วยงานรัฐสภา และมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานราชการอื่นๆอย่างเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งนายกฯต้องไปดำเนินการให้ตนกลับดำรงตำแหน่งเลขาฯสมช.ตามคำพิพากษา
       
       ทั้งนี้นายถวิล กล่าวว่า ยังไม่มี่ความคิดว่าจะมีการฟ้องแพ่งหรืออาญากับนายกรัฐมนตรีกรณีถูกโยกย้าย ไม่เป็นธรรมหรือไม่ แต่สิทธิที่จะไปยื่นต่อป.ป.ช. ของตนยังมีอยู่ และหากเมื่อครบกำหนด 45 วันตามที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว นายกฯ ยังไม่ดำเนินการตามคำพิพากษา ก็เป็นเรื่องระหว่างนายกกับศาล


ถวิล'แจงขั้นตอนคืนตำแหน่ง

ถวิล"แจงขั้นตอนคืนตำแหน่ง ด้านอดีตกกต.ระบุต้องส่งเรื่องมาให้กกต.ให้ความเห็นชอบ เพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ

นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและอดีต เลขาฯสมช. กล่าวถึงขั้นตอนการคืนตำแหน่ง ว่า นายกฯต้องออกคำสั่งยกเลิกคำสั่งเดิมที่โยกย้ายตนออกจากตำแหน่งเลขาสมช. ให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำและมีคำสั่งให้ตนดำรงตำแหน่งเลขาสมช. นอกจากนี้เนื่องจากคำสั่งของศาลปกครองให้ย้อนหลังไปถึง 30 กย. 54 ซึ่งมีการโยกย้ายนายถวิลออกจากตำแหน่ง จึงทำให้มีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง 2 คน คือ พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต เลขา สมช. ซึ่งขณะนี้เกษียณอายุราชการไปแล้ว และ พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาสมช. คนปัจจุบัน จึงต้องมีคำสั่งอีกฉบับให้บุคคลทั้งสองไปดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งที่ไม่ต่ำกว่า เลขา สมช.

ต่อข้อถามที่ว่าจะยื่นฟ้องนายกฯต่อ ปปช. ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้

ด้านนางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้เป็นรัฐบาลรักษาการ หากมีคำสั่งแต่งตั้งนายถวิล ให้ดำรงตำแหน่งเลขาสมช. และมีคำสั่งให้ พล.ท.ภราดร พ้นจากตำแหน่ง เลขา สมช. ไปดำรงตำแหน่งอื่น ก็ต้องส่งมาให้ กกต. เห็นชอบ พร้อมกับแนบคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีนายถวิล มาด้วย

"แต่ก็ทำพอเป็นพิธีเท่านั้น เพราะ กกต. ต้องให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งโยกย้ายอยู่แล้วเพราะเมื่อมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กกต. ก็ต้องปฏิบัติตาม "


“ภราดร” รั้งเก้าอี้เลขาฯ สมช. อ้างรอโปรดเกล้าฯ ก่อนถึงจะไป “สุรนันทน์” ซื้อเวลาขอหารือ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

เลขาธิการนายกฯ เผยรัฐบาลพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาล คืนตำแหน่ง “ถวิล” แต่อ้างกลัว “ภราดร-วิเชียร” กระทบ ขอหารือก่อน ด้านเลขาธิการ สมช.อ้างต้องรอโปรดเกล้าฯ ก่อนถึงจะไป เย้ยนายกฯ ต้องไปคุยกับ กกต. เพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ ยักไหล่ไม่ท้อบอกไปอยู่ที่ไหนก็ได้ เกษียณปีหน้า ยังนั่งคุม ศรส.เหมือนเดิม ปัดพัลวันขัดแย้งกัน อ้างผู้ถูกฟ้องคือนายกฯ
       
       วันนี้ (7 มี.ค.) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคสั่งให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคง แห่งชาติ (สมช.) แก่นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ภายใน 45 วัน เพราะคำสั่งโยกย้ายเป็นคำสั่งโดยมิชอบว่า รัฐบาลน้อมรับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด โดยพร้อมที่จะปฏิบัติตาม โดยจะดำเนินการให้นายถวิลกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ย้อนหลังไป ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายน 2554
       
