สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

Startup

จากประชาชาติธุรกิจ

โดย พงศ์พีระ ชวาลาธวัช
www.facebook.com/thaistartupcafe

ผมเข้าใจว่าผู้อ่านหลายคนคงกำลังทำหรือคิดจะทำธุรกิจบางอย่างอยู่ ซึ่งตัวคุณเองอาจจะเคยค้าขายบ้างตั้งแต่เด็ก หรือบางคนอาจจะเพิ่งมาค้าขายเป็นอาชีพหลังเรียนจบ หรือแม้กระทั่งไม่เคยเรียนด้านการทำธุรกิจและไม่เคยทำธุรกิจเลย แต่ก็ยังอยากทำ

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามจะสร้างธุรกิจตั้งแต่เด็กตามประสาคนมีความฝัน จนเมื่อผมได้เริ่มมาสอนการเริ่มต้นธุรกิจ Startup ให้กับน้อง ๆ ที่จบใหม่ หรือจบมาทำงานแล้วก็ตาม มักจะถามคำถามแรกว่า อะไรคือ Startup Business หรือ อะไรคือธุรกิจแบบ Startup

ธุรกิจ Startup คือธุรกิจที่เริ่มจากกลุ่มบุคคลจำนวน 1-4 คนไม่จำกัดอายุ เด็กสุดที่เคยเห็นมีอายุเพียง 15 ปี ชราภาพสุดก็ผู้พันแซนเดอร์สไก่ทอดชื่อดัง

ธุรกิจ Startup จะใช้เงินทุนไม่มาก แต่จะได้ผลตอบแทนสูงถึง 2-100 เท่าภายในเวลาการทำธุรกิจ 3-5 ปี และมีการวางแผนสำหรับการขยายตัวของบริษัทได้ถึงขนาดเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้ โดยผ่านการลงทุนจาก Angel Investor หรือนักลงทุนอิสระ และบริษัทระดมทุนที่เรียกว่า Venture Capital โดยเจ้าของ Startup นั้นไม่ต้องกู้เงินมาทำธุรกิจ นั่นหมายถึงว่าถ้าธุรกิจ Startup คุณเจ๊ง สิ่งเดียวที่คุณรับผิดชอบ คือ Liquidate หรือขายทรัพย์สินของตัวบริษัทมาใช้ทุนที่ได้รับการลงทุนมาเท่านั้น

Founder หรือผู้ก่อตั้งธุรกิจ Startup อาจจะแทบไม่ได้ลงทุนอะไรเลยก็ได้ มีเพียงคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกับอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ผมไม่อยากให้ไปสับสนกับงาน Online Freelance ต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานสำหรับบุคคลทั่วไป รายได้แปรผันตามชั่วโมงการทำงานและมีข้อจำกัด ไม่ใช่ธุรกิจที่สามารถโตได้

เช่น ถ้าคุณรับจ้างเขียนเว็บไซต์คุณจะมีลิมิตของเวลาและกำลังของคนคนเดียว แต่ถ้าคุณทำเป็นรูปธุรกิจในการสร้างระบบอัตโนมัติที่สามารถทำ Website ได้เอง โดยคุณไม่ต้องเสียเวลามาทำให้ลูกค้าทีละคน หมายถึงว่าคุณได้ก้าวข้ามลิมิตจาก Freelance ไปสู่ Startup Business แล้ว

คำว่า Startup เริ่มมาจาก Silicon Valley ที่ซานฟรานซิสโก โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น Microsoft หรือ Apple เองก็เป็น Startup มาก่อนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่า ขายข้าวเหนียวหมูปิ้งถือเป็น Startup ได้ไหม ผมบอกว่า "ได้" ถ้าคุณสามารถพัฒนาจนร้านข้าวเหนียวหมูปิ้งนั้นโตได้ในระดับขายส่งทั้งประเทศหรือทั้งโลก เพราะฉะนั้น อยู่ที่การพัฒนาขยายกิจการเพื่อการต่อยอดได้ด้วยถึงจะเป็น Startup

ตัวอย่างของ Tech Startup ที่ดีที่สุดที่ให้นึกภาพออก น่าจะเป็นตัวอย่างของ Steve Jobs อดีต CEO Apple ผู้ล่วงลับ ซึ่งในอดีตนั้นได้เริ่มต้นธุรกิจมาจากวิสัยทัศน์ที่ว่า คอมพิวเตอร์ต้องไม่เป็นแค่คอมพิวเตอร์อีกต่อไป ซึ่งทำให้ Steve Wozniak ประดิษฐ์ Apple I ออกมาในปี 1976 ในโรงจอดรถบ้านของพ่อแม่ Steve Jobs ที่ Los Altos สหรัฐอเมริกานั่นเอง ชาว Startup หลาย ๆ คนทั่วโลกแทบจะยกย่องว่าเป็นต้นกำเนิดของ Startup ทั่วโลกก็ว่าได้

Startup Business มักจะเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ธุรกิจเดิมที่มีอยู่แล้วในโลกธุรกิจ โดนรบกวนในทางที่ดี หรือ Disrupt เช่น เมื่อก่อนเราเรียกแท็กซี่โดยโบกอย่างเดียว ต่อมามีศูนย์แท็กซี่ และในปี 2013 เราก็มี Uber Application  แท็กซี่ส่วนตัว ซึ่งเป็นการ Disrupt หรือรบกวนวงการแท็กซี่และยกระดับความสะดวกสบายในการใช้งานขึ้นไปอีกขั้นตอนหนึ่ง

อีกตัวอย่าง น่าจะเป็นการสื่อสารโดยใช้โทรศัพท์ ซึ่งมีอยู่ยุคหนึ่งคนจะนิยมใช้สิ่งที่เรียกว่า VOIP เนื่องจากราคาถูก แต่ Skype ได้เข้ามา Disrupt วงการโดยให้โทร.หากันฟรีหรือเสียเงินในอัตราที่ถูกมาก จนท้ายที่สุดทาง Microsoft ได้เล็งเห็นถึงความสำเร็จของ Skype จึงขอซื้อและควบกิจการกัน เพราะฉะนั้น คำว่า Startup เราไม่ได้เน้นเป็น Website อย่าง Facebook เท่านั้น แม้แต่ธุรกิจการเชื่อมโยงบริการแท็กซี่เองก็ถือเป็น Startup ได้เหมือนกัน

Startup มีอยู่หลายแบบตามกลุ่มอุตสาหกรรม แบบที่ฮิตที่สุดคือ Technology Startup เช่น Facebook หรือ LINE ถ้าคุณทำข้าวเหนียวหมูปิ้งสูตรพิเศษขายได้ทั่วโลก เราจะเรียกว่า Food Startup เป็นต้น ซึ่งการจะเริ่มทำ Startup สักอย่างไม่ยาก แต่เยอะและต้องการวินัยของผู้ก่อตั้งอย่างมาก

มาถึงตรงนี้จะเริ่มถามแล้วว่าทำอย่างไรถึงจะได้เงินมาลงทุน

พอจะสรุปได้ว่าธุรกิจ Startup ที่น่าลงทุนในสายตานักลงทุนทั้งอิสระและไม่อิสระ ควรจะมีลักษณะที่เป็นไอเดีย สด ใหม่ อาจจะมีหรือไม่มีคนคิดมาก่อน แต่ประเด็นสำคัญคือ การทำให้ธุรกิจเกิดขึ้นจริงได้จากไอเดียนั้น ๆ

โดยตัวธุรกิจที่คิดได้ต้องมีลักษณะที่แก้ไขปัญหาในสังคม และมีคนยอมที่จะจ่ายเงินให้จริง เช่น คุณรู้ว่าคนกลัวอ้วน ปัญหาหรือ Pain คือการดูถูกดูแคลนจากคนภายนอกว่าอ้วน คุณอาจจะตีโจทย์นี้ได้ 2 ทาง ทางแรก คือคิดสูตรยาลดความอ้วน ทางที่สอง คิดธุรกิจเสื้อผ้าที่คนอ้วนใส่แล้วดูไม่อ้วนก็ได้

ตัวผู้ก่อตั้งบริษัทมีความรู้ ประสบการณ์ และคอนเน็กชั่นเกี่ยวกับธุรกิจที่กำลังจะเริ่มเป็นอย่างดีมาก รวมไปถึงความตั้งใจที่จะสร้างธุรกิจอย่างแรงกล้า และที่สำคัญที่สุดคือ Startup ที่ทำต้องมีปัจจัยการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และผลตอบแทนในมูลค่าหุ้นสูงถึง 4-20 เท่าภายใน 3-5 ปีเป็นอย่างต่ำ

ผมเองเคยพบ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อยากจะเป็นนักลงทุนใน Startup บ้าง เพราะได้ยินว่าผลตอบแทนและความเสี่ยงต่างกันกับสิ่งที่เขาทำอยู่มาก เขาถามผมว่า Startup ในไทยเป็นอย่างไรบ้าง ผมบอกว่าประเทศไทยเรามีการทำ Startup มากขึ้น และมีการลงทุนมาจากต่างประเทศเรื่อย ๆ เช่น Ookbee E-book Application ที่ทาง AIS เริ่มลงทุนเพื่อเพิ่มช่องทางในการอ่าน E-book ในไทย และได้ขยายหนังสือครอบคลุมประเทศใน AEC ด้วย ไม่ว่าจะหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ต่อด้วยบริษัท Wongnai ซึ่งเป็น Application ที่ตอบโจทย์ในการหาของกินที่ประสบความสำเร็จทางการรับการลงทุนจากญี่ปุ่นและทางธุรกิจ อีกอันคือ Builk ที่มี Application ช่วยในการบริหารโครงการก่อสร้าง ซึ่งความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า Startup บ้านเรามีการเริ่มต้นที่ดี แต่ยังตามหลังในเรื่องการลงทุนจากต่างชาติ

ถามว่านักลงทุนไม่ชอบประเทศไทยหรือ ? คำตอบคือไม่ใช่ครับ แต่เรายังไม่มี Startup ที่ดีพอให้เขาเชื่อมั่นพอในการจะเข้ามาลงทุน

ประเทศเราต้องการทั้งโอกาส การศึกษา ประสบการณ์ และเงินทุน


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : Startup

view