       อย่างไรก็ตาม การออกคำสั่งย้อนหลังดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน คือ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ สมช. ก่อนที่จะถูกย้ายมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำใน สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจะต้องพิจารณาย้าย พล.ท.ภราดรให้ไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมและไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่น กัน
       
       ทั้งนี้ ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว นอกจากจะต้องมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อยกเลิกคำสั่งเดิมที่ให้นายถวิล มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้โอนนายถวิลมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายก รัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำแล้ว จะต้องดำเนินการแก้ไขคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทั้งของ พล.ต.อ.วิเชียร พล.ท.ภราดร และนายถวิล ทั้งนี้ เพื่อความรอบคอบจะได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้อง และเป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป
       
       อีกด้านหนึ่งที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ส่วนตัวน้อมรับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งหลังจากนี้อยู่ที่นายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่การที่ตนจะพ้นจากตำแหน่งได้ต่อเมื่อมีพระบรมราชโองการลงมาก่อน เพราะเป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ จึงไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะพิจารณาอย่างไร
       
       เบื้องต้นหลังจากมีคำพากษาจากศาลปกครองสูงสุดแล้ว นายกฯ จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะหาทางออกอย่างไร จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปเรื่องตำแหน่งแล้วจะต้องส่งเรื่องไปถามคณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) ด้วย เพราะปัจจุบันอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ฉะนั้น ตรงนี้ยังมีเวลา ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการฯ ลงมา ตนก็ยังทำหน้าที่เลขาธิการ สมช.ต่อไปอย่างไม่มีปัญหา ตนไม่ท้อ เพราะเราเป็นข้าราชการก็ต้องทำงาน ตนจบโรงเรียนนายร้อยมาก็เลือกได้แค่ครั้งเดียว หลังจากนี้ผู้บังคับบัญชาจะให้ไปอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ทุกแห่ง
       
       พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ในส่วนของการทำงานที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ตนยังทำงานได้ตามปกติจนกว่าจะมีคำสั่งจากนายกฯ ให้เปลี่ยนแปลงไปอยู่ในตำแหน่งอื่น และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา ตรงนั้นถึงจะถือว่าตนพ้นจากการทำงานในหน้าที่ ส่วนจะไปอยู่ตรงไหนก็สามารถทำหน้าที่ได้ เพราะตนเกษียณอายุราชการในปี 2558 ความจริงกรณีดังกล่าว ตนไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับนายถวิล เพราะผู้ถูกฟ้องคือ นายกฯ และในช่วงที่ตนมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ก็มาดำรงตำแหน่งต่อจาก พล.ต.อ.วิเชียร ไม่ได้มาแย่งตำแหน่งนายถวิลเลย ฉะนั้นตนไมได้ปัญหากับนายถวิล


รัฐบาลขอศึกษาก่อนคืนตำแหน่งให้ถวิล

สุรนันทน์โพสต์เฟซบุ๊กแจงรัฐบาลขอศึกษาให้รอบคอบก่อนคืนตำแหน่งให้ถวิล

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suranand Vejjajiva ว่า รัฐบาลน้อมรับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดโดยพร้อมที่จะปฏิบัติตามโดยจะดำเนินการให้นายถวิล  เปลี่ยนศรี กลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2544

อย่างไรก็ตาม การออกคำสั่งย้อนหลังดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติในช่วงเวลาที่ผ่านมา คือ พล.ต.อ.วิเชียร  พจน์โพธิ์ศรี  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนปัจจุบัน คือ พล.ท.ภราดร  พัฒนถาบุตร ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติก่อนที่จะถูกย้ายมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ฯ  ซึ่งจะต้องพิจารณาย้าย พล.ท.ภราดรฯ ให้ไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมและไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่นกัน

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว นอกจากจะต้องมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อยกเลิกคำสั่งเดิมที่ให้นายถวิล  เปลี่ยนศรี มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้โอนนายถวิล  เปลี่ยนศรี มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำแล้ว จะต้องดำเนินการแก้ไขคำสั่งต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทั้งของ พล.ต.อ.วิเชียร  พจน์โพธิ์ศรี  พล.ท.ภราดร  พัฒนถาบุตร และนายถวิล  เปลี่ยนศรี  ทั้งนี้ เพื่อความรอบคอบจะได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องและเป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ศาลปกครองสูงสุด สั่่งคืน ตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ถวิล เปลี่ยนศรี

view

*

view